Logo Webboard ของ aekcub
ติดต่อโฆษณา  |  สมัครใช้งานสุดยอดแห่ง Free Webboard ได้แล้ววันนี้ คลิ๊ก !!  | แจ้งบอร์ดไม่เหมาะสม


  ประกาศข่าว-งานบุญต่างๆ

  

  Topic : ร่วมสร้างหลวงปู่ทวดสูงที่สุดในโลก

Delete
Admin ลบกระทู้
   Page [1]
  สมาชิกพิเศษ
aab

puyfay_jija@hotmail.com 125.26.0.141

  โพสต์เมื่อ : 14 ม.ค. 2552 09:47 น.



  

ขอเชิญร่วมบุญสร้างรูปหล่อหลวงปู่ทวดปางธุดงค์สูงที่สุดในโลกได้ที่วัดแคราชานุวาส ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.อยุธยา โทร.035-251479



   Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
 


  22 ม.ค. 2552 21:35 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป สมชาย

 kea.99999@hotmail.com 125.26.9.177

  

 


  23 ม.ค. 2552 04:48 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป สมชาย

 kea.99999@hotmail.com 125.26.3.80

  

 


  23 ม.ค. 2552 15:47 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป สมชาย

 kea.99999@hotmail.com 125.26.6.24

  

! ด่วน ร่วมทำบุญบูชา หลวงปู่ทวด วัดแค ราชานุวาส ก่อนจะเป็นตำนาน


<script type=text/javascript> <script src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js" type=text/javascript> <script src="http://googleads.g.doubleclick.net/pagead/test_domain.js"> <script src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/render_ads.js"> <script>window.google_render_ad();
หลวงปู่ทวดวัดแคราชานุวาส

จากนิตยสาร ลานโพธ์ปกหลังด้านใน 1พฤศจิกายน 15 ธันวาคม 2551

ภาพพระอาทิตย์ทรงกลด วันที่ 8 พฤศจิกายน 2551
ขอเชิญเช่าบูชาวัตถุมงคล เหรียญหลวงปู่ทวด ให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่คนที่คุณรัก
เหรียญส่วนหนึ่งจะนำบรรจุไว้ในองค์ หลวงปู่ทวด
ให้เป็นประวัติศาสตร์ของวัตถุมงคลในรุ่นนี้

เหรียญเงินแท้บูชา 999 บาท


ด้านหน้า

ด้านหลัง
เหรียญสามกษัตริย์บูชาชุดละ 599 บาท หนึ่งชุดมีสามเหรียญ


ด้านหน้า

ด้านหลัง
เหรียญไหล่ ทอง เงิน ทองแดง บูชาชุดละ 299 บาท

เหรียญตะกั่ว บูชาเหรียญละ 49 บาท



เหรียญทองแดงรมดำมันปู บูชาเหรียญละ 49 บาท
เหรียญจำนวน 9,999 เหรียญ มอบแด่ผู้รักษาดินแดนภาคใต้

พระเนื้อผงลอยองค์ บูชาองค์ละ 99 บาท

พระเนื้อผงหลวงปู่ทวดซุ้มเรือนแก้ว แจกฟรี สำหรับผู้บูชาวัตถุมงคลและผู้เข้าเยี่ยมชมที่วัด

บล็อกแม่พิมพ์ ได้ถูกทำลายลงเมื่อปั้มครมตามจำนวน


ร่วมทำบุญบูชา สอบถาม 035-251479, 08-0589-0301, 08-1853-9571
ธนาณัติสั่งจ่าย ปณ.พระนครศรีอยุธยา ในนาม โยธิน ตรีพัฒน์ ไวยาวัจกรวัดฯ หรือ
พระชัชวาล กลฺยาโณ
วัดแคราชานุวาส (เกาะลอย) เลขที่ 26 หมู่ 2 ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา
จ.พระนครศรีอยุธยา 13000
(กรุณาช่วยค่าจัดส่งวัด 50 บาท พระบูชา 100 บาท)




 


  24 ม.ค. 2552 05:01 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป สมชาย

 kea.99999@hotmail.com 125.26.6.24

  



พระเทพวรเมที วัดบรมวงศ์อิศรวราราม หลวงพ่อวิน เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

หลวงพ่อสวัสดิ์ วัดศาลาปูน หลวงพ่อแวว วัดพนัญเชิงวรหาร

หลวงพ่อเสงี่ยม วัดสุวรรณเจดีย์ หลวงพ่อเอียด วัดไผ่ล้อม

หลวงพ่อเล็ก วัดวรนายกรังสรรค์ฯ หลวงพ่อเชิต วัดกษัตราธิราช

หลวงพ่อรวย วัดตะโก หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว

หลวงปู่ทิม วัดพระขาว หลวงพ่อเฉลิม วัดพระญาติการาม

หลวงพ่อหวล วัดพุทไธศวรรย์ หลวงพ่ออุดม วัดพิชัยสงคราม

หลวงพ่อพูล วัดบ้านแพน หลวงพ่อมหาสมคิด วัดมเหยงค์

หลวงพ่อจั้ว วัดตูม หลวงพ่อสมศักดิ์ วัดหน้าพระเมรุ

หลวงพ่อจำลอง วัดเจดีย์แดง แผ่นเงินทองที่ได้ขออนุญาติในการทำพระหลวงปูทวดครั้งนี้


ได้ทำพิธีมอบเหรีญหลวงปู่ทวดให้ท่าน เชิดพันธ์ ณ สงขลา
ประธานกรรมการ การไฟฟ้านครหลวง และ

อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไป
มอบให้ผู้รักษาดินแดนภาคใต้ จำนวน 9,999 องค์








