ท่านยังไม่ได้ใส่ logo กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อใส่ภาพโลโก้ประจำบอร์ดที่ต้องการ


ติดต่อโฆษณา  |  สมัครใช้งานสุดยอดแห่ง Free Webboard ได้แล้ววันนี้ คลิ๊ก !!  | แจ้งบอร์ดไม่เหมาะสม


  ประวัติศาสตร์ไทย

  

  Topic : ความหมายของประวัติศาสตร์ของตัวคุณคืออะไร

Delete
Admin ลบกระทู้
   Page [1]
  สมาชิกพิเศษ
M2HI

  
maxdlovecat@yahoo.com 202.28.35.245

  โพสต์เมื่อ : 6 พ.ย. 2548 11:53 น.

ความหมายของ “ประวัติศาสตร์”
ความหมายของวิชาประวัติศาสตร์ตามความเข้าใจของคนทั่วไปคือ “การศึกษาเรื่องราวในอดีต” ซึ่งเป็นความหมายที่กว้างขวางและคลุมเครือเป็นอย่างยิ่ง นักประวัติศาสตร์หลายท่านจึงพยายามจะกำหนดความหมายที่กระจ่างชัดยิ่งขึ้น ดังตัวอย่างเช่น

โรบิน ยอร์ช คอลลิงวูด (Robin George Collingwood) กล่าวว่า “ประวัติศาสตร์ คือ ศาสตร์ที่ว่าด้วยความพยายามที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์ในอดีต” ( 1 )

ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ให้ความหมายว่าประวัติศาสตร์คือ “การศึกษาความเป็นมาของมนุษยชาติหรือสังคมใดสังคมหนึ่งตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน ถึงอนาคต โดยอาศัยวิธีการที่เป็นที่รู้จักกันว่าวิธีของประวัติศาสตร์ (historical method) ( 2 )


โรเบอร์ต วี.แดเนียลส์ (Robert V.Daniels) อธิบายว่า “ประวัติศาสตร์คือความทรงจำว่าด้วยประสบการณ์ของมนุษย์ ซึ่งถ้าหากถูกลืมหรือละเลย ก็เท่ากับว่าเราได้ยุติแนวทางอันบ่งชี้ว่าเราคือมนุษย์” ( 3 )


จากทัศนะของนักประวัติศาสตร์ดังกล่าว จะเห็นได้ว่าความหมายของประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของมนะษย์ อดีต และผลต่อสังคม ดังนี้

พฤติกรรมของมนุษย์
ประวัติศาสตร์เป็นการศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์ทั้งการกระทำ ความคิด และความรู้สึกที่ผลักดันให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น ตามความหมายที่เจมส์ ฮาเวย์ โรบินสัน (James Harvey Robinson) ได้กล่าวไว้ว่าประวัติศาสตร์คือ “ทุกสิ่งที่มนุษย์ได้ทำ ได้คิด ได้หวัง หรือได้รู้สึก” ( 4 ) ดังนั้นประวัติศาสตร์ จึงมีความหมายครอบคลุมกิจกรรมทุกอย่างของมนุษย์

2. อดีต
พฤติกรรมของมนุษย์ที่นักประวัติศาสตร์สนใจศึกษาคือ พฤติกรรมที่เกิดขึ้นในอดีต ทั้งนี้เป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไปว่าเหตุการณ์ในอดีตที่ถือว่า เป็นประวัติศาสตร์ได้นั้นต้องผ่านไปแล้วเป็นเวลา 10 ปีขึ้นไป อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้นักประวัติศาสตร์มีแนวความคิดเกี่ยวกับ “อดีต” ในทางประวัติศาสตร์ที่กว้างขวางมากขึ้น โดยพิจารณาว่าปัจจุบันเป็นเพียงจุดผ่านชั่วคราวจากอดีตสู่อนาคต เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วทั้งหมดจึงเป็นเหตุการณ์ในอดีต


“เวลาในอดีต” ทางประวัติศาสตร์มิได้หมายถึงแต่เฉพาะการบ่งศักราช หรือช่วงระยะเวลาที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นเท่านั้น แต่เชื่อมโยงถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่แวดล้อมสังคมในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย ( 5 )

