ท่านยังไม่ได้ใส่ logo กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อใส่ภาพโลโก้ประจำบอร์ดที่ต้องการ


ติดต่อโฆษณา  |  สมัครใช้งานสุดยอดแห่ง Free Webboard ได้แล้ววันนี้ คลิ๊ก !!  | แจ้งบอร์ดไม่เหมาะสม


  Rescue Club Thailand แนะนำหน่วยงานให้รู้จัก

  

  Topic : มาทำความรู้จัก \" สมาคมพุทธมามกสว่างประทีปธรรมสถาน \"

Delete
Admin ลบกระทู้
   Page << Back 1 [2]
  ผู้ชมทั่วไป RescueClubThailand#001

 RescueClubThailand@Gmail.com 58.10.234.188

  โพสต์เมื่อ : 27 ต.ค. 2550 13:00 น.

 

ประวัติ ความเป็นมาของ

สมาคมพุทธมามกสว่างประทีปธรรมสถาน

 

 

  ย้อนอดีตกลับไปเมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 แม่ทัพซึ่งผ่านการรบทัพจับศึกทั่วสารทิศท่านหนึ่งนาม “จอมพลเจ้าพยาสุรศักดิ์มนตรี”

(เจิม แสงชูโต)  ได้มาตั้งบริษัททำไม้ที่ศรีราชาเมื่อปี  พ.ศ. 2443 ได้จ้างกรรมกรทั้ง ไทย-จีน  มาทำงานตัดไม้ ก่อสร้างโรงงาน 

สร้างทางรถไฟสะพานเกาะลอยและท่าเรือขนส่งไม้กระดานแปรรูป เพื่อส่งไปขายที่กรุงเทพฯ  และจังหวัดต่างๆ 

ซึ่งในสมัยนั้นการขนส่งสินค้าและการเดินทางใช้เส้นทางคมนาคมทางน้ำเป็นหลัก

 

                                         ในขณะนั้นคนงานในโรงเลื่อยมีมากมาย  มีชาวจีนไหหลำรับผิดชอบเครื่องจักร ชาวจีนกวางตุ้งรับผิดชอบ

ด้านก่อสร้างกรรมกรชาวพื้นเมืองส่วนใหญ่มีหน้าที่เข้าป่าตัดไม้ซุงส่งมาแปรรูปในโรงงาน  สมัยนั้นพื้นที่ศรีราชายังเป็นป่าหนาทึบ

มีไข้ป่าหรือที่เรียกว่า“ไข้มาลาเรีย”ชุกชุมมาก จึงทำให้มีคนเจ็บป่วยล้มตายเป็นจำนวนมาก จนทางราชการ

ต้องมาตั้งศูนย์กำจัดไข้มาลาเรียขึ้นที่ศรีราชาเป็นแห่งแรกในภาคตะวันออก

 

                                          สมัยนั้นตั้งแต่โรงเรียนศรีราชา  เขตการทาง  ตำรวจน้ำ  วงเวียนเกาะลอย  โรงเรียนเทศบาลบ้านศรีราชา(ตะกาด)

            โรงเรียนเทศบาลวัดศรีมหาราชา  ที่ทำการไปรษณีย์  ไปจนถึงบ้านพักนายอำเภอในปัจจุบัน  ยังเป็นป่าชายเลนอยู่นอกเมือง

จึงกลายเป็นป่าช้าเป็นที่ฝังศพของผู้เสียชีวิตขากไข้ป่าและเสียชีวิตด้วยสาเหตุอื่นๆอีกเป็นจำนวนมากนับเป็นร้อยเป็นพันศพ

 

                                           ต่อมาบริเวณบ้านพักป่าไม้เขตและบ้านพักนายอำเภอในปัจจุบัน สมัยนั้นทางราชการได้สร่างเป็นที่ทำการอำเภอ

             และสถานีตำรวจขึ้นบริเวณนั้น  และยังสร้างบ้านพักข้าราชกาลส่วนหนึ่งลงไปในทะเลย  ต่อมาในปี  พ.ศ.2468  ทางราชกาล

มีความประสงค์จะพัฒนาบริเวณป่าชายเลนที่เป็นป่าช้าให้สนามบิน  นายอำเภอในขณะนั้นคือ “หลวงชลธารธุรารักษ์ 

เมื่อได้รับคำสั่งจากผูบังคับบัญชา ก็สั่งให้จัดการเคลียพื้นที่  ได้ว่าจ้างสัปเหร่อจัดการขุดศพ  ขุดอัฐิ ขึ้นมาประกอบพิธีฌาปนกิจ