ขอเชิญติดตามชมภาพการก่อสร้างของงานที่จะนำมาลงทุก ๆ วัน


















































รวมภาพเททอง













รวมภาพการถวายกฐินสามัคคี 8/12/51









ขอพรบารมี
พระราชมุนีสามีรามคุณูประมาจารย์
หลวงปู่ทวด
ให้ศิษยานุศิษย์ ขององค์หลวงปู่ทวด
ตลอดจนผู้มีจิตศรัทธา และ
คณะกรรมการจัดสร้างองค์หลวงปู่ทวดแบบธุดงค์ ทุกท่าน
ขออำนาจคุณพระรัตนตรัยและบุญกุศลที่ได้บำเพ็ญนี้
จงบันดาลให้ท่านเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ
และประสบสิ่งอันพึงปรารถนาทุกทิพาราตรีกาลเทอญฯ

วัดแคราชานุวาส


















พ.อ.อ.สุวัฒน์ สรรพโกศลกุล รองนายกเทศมนตรีนครศรีอยุธยา และ ประธาน
อ.ส.ม. และ ประธานชุมชน เกาะลอย

ยินดีต้อนรับmทุกท่าน


...พระคาถาหลวงปู่...


"นะโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติ ภะคะวา"


จัดดอกไม้ธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และคุณบิดามารดา คุณครูบาอาจารย์ แล้วว่า..นะโมฯ ๓ จบ..แล้วนำพระเครื่องหลวงปู่ทวดที่มีอยู่เข้าพนมมือเหนือหน้าอก สงบจิตบริกรรมพระคาถา มากน้อยเท่าใดก็ได้ตามปรารถนา เลือกปลุกเสก วันเสาร์ วันอังคาร วันพฤหัสบดี



..ชื่อของหลวงปู่ทวด ที่ประชาชนทั่วไปเรียกตามประวัติมีอยู่ ๖ ชื่อ..



๑. "ปู่" เป็นชื่อที่บิดามารดาตั้งเมื่อเกิดใหม่ๆ

๒. "สามีราม" เป็นชื่อตามฉายาทางศาสนาเมื่อท่านอุปสมบทเป็พระภิกษุ พระอุปัชฌาย์ให้ชื่อฉายาว่า สามีราโม

๓. "สมเด็จพระราชมุนีสามีรามคุณูปรมาจารย์" เป็นชื่อพระราชทานสมณศักดิ์ เมื่อครั้งท่านแก้ปริศนาธรรมชนะแก่พราหมณ์ ฑูตเมืองลังกา

๔. "สมเด็จเจ้าพะโค๊ะ" เมื่อท่านได้รับสมณศักดิ์ชั้นสมเด็จแล้วท่านมาบูรณะปฏิสังขรณ์และอยู่วัดพะโค๊ะ

๕. "ท่านลังกา" บ้านสวนนายปัจจุบันอยู่ติดต่อทางทิศใต้ของวัดพะโค๊ะ เดิมเป็นหัวเมืองเรียกว่าเมืองลังกาพะโค๊ะ เมื่อท่านจาริกธุดงค์ไปสถานที่ต่างๆ
๖. "หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด" เรียกย่อว่า "หลวงปู่ทวด" เพราะท่านเป็นพระที่สำคัญมีพลังทางจิตสูงมีปาฏิหาริย์ศักดิ์สิทธิ์ สามารถทำน้ำเค็มให้เป็นน้ำจืด