. ผลต่อสังคม

พฤติกรรมของมนุษย์ในอดีต ที่บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์จะมุ่งแต่เฉพาะเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อสังคมหรือมนุษยชาติเท่านั้นดังความหมายที่ ลีโอ ตอลสตอย (Leo Tolstoi) นักเขียนชาวรุสเซียที่ว่า “ประวัติศาสตร์คือเรื่องราวของชีวิต ของประเทศชาติ และมนุษยชาติ ซึ่งจะมองโดยตรงและสรุปรวมเป็นคำพูดได้ว่า การบรรยายชีวิตของผู้คนเพียงกลุ่มเดียวโดยมิได้รวมถึงมนุษยชาตินั้น ดูจะเป็นไปไม่ได้” ( 6 ) จากเหตุการณ์ดังกล่าว การศึกษาทางประวัติศาสตร์จึงให้ความสำคัญต่อพฤติกรรมของผู้นำในสังคม เช่น กษัตริย์ รัฐบุรุษ มากกว่าสามัญชน เนื่องจากเป็นแกนนำที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคม

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา พฤติกรรมของมนุษย์ในอดีตที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมตามความหมายโดยกว้างของประวัติศาสตร์ได้เกิดขึ้นอย่างมากมาย และต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา เหตุการณ์เหล่านี้หากไม่มีการบันทึกรวบรวมไว้ เมื่อนานเข้าก็จะถูกลืมเลือนไป จึงปรากฎว่านับตั้งแต่อดีตพฤติกรรมของมนุษย์ที่เห็นว่ามีความสำคัญได้ถูกจดบันทึกไว้ ด้วยวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน จะโดยตั้งใจให้คนรุ่นหลังไว้ศึกษาหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งร่องรอยของสิ่งต่าง ๆ ที่มนุษย์ได้สร้างขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันนั้น ได้กลายเป็นหลักฐานที่ใช้ในการศึกษาอดีต โดยมีผู้ทำหน้าที่ค้นคว้า ไต่สวน ตีความบันทึกและหลักฐานต่าง ๆ เหล่านี้ให้ปรากฏออกมาเป็นเรื่องราวที่รับรู้ได้ ดังนั้น ความหมายของประวัติศาสตร์ในอีกแง่หนึ่ง ที่นักประวัติศาสตร์เห็นว่ามีคุณค่าขึ้นมาใหม่โดยอาศัยการค้นคว้า วิเคราะห์และตีความจากหลักฐานทั้งปวงที่มีอยู่” ( 7 )

โดยสรุปแล้ว ความหมายของประวัติศาสตร์ อาจพิจารณาได้ 2 แนวทางคือ ประวัติศาสตร์ที่หมายถึงประสบการณ์ทั้งมวลในอดีตของมนุษย์ปละประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นกระบวนการรวบรวมตีความหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ซึ่งมนุษย์ในอดีตทิ้งร่องรอยไว้แล้ว เรียบเรียงขึ้นใหม่ให้ใกล้เคียงกับความจริง


ตามความหมายของประวัติศาสตร์ข้างต้น บ่งถึงหน้าที่ของนักประวัติศาสตร์ ว่านอกจากจะเป็นผู้ศึกษาและเผยแพร่เหตุการณ์ในอดีตแล้ว ยังต้องทำการไต่สวน ตีความหมายของเหตุการณ์จากหลักฐานต่าง ๆ ให้ออกมาเป็นเรื่องราวที่คนปัจจุบันรับรู้ได้ การศึกษาประวัติศาสตร์จึงมิใช่การเน้นรายละเอียดของเหตุการณ์ แต่เป็นการฝึกให้รู้จักคิดหาสาเหตุและผลของแต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยการหาความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลจากหลักฐานต่าง ๆ แล้ว สรุปออกมาตามความคิดเห็นของตน โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลประวัติศาสตร์ จึงเป็น “การพึ่งพาอาศัยกันระหว่างปัจจุบันกับอดีตเข้าไปด้วย ทั้งนี้เพราะนักประวัติศาสตร์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของปัจจุบัน และข้อมูลเป็นของอดีต…” ( 8 ) ดังนั้นเหตุการณ์หรือพฤติกรรมของมนุษย์ในอดีตตามความหมายโดยทั่ว ๆ ไปของประวัติศาสตร์ ซึ่งส่วนหนึ่งได้ถูกจดบันทึกหรือทิ้งร่องรอยไว้เป็นหลักฐานจึงเป็นเพียงข้อมูลให้เกิดความคิดในเชิงวิเคราะห์ วิจารณ์ประวัติศาสตร์โดยเนื้อแท้ของมันแล้วจึงเป็นการตีความหมาย หลักฐานและเหตุการณ์ต่าง ๆ มิใช่รายละเอียดของข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์แต่อย่างใเชิงอรรถ