แล้วนำไปลอยอังคารในทะเล ทว่าการขุดศพ ขุดอัฐิ ดำเนินได้เพียง  2-3  วัน  ก็เกิดปรากฏการณ์มหัศจรรย์ 

ที่ว่าอำเภอและสถานีตำรวจ ซึ่งอยู่ในละแวกใกล้ป่าช้าชายเลน  เกิดลมพัดเย็นยะเยือก

            ภูตผีปีศาจปรากฏกายในรูปลักษณะต่างๆ เปล่งเสียงร้องโหยหวน ผู้ได้ยินได้เห็นรู้สึกขนลุกขนชัน หวาดผวาไปตามๆกัน

ข้าราชกาลอำเภอ ตำรวจและลูกเมีย ถูกหลอกหลอนเป็นประจำ  ขนาดเรียกว่าไม่สามารถหลับนอนได้ทั้งคืนเลยทีเดียว

 

                                           นายอำเภอเมื่อรุ้ว่าภูตผีปีศาจอาละวาด  จึงสั่งให้สัปเหร่อหยุดการขุดศพ  และเชิญบรรดาพ่อค้า

ประชาชนทั้งชาวไทย-จีน มาปรึกษาหารือกันว่าจะทำอย่างไรดี ในที่สุดทุกคนลงความเห็นว่า  “ต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์” 

แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะมาจัดการกับศพผีไม่มีญาติพวกนี้ี จะหาได้ที่ไหน ก็มีผู้แนะนำกับนายอำเภอว่า นายโค้วอัวซิม 

และนายโค้วเซ่งจง ซึ่งเป็นชาวหมู่บ้านไซน้า อำเภอโผวเล้ง จังหวัดแต้จิ๋ว ประเทศจีน

            ซึ่งอพยพมาทำมาหากินที่เมืองไทย ประกอบอาชีพขายของหาบเร่ระหว่าง ศรีราชา-หนองมน เป็นประจำ 

เมื่อครั้งที่บุคคลทั้งสอง อยู่ในประเทศจีน ได้เคยร่วมกันจัดเก็บอัฐิและฌาปนกิจศพไม่มีญาติ

ที่ตำบลเขาโอวบั๊ก ใกล้กับหมู่บ้าน เซี๊ยะกังซัว อำเภอโผวเล้ง ประเทสจีน มีความรอบรู้จัดเจน     

            เกี่ยวกับงานเก็บศพไร้ญาติ ล้างป่าช้ามหากุศลเช่นนี้เป้นอย่างดี  พร้อมกับได้อัญเชิญ  “เฮียห้วย”  หรือเถ้าธูป

จาก “ศาลเจ้าโป๊ยเซียนโจวซือ” จากประเทศจีนติดตัวมาด้วย

 

                                           นายอำเภอศรีราชาและคณะจึงเห็นพ้องต้องกัน  ให้คนไปเชิญ นายโค้วอัวซิม และนายโค้วเซ่งจง

มาปรึกษาหารือเพื่อ กำจัดพวกผีไร้ญาติที่อาละวาดอยู่  ซึ่งทั้งสองคนได้อัญเชิญเถ้าธูปแห่ง องค์โป๊ยเซียนโจวซือ

มากราบไหว้และเข้าทรงไม้เทวบัญชา ซึ่งชาวจีนเรียกว่า  “กั้งกี”  ทำพิธีฌาปนกิจเก็บศพไร้ญาติเป็นครั้งแรก

เมื่อคืนวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2468 ณ ศาลเจ้าพ่อสมุทรดำ ในตลาดศรีราชา

 

                                           เจ้าที่มาเข้าทรงครั้งแรกในวันนั้นชื่อเจ้า “ซาซัวก๊กอ้วง”  ซึ่งเป็นเจ้าที่ชาวแต้จิ๋วนับถือ  โดยมีนายเตียวเช็งเซี๊ยะ

นายเตียวกิมกี่ นายโค้วเซ้งจง  นายแต้เจียะยู้  นายเตียวเซียะพวง  และนายเอาซ่งกัง  ประกอบพิธีการเข้าทรง 

ในการทรงคืนนั้น  “เจ้าซาซัวก๊กอ้วง”  ได้สั้งให้ สร้างปะรำพิธีขึ้นที่สุสานข้างค่ายลูกเสือวชิรวุธ  ในวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ.2468 

และได้เชิญเจ้าทุกอง์ขึ้นสถิตบนปะรำพิธี



   Admin ลบความคิดเห็นนี้