...ชาติกำเนิดและเหตุอัศจรรย์ในวัยเด็ก..
มีสามีภรรยาคู่หนึ่ง ชื่อ นายหูและนางจัน เป็นคนยากจนแต่ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม เมื่อถึงวันพระก็ได้เข้าวัดทำบุญทำทานสมาทานศีลและฟังธรรมเป็นประจำ นายหูและนางจัน ปลูกบ้านเรือนอยู่ในที่ดินของเศรษฐีปานเจ้าของสวนจันทร์ ปัจจุบันชื่อว่า เลียบ หมู่ที่ ๑ ตำบลดีหลวง อำเภอสะทิ้งพระ จังหวัดสงขลา เศรษฐีปานผู้นี้มีข้าทาสและลูกหนี้มากมาย นายหูและนางจันก็เป็นลูกหนี้ของเศรษฐีปานด้วย ต่อมานางจันได้คลอดบุตรชาย เมื่อวันศุกร์ที่๔ ปีมะโรง พ.ศ.๒๑๒๕ ในวันที่ถึงกำหนดคลอดนั้นได้เกิดแผ่นดินไหวอันเป็นที่อัศจรรย์อย่างยิ่ง นายหูบิดาได้เอารกบุตรชายไปฝังไว้ที่ใต้ต้นเลียบ ซึ่งอยู่ใกล้สวนจันทร์ของเศรษฐีปาน ซึ่งต้นเลียบต้นนั้นได้เจริญงอกงาม จนปัจจุบันนี้มีลำต้นใหญ่มาก ประชาชนนับถือกันว่าเป็นส่งศักดิ์สิทธิ์ ครั้งนั้นเป็นเทศกาลเดือน๔ อันเป็นฤดูเกี่ยวข้าว เศรษฐีปานจึงเร่งรัดข้าทาสชายหญิงและลูกหนี้ให้ไปเกี่ยวข้าวในนา นางจันซึ่งเพิ่งคลอดขอผลัดเอาไว้ แต่เศรษฐีปานไม่ยอมยกเว้น ยังคงเร่งรัดให้นางจันไปเกี่ยวข้าวให้ได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการชดเชยกับการชำระหนี้ ในวันรุ่งขึ้น นางจันจึงออกไปเกี่ยวข้าวในนา โดยให้บุตรอยู่ในเปล ซึ่งมีผ้าผูกขึงระหว่างต้นไม้ใหญ่ ครั้นได้เวลาสมควร นางจันขึ้นจากนามาดูบุตรเพื่อให้กินนม นางจันตกใจเป็นอันมาก เมื่อเห็นงูใหญ่ขนาดเท่าต้นหมาก นอนขดอยู่รอบๆเปลที่บุตรของนางนอนอยู่ จึงร้องตะโกนให้คนช่วยแต่ไม่มีผู้ใดช่วยได้ ในที่สุดนางจึงนั่งลง พนมมือไหว้ ระลึกถึงคุณบิดามารดา คุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายให้ช่วยคุ้มครองบุตร ซึ่งการแผ่จิตของนางได้ผลอย่างยิ่ง เพราะในบัดดลนั้น งูใหญ่ได้เลื้อยไปและนางได้เห็นแก้วขนาดใหญ่เท่าไข่นกพิราบมีสีเป็นประกายแวววาว วางอยู่ในฝ่ามือของบุตร ทำให้เศรษฐีปานเกิดความโลภ อยากได้ดวงแก้วมาเป็นสมบัติของตน จึงขอดวงแก้วจากนางจันโดยยินยอมยกที่นาและข้าวในนาให้เป็นการแลกเปลี่ยน ตอนแรกนาง ไม่ยินยอมเพราะแก้วนั้นเป็นของบุตร แต่เศรษฐีปานก็ไม่ละความพยายามยังคงเพิ่มทรัพย์สินเงินทองให้นางจันอีกมากมาย จนในที่สุด นางรู้สึกเกรงใจในฐานะที่เคยเป็นลูกหนี้มาก่อน จึงมอบดวงแก้วให้ เมื่อนายหู ทราบเรื่อง จขึงรู้สึกเสียใจมาก จึงขอร้องให้นางจันไปขอดวงแก้วคืน ฝ่ายเศรษฐีปาน เมื่อได้ดวงแก้วไป ปรากฏว่าบุตรและภรรยาได้เกิดล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน ส่วนเศรษฐีเมื่อนอนหลับ ฝันเห็นลางร้ายว่าจะต้องตายกันทั้งครอบครัว จึงนำดวงแก้วพร้อมด้วยทรัพย์สินมาทำขวัญและขอขมาต่อบุตรของนางจัน ส่วนที่ดิน นา และข้าวที่มอบให้แล้วไม่เอากลับคืน มอบให้บุตรของนางจันด้วย เพราะขณะนั้นเศรษฐีปานได้เกิดศรัทธาในตัวบุตรชายของนางจัน ดังนั้น ฐานะความเป็นอยู่ของนายหูและนางจันจึงได้พ้นจากความยากจนขึ้นมาทันที ทั้งนี้เพราะบารมีของบุตรชาย โดยนายหูและนางจัน ตั้งชื่อบุตรชายว่า " ปู "





...การศึกษา...



เมื่อเด็กชายปู่อายุได้ ๗ ปี นายหูได้นำเด็กชายปู่ ไปฝากไว้กับสมภารจวง เจ้าอาวาสวัดกุฎีหลวง (วัดดีหลวง)เพื่อให้เล่าเรียนหนังสือ เด็กชายปู่มีความเฉลียวฉลาดมากสามารถเรียนทั้งหนังสือขอมและไทยได้อย่างรวดเร็ว ครั้นอายุได้ ๑๕ ปี สมภารจวงก็บวชสมาเณรให้ พร้อมกันนั้น นายหูผู้บิดาได้มอบดวงแก้ววิเศษไว้เป็นของประจำตัวด้วย ต่อมาสามเณรปู่ได้ศึกษาต่อกับสมเด็จพระชินเสน ที่วัดสีหยั่ง (สีคูยัง)อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ซึ่งพระชินเสนองค์นี้เป็นอาจารย์ที่เชี่ยวชาญ มีชื่อเสียงมาจากกรุงศรีอยุธยา เมื่อเรียนธรรมบททศชาติมูลบทบรรพกิจจบ จึงเดินทางไปศึกาต่อที่เมืองนครศรีธรรมราช ครั้นอายุได้ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ขุนลก ก็นำสามเณรปู่ไปสู่สำนัก พระมหาเถระปิยะทัสสี เพื่อขออุปสมบทบวชเป็นภิกษุ เนื่องจากเวลานั้นที่วัดท่าแพ ยังไม่มีพัทธสีมา ขุนลก จึงได้จัดเรือมาดตะเคียนลำหนึ่ง เรือมาดพยอมลำหนึ่ง และเรือมาดยางลำหนึ่ง เอามาผูกขนานกันที่คลองท่าเรือเพื่อใช้เป็นที่อุปสมบทแก่สามเณรปู่ โดยมีญาติพี่น้องทั้งหลายได้มาร่วมในพิธีอุปสมบทโดยพร้อมเพรียงกัน ในพิธีอุปสมบทมีพระมหาปิยะทัสสีเป็นพระอุปัชฌาย์ พระมหาพุทธสาครเป็นพระกรรมวาจา พระมหาเถระศรีรัตน์เป็นอนุกรรมวาจา สามเณรปู่เมื่ออุปสมบทแล้วมีฉายาว่า
"สามีราโม"แต่คนทั่วไปเรียกว่า "เจ้าสามีราม" เจ้าสามีรามได้ศึกษาอยู่ที่วัดท่าแพ เมื่อเห็นว่าเพียงพอแก่การศึกษาที่เมืองนครศรีธรรมราชแล้ว จึงตั้งใจจะไปศึกษาต่อที่กรุงศรีอยุธยา เมื่อทราบข่าวว่ามีเรือสำเภาของนายอินชาวเมืองสทิ้งพระ จะไปค้าขายยังกรุงศรีอยุธยา และมาแวะที่เมืองนครศรีธรรมราช จึงขอโดยสารเรือสำเภอนั้นไปกรุงศรีอยุธยา ซึ่งนายสำเภาอินก็อนุโมทนารับนิมนต์ไปกับสำเภานั้น


...อภินิหารของพระภิกษุสามีราม...