1 Bobin George Collingwood , The Idea of History , ( London : Oxford University Press , 1959 ) , P 9

2 นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์ " ข้อคิดเกี่ยวกับวิชาประวัติศาสตร์ , " ปรัชญาประวัติศาสตร์ , รวบรวมและจัดพิมพ์ โดย ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และ สุชาติ สวัสดิ์ศรี ( พิมพ์ครั้งที่ 2 ใ กรุงเทพ ฯ : ประพันธ์สาส์น ม 2519 ) ม หน้า 111

3 โรเบอร์ต วี. แดเนียลส์ ม ศึกษาประวัติศาสตร์อย่างไรและทำไม ม แปลจาก Studying History How and Why . โดย ธิดา สาระยา ( กรุงเทพฯ : ดวงกมล ม 2520 ) ม หน้า 1

4 แฟรงค์ จี. วิลลิงตัน , ขอบเขตและความมุ่งหมายของประวัติศาสตร์ , " ปรัชญาประวัติศาสตร์ , .... , หน้า 194

5 นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์ และ อาคม พัฒนิยะ , หลักฐานประวัติศาสตร์ในประเทศไทย , ( กรุงเทพ ฯ : บรรณกิจ , 2525 ) , หน้า 111

6 ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และ สุชาติ สวัสดิ์ศรี ( บรรณาธิการ ) , ประวัติศาสตร์และนักประวัติศาสตร์ , ( กรุงเทพ ฯ : ประพันธ์สาส์น , 2519 ) , หน้า 2

7 สืบแสง พรหมบุญ " สถานะของวิชาประวัติศาสตร์ในประเทศไทย , " สถานะของวิชาประวัติศาสตร์ในปัจจุบัน : เอกสารสัมมนาประวัติศาสตร์ , รวบรวมและจัดพิมพ์โดย สมาคมประวัติศาสตร์แห่งประเทศไทย ( กรุงเทพ ฯ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , 2523 ) , หน้า 22

8 อี . เอช . คาร์. ประวัติศาสตร์ , ประวัติศาสตร์คืออะไร , แปลจาก What is History ? โดย ชาติชาย พณานนท์ ( พระนคร : อักษรเจริญทัศน์ 2525 ) , หน้า 23

คัดลอกจาก : หลักฐานทางประวัติศาสตร์ : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วีณา เอี่ยมประไพ : ภาควิชาประวัติศาสตร์ : คณะวิชามนุยศาสตร์และสังคมศาสตร์ : วิทยาลัยครูนครปฐม

ความหมายของการศึกษาประวัติศาสตร์

เมื่อกล่าวถึงความหมายของคำว่า “ประวัติศาสตร์” นักวิชาการแต่ละยุคแต่ละสมัยพยายามที่จะให้คำอธิบายอยู่เสมอ แต่ในทางปฏิบัติ ยังไม่มีนักคิดหรือนักวิชาการคนใดที่จะให้ความหมายได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้น ความหมายของคำว่า “ประวัติศาสตร์” ในแต่ละทรรศนะจึงแตกต่างกันออกไป ดังจะขอยกตัวอย่างเป็นสังเขปต่อไปนี้

นักปราชญ์ชาวกรีกโบราณให้ทรรศนะว่า

“ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องเกี่ยวกับการกระทำของมนุษย์ และการกระทำของมนุษย์ที่นักประวัติศาสตร์สนใจนั้นเป็นการกระทำในอดีต” ( 1 )

ลีโอ ตอลสตอย กล่าวว่า
“ประวัติศาสตร์ คือ เรื่องราวของชีวิตของประเทศชาติและมนุษยชาติ…” ( 2 )


แถมสุข นุ่มนนท์ กล่าวว่า
“ประวัติศาสตร์ คือ การไต่สวนเข้าไปให้รู้ถึงความจริงที่เกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษยชาติที่เกิดขึ้นในช่วงหนึ่งของอดีต” และในแวดวงประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ถือว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตจนกระทั่งถึงปัจจุบันถือเป็นประวัติศาสตร์” ( 3 )