เจ้าสามีรามโดยสารเรือสำเภาของนายอินเพื่อขึ้นไปศึกษาธรรมะเพิ่มเติมที่กรุงศรีอยุยา ครั้นเรือสำเภาแล่นเข้าเขตหน้าเมืองชุมพร ได้บังเกิดคลื่นลมแรงทะเลปั่นป่วน เรือไม่สามารถฝ่าคลื่นลมไปได้ ต้องทอดสมอ อยู่กลางทะเลประมาณ๗ วัน ๗ คืน เป็นเหตุให้เสบียงอาหารรวมทั้งน้ำจืดที่มีอยู่ในเรือสำเภาหมดลง บรรดาลูกเรือต่างตั้งข้อสงสัยกันว่า การเกิดอาเพธขึ้นคงเป็นเพราะเจ้าสามีรามโดยสารมาในเรือ ดังนั้น นายสำเภาอินและลูกเรือต่างตกลงใจให้ส่งเจ้าสามีรามขึ้นเกาะ จึงนิมนต์ให้เจ้าสามีรามลงเรอืมาด เพื่อปล่อยขึ้นฝั่งตามยถากรรม เจ้าสามีรามจึงได้แสดงอภินิหาร โดยหย่อนเท้าข้างซ้ายซึ่งมีลักษณะทู่ จากกาบเรือมาด ลงในน้ำทะเล ก็เกิดอัศจรรย์ น้ำทะเลบริเวณนั้นเป็นประกายแวววาวโชติช่วง แล้วบอกให้ลูกเรือตักชิม ปรากฏว่าน้ำทะเลในบริเวณนั้นจืดสนิท นายอินและลูกเรือเห็นประจักษ์ในอภินิหาร รู้สำนึกผิด จึงนิมนต์ท่านกลับขึ้นเรือใหญ่และกราบขอขมา นับถือเจ้าสามีรามเป็นอาจารย์แต่นั้นมา แล้วจึงเดินทางต่อไปยีงกรุงศรีอยุธยา เมื่อมาถึงกรุงศรีอยุธยา นายสำเภาอิน ก็ได้นิมนต์เจ้าสามีรามไปพำนักอยู่ที่วัดแค สมภารได้ให้ความอนุเคราะห์เป็นอย่างดี สำเภาอินได้ปฏิบัตติตนเป็นโยมอุปัฏฐาก อีกทั้งได้มอบหมายทาสคนหนึ่งชื่อ นายจันไว้คอยปฏิบัติด้วย ต่อมาสามีรามได้ไปศึกษาธรรมะที่วัดลุมพลีนาวาส เมื่อสำเภาอินกลับมาหนหลังได้นิมนต์เจ้ามามีรามไปพำนักอยู่ที่วัดของสมเด็จพระสังฆราช และได้ศึกษาธรรมะและภาษาบาลี ณ สำนักนั้น จนมีความรู้ความเชี่ยวชาญ จึงขอลาสมเด็จพระสังฆราชไปจำพรรษาที่วัดแคราชานุวาส ซึ่งอยู่นอกกำแพง เนื่องจากสงบเงียบ..

...การช่วยชาติบ้านเมืองของเจ้าสามีราม...


ในขณะที่พระภิกษุปู่พำนักอยู่ที่วัดแคราชานุวาส นอกกำแพงเมืองกรุงศรีอยุธยา ขณะเดียวกัน(ประมาณ พ.ศ.๒๑๔๙)พระเจ้าอัฐคามินี พระเจ้ากรุงลังกา มีพระประสงค์จะได้กรุงศรีอยุธยาไว้เป็นเมืองขึ้นโดยสันติวิธี โดยดำเนินสงครามแบบใหม่เรียกว่า"ธรรมยุทธ" เพราะเห็นว่า กรุงศรีอยุธยาเพิ่งเสร็จจากสงครามใหม่ๆเข้าใจว่าการพระพุทธศาสนา ต้องด้อยลงถ้าท้าพนันเมืองกันในการแปลธรรมะคงหาผู้เชี่ยวชาญมาแปลไม่ได้คงต้องพ่ายแพ้จึงให้ช่างตีแผ่นทองคำให้เป็นแผ่นเล็กๆจารึกอักขระจากพระคาถาของพระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ อักขระแต่ละคำแยกเป็นแผ่นๆ ๗ คัมภีร์ จึงแบ่งได้ ๗ แม่ขันทอง เมื่อจัดเรียบร้อยแล้ว ก็จัดเครื่องบรรณาการอีก ๗ สำเภาใหญ่ โดยมอบหมายให้พราหมณ์ ราชฑูต ๗ คน นำพระราชสานส์เข้าเฝ้าสมเด็จพระเอกาทศรถ ท้าพนันแปลพระธรรมให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วัน หากไม่มีผู้ใดแปลได้ กรุงศรีอยุธยาจะต้องตกเป็นเมืองขึ้นของกรุงลังกา และจำต้องส่งเครื่องราชบรรณาการเป็นประจำทุกปี สมเด็จพระเจ้าเอกาทศรถจึงมีพระบรมราชโองการป่างร้องแก่ภอกษุทั้งหลาย มีหนังสือบอกไปยังวัดวาอารามต่างๆทั้งในพระนครหลวงและต่างเมืองให้จัดหาภิกษุที่เป็นนักปราชญ์มากอบกู้บ้านเมือง ครั้งนั้นมีพระภิกษุแสดงความจำนงเข้าแปลคัมภีร์เป็นจำนวนมาก แต่เมื่อถึงเวลาแปลจริงๆก็ยังไม่มีภิกษุองค์ใดทำการแปลได้สำเร็จ จนเวลาล่วงไปถึง ๖ วัน เหลือเวลาเพียง ๑ วันก็จะครบตามสัญญาซึ่งเป็นวันชี้ชะตากรรมของประเทศว่าจะต้องอยู่ในสภาพเช่นไร ในภาวะคับขันนี้มีผู้เฒ่าหลายท่านระลึกได้ว่าพระไตรปิฎกฉบับหนังสือขอมก็เคยเผยแพร่ไปจากเมืองลังกา(พะโค๊ะ)ลัทธิลังกาวงศ์ก็สืบเนื่องมาจากเมืองลังกา(พะโค๊ะ)เพราะเหตุนี้จึงทำให้ทุกคนระลึกได้ว่าผู้ชำนาญในการแปลคัมภีร์นี้คงเป็นผู้มาจากเมืองลังกาแน่นอน ในราตรีนั้นเอง สมเด็จพระเอกาทศรถพระพุทธเจ้าอยู่หัว ทรงสุบินนิมิตว่า มีพญาช้างเผือกเชือกหนึ่งวิ่งมาจากทางทิศใต้เข้าสู่พระบรมมหาราชวัง พระพุทธเจ้าอยู่หัวตกพระทัยเป็นอันมาก ทรงตื่นจากพระบรรทม และดำริว่า คราวนี้ประเทศอาจจะตกเป็นเมืองขึ้นของลังกาก็ได้ จึงให้โหราธิบดีเข้ามาทำนาย พระโหราธิบดีคำนวนกฤษ์ยามแล้ว กราบบังคมทูลให้ทรงทราบว่า ชะตาบ้านเมืองจะรุ่งเรืองกว่าเดิมเพราะมีนักปราชญ์มาจากทิศใต้เป็นผู้ช่วยเหลือในการแปลธรรมครั้งนี้ ขุนนางจึงได้นิมนต์เจ้าสามีรามที่วัดแคราชานุวาสเข้าสู่พระราชฐานท้องพระโรง ก่อนเข้าท้องพระโรงสัตบุรุษจันได้ตักน้ำมาล้างเท้าให้เจ้าสามีราม เจ้าสามีรามจึงย่างเท้าขึ้นไปเหยียบบนแผ่นศิลาทำให้แผ่นศิลานั้นแยกออกด้วยอำนาจอภินิหาร เป็นที่อัศจรรย์ยิ่งนัก เมื่อเข้าไปยังท้องพระโรง พราหมณ์ราชฑูตทั้ง ๗ ก็กล่าวขึ้นท่ามกลางที่ประชุมว่า กษัตริย์พาเด็กเข้ามาแก้ปริศนา ซึ่งเจ้าสามีรามได้ให้กรรมการจดบันทึกคำพูดนั้นไว้พร้อมกับถามพราหมณ์ราชฑูตว่า กุมารที่ออกจากครรภ์มาร***ี่วันจึงจะนั่ง กี่วันจึงจะคลาน ท่านทราบหรือไม่ พราหมณ์ทั้ง ๗ กล่าวแก้ไม่ได้ หลังจากนั้น เจ้าสามีรามก็ตรงไปยังเตียงทองซึ่งจัดไว้เป็นที่รองรับอักขระธรรมะนั้น เจ้าสามีรามทำวัตรปฏิบัติธรรมแก่พระอภิธรรม แล้วเอาอักขระแต่ละขันออกมาเรียง จึงทราบว่ายังขาดอักขระอยู่ ขันละ ๑ ตัว คือ สํ วิ ธา ปุ กะ ยะ ปะ ท่านจึงทวงถามเอาจากพราหมณ์ทั้ง ๗ คน พราหมณ์ทั้ง ๗ คน จึงเอาอักขระที่ซ่อนไว้ในมวยผม ส่งมอบให้เจ้าสามีราม ด้วยบุญญาบารมีของท่านที่ได้จุติลงมาโปรดสัตว์ในพระพุทธศาสนาประกอบกับโชคชะตาของประเทศชาติบ้านเมืองจะไม่เสื่อมเสียอธิปไตย ท่านได้เรียบเรียงคัมภีร์ได้ถูกต้องทุกประการ โดยไม่ติดขัดประการใด พราหมณ์ทั้ง ๗ จึงยอมแพ้ ก้มลงกราบเจ้าสามีรามด้วยคงามเคารพเลื่อมใสยิ่งและถวายเงินทองของมีค่าในสำเภาทั้ง ๗ ลำ แล้วเดินทางกลับกรุงลังกา พระมหาธรรมราชาทรงโสมนัสยินดีเป็นอย่างยิ่ง จึงทรงแต่งตั้งให้ดำรงสมณศักดิ์พระราชทานนามว่า " พระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์ " แต่นั้นมา...