สืบแสง พรหมบุญ
ให้ความหมายของประวัติศาสตร์ไว้ 2 ประการคือ ในความหมายที่กว้างที่สุด ประวัติศาสตร์ หมายถึง
“ประสบการณ์ทั้งมวลในอดีตของมนุษย์” ส่วนอีกความหมายหนึ่ง หมายถึง “การเขียนข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ และประสบการณ์ในอดีตที่นักประวัติศาสตร์เห็นว่ามีคุณค่าขึ้นมาใหม่โดยอาศัยการค้นคว้า การวิเคราะห์และการตีความจากหลักฐานทั้งปวงที่มีอยู่” ( 4 )

จากคำจำกัดความข้างต้นของนักประวัติศาสตร์พอจะสรุปได้ว่า วิชาประวัติศาสตร์เป็นศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับเหตุการณ์หรือปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของมนุษยชาติในอดีต การศึกษาดังกล่าวจะต้องอาศัยการค้นคว้า การวิเคราะห์และการตีความ เพื่อให้เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นอันเกี่ยวกับมนุษย์ในอดีตได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด


ดังนั้น ในฐานะที่เป็นศาสตร์แขนงหนึ่ง ประวัติศาสตร์ต้องประกอบด้วยปัจจัยต่าง ๆ คือ ( 5 )

1. ต้องมีเหตุการณ์หรือพฤติกรรมของมนุษย์เกิดขึ้น ซึ่งเหตุการณ์หรือพฤติกรรมเหล่านี้มีอยู่มากมายและเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

2. เนื่องจากเหตุการณ์หรือพฤติกรรมดังกล่าวมักถูกลืม จึงต้องมีผู้บันทึก ผู้สังเกตและผู้จดจำและสิ่งที่บันทึกนี้จะกลายเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์

3. เมื่อเกิดหลักฐานแล้ว เป็นหน้าที่ของนักประวัติศาสตร์ที่จะต้องรวบรวม ตรวจตรา / พิจารณาไตร่ตรอง และเรียบเรียงขึ้นตามความเข้าใจ

เมื่อเป็นเช่นนี้ การศึกษาประวัติศาสตร์ในฐานะที่เป็นศาสตร์จึงเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับหลักฐานทางประวัติศาสตร์ กาลเวลา และตัวของนักประวัติศาสตร์เอง ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วสิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นข้อจำกัดของการศึกษาหรือการเขียนประวัติศาสตร์


ในเมื่อประวัติศาสตร์เป็นศาสตร์หรือวิชาที่ศึกษาเรื่องราวของอดีต ซึ่งมักมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอตามกาลเวลา และสถานที่ นักประวัติศาสตร์และผู้ศึกษาประวัติศาสตร์จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงสิ่งนี้อยู่เสมอ

ความสำคัญของการศึกษาประวัติศาสตร์

การศึกษาศาสตร์ในทุกแขนงวิชาของสังคมศาสตร์ ย่อมมีวัตถุประสงค์หรือความสำคัญในตัวเอง กล่าวคือ อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อการทำความเข้าใจในเหตุการณ์หรือปรากฏการณ์ในสิ่งหนึ่ง ๆ ให้ถูกต้องใกล้เคียงกับความเป็นจริงให้มากที่สุด โดยมีเหตุผลหรือหลักวิชาการเป็นข้ออ้างสนับสนุน การศึกษาประวัติศาสตร์ก็เช่นกัน นอกจากจะมีวัตถุประสงค์พื้นฐานดังที่ได้กล่าวมานั้นแล้ว ยังมีวัตถุประสงค์หรือความสำคัญในลักษณะเฉพาะ ดังนี้

1. เพื่อการเรียนรู้และเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต อันจะเป็นบทเรียนหรือแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่ได้เกิดขึ้นในปัจจุบัน และการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต ดังที่สืบแสง พรหมบุญ กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า


“… สังคมและประเทศชาติจะก้าวสู่อนาคตได้อย่างมั่นคงและเจริญก้าวหน้าได้เพียงใดขึ้นอยู่กับว่า พวกเรในสมัยปัจจุบันจะสามารถแก้ปัญหาปัจจุบันและเตรียมรับมือกับอนาคตโดยอาศัยการเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ได้เพียงใดประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหลายล้วนแต่ใช้ประโยชน์จากประวัติศาสตร์อย่างเต็มที่ทั้งสิ้น” ( 6 )


ดังนั้น การศึกษาประวัติศาสตร์จึงมีส่วนช่วยให้เราคาดการณ์หรือทำนายอนาคตของสังคมได้อีกด้วย