เอกกระสารเก่าของ 1

ประวัติ
วัดแค ตำบลหัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วัดแคตั้งอยู่บริเวรเกาะลอยริมแม่นำแควป่าสัก ชานเมืองกรุงศรีอยุธยา ตามประหลักฐานไม่ปรากฏชัด แต่สันนิฐานว่า วัดนี้สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เพราะพระพุทธรูปที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน เป็นแบบศิลาสีขาว ศิลาสีเขียว และศิลาทราย มีเป็นจำนวนมาก แตไม่สมบูรณ์ จากคำบอกเล่าของท่านผู้เฒ่า อายุ 95 ปี มีบ้านอยู่ใกล้เล่าว่า เมื่อปี พ.ศ.2500 มีพวกมิจฉาชีพได้ลักพาพระศิลาสีเขียว พระศิลาสีขาวไปหมด คงเหลือแต่พระสิลาทรายที่ชำรุดไว้ หลักฐานที่อยู่คือแผ่นอิฐใหญ่ ๆ คล้าย ๆ แผ่นอิฐกลางเมือง และฐานวิหารเก่า ส่วนฐานวิหารนั้น ท่านปลัดวัฒนา กันตามระ ได้สืบเอาประวัติมาว่า เป็นวิหารของหลวงปู่ทวด เหยียบนำทะเลจืด ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ต้องการหาพระผู้เรืองวิชา เพื่อมาช่วยแก้ปัญหา ตามประวัตินั้น ซึ่งมีชาวเมืองอื่นมาท้าพนัน ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้จะเสียพระนคร พระราชาจึงสั่งให้นายนักการทั้งหลายสืบหาดูพระผู้เรืองวิชา ปรากฏว่ามีหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด นครศรีธรรมราช เมื่อพระราชาทรงทราบจึงรับสั่งให้นิมนต์เข้ามาในพระนคร ทรงบอกเรื่องทั้งหมดให้ทราบ ปรากฏว่าอักขระทั้งหมดหลวงปู่แก้ได้ทั้งหมด และที่หายไปก็ยังรู้ เมื่อพระองค์ทราบว่าแก้ปัญหาได้ชนะพระองค์ทรงดีพระทัย มีพระดำรัสให้ครองพระนครกึ่งหนึ่ง และถวายทรัพย์อีกส่วนหนึ่ง แต่หลวงปู่ทวดไม่ยอมรับ เพียงแต่ขอเพื่อพักอาศัยการปฏิบัติอยู่ใกล้ ๆ ชานเมือง พระองค์จึงให้สร้างวัดขึ้นใหม่ ให้นามว่า "วัดราชานุวาส" แปลว่าเป็นที่อยู่ของพระราชาองค์น้อย ถวายแด่หลวงปู่ทวด และทรงตั้งฐานันดรศักดิ์ "เป็นสมเด็จพะโค๊ะ" ต่อมาอยุธยาใกล้จะเสียกรุง พม่าได้ยกทัพใหญ่มาตั้งที่โพธิ์สามต้น อำเภอบางปะหัน แล้วจึงสั่งทัพหน้ามาตั้งอยู่ที่บริเวณวัดมณฑป, วัดแค ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เมืองด้านตะวันออก เพราะสะภาพของเมืองมีแม่นำล้อมรอบ พม่าจึงทำสะพานเชือกข้ามครองไปสู่เมืองหลวง

จึงสันนิฐานตามประวัติศาสตร์ วัดนี้คงเป็นพระอารามหลวง คงร่วงโรยมาเป็นลำดับ หรืออาจจะเป็นวัดร้างมาสมัยหนึ่งปัจจุบันวัดนี้ชำรุดทรุดโทรมมาก มีเจ้าอาวาสปกครองมาเป็นลำดับ จนถึงเจ้าอธิการเพิ่ม ฐิติญาโณ เจ้าคณะหมวด ในสมัยนั้นเป็นเจ้าอาวาส เป็นพระเถรนักปฏิบัติ ต่อมาปฏิบัติไม่สำเร็จ ท่านจึงเล่นแร่แปลธาตุ ปรากฏว่าท่านทำพระของ่ทานไว้มากมาย เป็นที่รู้จักของวงการพระเครื่อง แม้เหรียญของก็ยังมีการประกวดอยู่มีราคาสูงพอสมควร ช่วงนี้จึงไม่การบูรณะปฏิสังขรณ์ เมื่อท่านมรณภาพแล้ว ทางการคณะสงฆ์ จึงส่งพระมหาระหงษ์ มาเป็นเจ้าอาวาส เมื่อมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสแล้ว จึงเริ่มการก่อสร้าง การบูรรณะปฏิสังขรณ์ รวมทั้งการศึกษาฝ่ายบาลี-นักธรรมขึ้นจนถึงปัจจุบัน ต่อมาเจ้าอาวาสได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลท่าวาสุกรีเขต 2 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตร ที่ "พระครูอดุลวิริยกิจ" และดำรงตำแหน่งพระอุปัชฌาย์ประจำตำบล ฯ ได้สร้างกุฏิทั้งหมด 17 หลังศาลาการเปรียญ 1 หลังมีพระสงฆ์-สามเณรอยู่จำพรรษา 25 รูป ศิษย์วัด 12 คน ชี 4 คน ปัจจุบันดำริห์จะสร้างเมรุปูนถาวร และจะปฏิสังขรณ์อุโบสถ แต่ทางวัดยังขาดทุนทรัพย์ในการนี้ จึงใคร่ขอความอุปถัมภ์จากท่านสาธุชนโยทั่วไป

พระครูอดุลวิริยกิจ

เจ้าอาวาสวัดแค และเจ้าคณะตำบลท่าวาสุกรีเขต 2

อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

27 มิถุนายน 2527
สีเขียวเอกกระสารเก่า 2


นัยยะแห่งภาพ : หลังจากที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นเจ้า
ได้ประกาศอิสรภาพคืนความเป็นไทยแก่แผ่นดินแล้ว
ในรัชสมัยต่อมาแห่งสมเด็จพระเอกาทศรถ
หลวงปู่ทวด ได้เดินทางมาช่วยให้แผ่นดินสยาม
รอดพ้นจากวิกฤตด้วยพระบารมีและปัญญาอันสูงล้ำ
จึงทำให้สมเด็จพระเอกาทศรถเดินหน้านำพาแผ่นดินสยาม
เป็นปึกแผ่น ปวงประชาเป็นสุขปราศซึ่งสงคราม
ยาวนานมาอีกกว่าศตวรรษ...


เมื่อหลวงปู่ทวดถึงกรุงศรีอยุธยา ก็ได้ไปพำนักอยู่ที่วัดแค
ศึกษาธรรมะที่ วัดลุมพลีนาวาส
ต่อมาได้ไปพำนักอยู่ที่วัดของสมเด็จพระสังฆราช
ได้ศึกษาธรรมและภาษาบาลี ณ ที่นั้น
จนเชี่ยวชาญจึงทูลลาสมเด็จพระสังฆราชไปจำพรรษาที่วัดราชานุวาส
เมื่อประมาณ พ.ศ. 2149 ตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระเอกาทศรถ

รบด้วยปัญญา

กระทั่งวันหนึ่งถึงกาลเวลาที่ชื่อเสียงของหลวงพ่อทวด
หรือเจ้าสามีรามจะระบือลือลั่นไปทั่วกรุงสยาม
จึงได้มีเหตุพิสดารอุบัติขึ้นในรัชสมัยของพระเอกาทศรถ
กล่าวคือ สมัยนั้นพระเจ้าวัฏฏะคามินี แห่งประเทศลังกา
ซึ่งเคยเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรแหลมทองทางภาคใต้
คิดแก้มือด้วยการท้าพนันแปลธรรมะ
และต้องการจะแผ่พระบรมเดชานุภาพมาทางแหลมทอง
ใคร่จะได้กรุงศรีอยุธยามาเป็นประเทศราช
แต่พระองค์ไม่ปรารถนาให้เกิดศึกสงครามเสียชีวิตแก่ประชาชนทั้งสองฝ่าย
จึงทรงวางแผนการเมืองด้วยสันติวิธี
คิดหาทางรวบรัดเอากรุงศรีอยุธยาเป็นเมืองขึ้นด้วยสติปัญญาเป็นสำคัญ
เมื่อคิดได้ดังนั้น พระเจ้ากรุงลังกาจึงมีพระบรมราชโองการ
สั่งให้พนักงานท้องพระคลังเบิกจ่ายทองคำบริสุทธิ์
แล้วให้ช่างทองประจำราชสำนักไปหล่อทองคำเหล่านั้น
ให้เป็นตัวอักษรบาลีเล็กเท่าใบมะขาม ตามพระอภิธรรมทั้งเจ็ดคัมภีร์
จำนวน 84,000 ตัว จากนั้นก็ทรงรับสั่งให้พราหมณ์ผู้เฒ่า
อันมีฐานะเทียบเท่าปุโรหิตจำนวนเจ็ดท่านคุมเรือสำเภาเจ็ดลำ
บรรทุกเสื้อผ้าแพรพรรณ และของมีค่าออกเดินทางมายังกรุงศรีอยุธยา
พร้อมกับปริศนาธรรมของพระองค์

เมื่อพราหมณ์ทั้งเจ็ดเดินทางลุล่วงมาถึงกรุงสยามแล้ว
ก็เข้าเฝ้าถวายพระราชสาส์นของกษัตริย์ตนแก่พระเจ้าเอกาทศรถ
มีใจความในพระราชสาส์นว่า

พระเจ้ากรุงลังกาขอท้าให้พระเจ้ากรุงสยามทรงแปล
และเรียบเรียงเมล็ดทองคำตามลำดับให้เสร็จภายในกำหนดเจ็ดวัน
นับแต่วันที่ได้รับพระราชสาส์นนี้เป็นต้นไป
ถ้าทรงกระทำไม่สำเร็จตามสัญญาก็จะยึดกรุงศรีอยุธยา
ให้อยู่ใต้พระบรมเดชานุภาพของพระองค์
และทางกรุงสยามจะต้องส่งดอกไม้เงินดอกไม้ทอง
อีกทั้งเครื่องราชบรรณาการแก่กรุงลังกาตลอดไปทุกๆ ปี
เยี่ยงประเทศราชทั้งหลาย

พระสุบินนิมิต

เมื่อพระเอกาทศรถทรงทราบความ
ดังนั้น จึงมีพระบรมราชโองการให้สังฆการี
เขียนประกาศนิมนต์พระราชาคณะและพระเถระทั่วพระมหานคร
ให้กระทำหน้าที่เรียบเรียงและแปลตัวอักษรทองคำในครั้งนี้
แต่ก็ไม่มีท่านผู้ใดสามารถเรียบเรียงและแปลอักษรทองคำในครั้งนี้ได้
จนกาลเวลาลุล่วงผ่านไปได้หกวัน
ยังความปริวิตกแก่พระองค์และไพร่ฟ้าประชาชน
ต่างพากันโจษขานถึงเรื่องนี้ให้อื้ออึงไปหมด

ครั้นราตรีกาลยามหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเข้าพระบรรทม
ทรงสุบินว่า ได้มีพระยาช้างเผือกลักษณะบริบูรณ์
เฉกเช่นพระยาคชสารเชือกหนึ่ง ผายผันมาจากทางทิศตะวันตก
เยื้องย่างเข้ามาในพระราชนิเวศน์
แล้วก้าวเข้าไปยืนผงาดตระหง่านบนพระแท่น
พลางเปล่งเสียงโกญจนาทกึกก้องไปทั่วทั้งสี่ทิศ
เสียงที่โกญจนาทด้วยอำนาจของพระยาคชสารเชือกนั้น
ยังให้พระองค์ทรงสะดุ้งตื่นจากพระบรรทม