2. เพื่อให้เกิดสำนึกทางประวัติศาสตร์ของมนุษย์ ในแง่ที่ว่า ประวัติศาสตร์มีความเกี่ยวข้องกับโลกและชีวิตของมนุษย์ ดังที่ จอร์จ เทรวีเลียน (George Trevelyan) ได้สรุปไว้ว่า


“ประวัติศาสตร์เป็นเสมือนซีเมนต์ ซึ่งทำให้การศึกษาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติและความสัมฤทธิ์ของมนุษย์เชื่อมให้ติดต่อกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เป็นสาขาวิชาเดียวในบรรดาวิชาสังคมศาสตร์ทั้งหมดที่ทำให้วิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์มีความหมายและเชื่อมโยงติดต่อกัน” ( 7 )

กล่าวโดยสรุป การศึกษาประวัติศาสตร์จึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างน้อยสองประการ คือ ประการแรก เป็นการเรียนรู้อดีตเพื่อเข้าใจปัจจุบันและการเตรียมตัวสำหรับอนาคต ประการที่สอง เป็นประโยชน์ในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ (เพราะประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับโลกและชีวิตมนุษย์)


ในเมื่อประวัติศาสตร์เป็นส่วนหนึ่งของสังคมศาสตร์ ในส่วนที่เกี่ยวกับการกระทำ ความคิดความคาดหวังและความรู้สึกของมนุษย์ในสังคม การศึกษาศาสตร์อื่น ๆ ในสังคมศาสตร์ จึงมิอาจมองข้ามมิติทางประวัติศาสตร์ได้ อาทิ การศึกษารัฐศาสตร์จำเป็นต้องศึกษาถึงประวัติศาสตร์สังคมและการเมือง การศึกษาเศรษฐศาสตร์ก็จะต้องศึกษาประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ ทั้งนี้ ก็เพื่อความเข้าใจพื้นฐานหรือแก่นของสังคมทั้งหมดประการหนึ่ง และอีกประการหนึ่งนักสังคมศาสตร์เองก็ถือว่า ประวัติศาสตร์ทุกแขนงไม่ว่าจะเป็นด้านสังคม ด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจและด้านศาสนา ฯลฯ ล้วนเป็นประวัติศาสตร์ของสังคมส่วนรวมทั้งสิ้น ( 8 )

 

เชิงอรรถ

1 สุเทพ สุนทรเภสัช " ความสำนึกเกี่ยวกับอดีตของมนุษย์ " ใน ชาญวิทย์ เกษรตศิริ และ สุชาติสวัสดิ์ศรี ( บรรณาธิการ ) ปรัชญาประวัติศาสตร์ ( พิมพ์ครั้งที่ 2 ) กรุงเทพมหานคร สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น 2519 หน้า 77

2 ลีโอ ตอลสตอย ( Leo Tolstoi ) " สงครามและสันติภาพ " ในบทกล่าวนำ เพิ่งอ้าง หน้า 2

3 แถมสุข นุ่มนนท์ " ประวัติศาสตร์ " เพิ่งอ้าง หน้า 33 และ 34

4 สืบแสง บุญพรหมบุญ " สถานะของวิชาประวัติศาสตร์ในประเทศไทย " ใน สถานะของวิชาประวัติศาสตร์ในปัจจจุบัน : เอกสารสัมนาประวัติศาสตร์ สมาคมประวัติศาสตร์แห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ โรงพิมพ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2523 หน้า 21 22


5 ปิยนาถ บุนนาค " การวิจัยประวัติศาสตร์ " วารสารรามคำแหง ปีที่ 4 ฉบับที่ 3 ( ตุลาคม 2520 ) หน้า 63

6 สืบแสง พรหมบุญ อ้างแล้ว หน้า 18

7 อ้างใน นาฎวิภา ชลิตานนท์ ประวัติศาสตร์นิพนธ์ไทย กรุงเทพมหานคร ลิ้นจี่การพิมพ์ 2524 หน้า 9

8 Peter Laslett " History and the Social Sciences " International Encyclopedia of The Social Science New York : The Macmillan Company and The Free Press 1968 , pp . 434 - 440

คัดลอกจาก : ประวัติศาสตร์สังคมและการเมืองไทย : หน่วยที่ 1 - 7 : วิวัฒน์ เอี่ยมไพรวัน , พิสิฐ เจริญวงศ์ , คงเดช ประพัฒน์ทอง : มหาวิทยาลัยสุดขทัยธรรมมาธิราช สาขาวิชารัฐศาสตร์



   Admin ลบความคิดเห็นนี้