รุ่งเช้าเมื่อพระองค์เสด็จออกว่าราชการ
ได้ทรงรับสั่งถึงพระสุบินนิมิตประหลาดให้โหรหลวงฟัง
และได้รับการกราบถวายบังคมทูลว่า
เรื่องนี้หมายถึงชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์
และพระบรมเดชานุภาพจะแผ่ไพศาลไปทั่วสารทิศ
เป็นที่เกรงขามแก่อริราชทั้งปวง
ทั้งจะมีพระภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งจากทางทิศตะวันตก
มาช่วยขันอาสาแปลและเรียบเรียงตัวอักษรทองคำปริศนาได้สำเร็จ
พระเจ้าอยู่หัวได้ฟังดังนั้นจึงค่อยเบาพระทัย
และรับสั่งให้ข้าราชบริพารทั้งมวลออกตามหาพระภิกษุรูปนั้นทันที

อักษรเจ็ดตัว

ต่อมาสังฆการีได้พยายามเสาะแสวงหาจนไปพบ "เจ้าสามีราม"
ที่วัดราชานุวาส
และเมื่อได้ไต่ถามได้ความว่าท่านมาจากเมืองตะลุง (พัทลุงในปัจจุบัน)
เพื่อศึกษาพระธรรมวินัย สังฆการี
จึงเล่าความตามเป็นจริงให้เจ้าสามีรามฟังทั้งได้อ้างตอนท้ายว่า
"เห็นจะมีท่านองค์เดียวที่ตรงกับพระสุบินของพระเจ้าอยู่หัว
จึงใคร่ขอนิมนต์ให้ไปช่วยแก้ไขในเรื่องร้ายดังกล่าวให้กลายเป็นดี ณ โอกาสนี้"

ครั้นแล้วเจ้าสามีรามก็ตามสังฆการีไปยังที่ประชุมสงฆ์ ณ ท้องพระโรง
พระเจ้าอยู่หัวทรงมีรับสั่งให้พนักงานปูพรมให้ท่านนั่งในที่อันควร
พราหมณ์ทั้งเจ็ดคนได้ประมาทเจ้าสามีรามโดยว่า
เอาเด็กสอนคลานมาให้แก้ปริศนา
เจ้าสามีรามก็แก้คำพราหมณ์ว่า กุมารเมื่ออกมาแต่ครรภ์พระมารดา
กี่เดือนกี่วันจึงรู้คว่ำ กี่เดือนกี่วันจึงรู้นั่ง กี่เดือนกี่วันจึงรู้คลาน
จะว่ารู้คว่ำแก่ หรือจะว่ารู้นั่งแก่ หรือจะว่ารู้คลานแก่
ทำไมจึงว่าเราจะแก้ปริศนาธรรมมิได้
พราหมณ์ก็นิ่งไปไม่สามารถตอบคำถามท่านได้
จากนั้นจึงรีบนำบาตรใส่อักษรทองคำเข้าไปประเคนแก่เจ้าสามีราม

ท่านรับประเคนมาจากมือพราหมณ์แล้วนั่งสงบจิตอธิษฐานว่า
"ขออำนาจคุณบิดามารดาครูบาอาจารย์
และอำนาจผลบุญกุศลที่ได้สร้างมาแต่ปางก่อน
และอำนาจเทพยดาที่รักษาพระนครตลอดถึงเทวดาอารักษ์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย
ครั้งนี้อาตมาจะแปลพระธรรมช่วยกู้บ้านกู้เมือง
ขอให้ช่วยดลบันดาลจิตใจให้สว่างแจ้งขจัดอุปสรรคที่จะมาขัดขวาง
ขอให้แปลพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าสำเร็จสมปรารถนาเถิด"

ครั้นแล้วท่านก็คว่ำบาตรเทอักษรทองคำเริ่มแปลปริศนาธรรมทันที
ด้วยอำนาจบุญญาบารมี กฤษดาภินิหารของท่าน
ที่ได้จุติลงมาเป็นพระโพธิสัตว์โปรดสัตว์ในพระพุทธศาสนา
กอปรกับโชคชะตาของประเทศชาติที่จะไม่เสื่อมเสียอธิปไตย
เดชะบุญญาบารมีในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เทพยาดาทั้งหลาย
จึงดลบันดาลให้ท่านเรียบเรียงและแปลอักษรจากเมล็ดทองคำ 84,000 ตัว
เป็นลำดับโดยสะดวกไม่ติดขัดประการใดเลย

ขณะที่ท่านเรียบเรียงและแปลอักษรไปได้มากแล้ว
ปรากฏว่าเมล็ดทองคำตัวอักษรขาดหายไปเจ็ดตัวคือ ตัว สัง วิ ธา ปุ กะ ยะ ปะ
ท่านจึงทวงถามเอาที่พราหมณ์ทั้งเจ็ด พราหมณ์ทั้งเจ็ดก็ยอมจำนน
จึงประเคนเมล็ดทองคำที่ตนซ่อนไว้นั้นให้ท่านแต่โดยดี
ปรากฏว่าท่านแปลพระไตรปิฎกจากเมล็ดทองคำสำเร็จบริบูรณ์
เป็นการชนะพราหมณ์ในเวลาเย็นของวันนั้น

พระราชมุนี

สมเด็จพระเอกาทศรถทรงพระโสมนัสยินดีเป็นที่ยิ่ง
ทรงมีรับสั่งถวายราชสมบัติให้แก่เจ้าสามีรามให้ครอง 7 วัน
แต่ท่านก็มิได้รับโดยให้เหตุผลว่าท่านเป็นสมณะ
พระองค์ก็จนพระทัยแต่พระประสงค์อันแรงกล้า
ที่จะสนองคุณความดีความชอบอันใหญ่ยิ่งให้แก่ท่านในครั้งนี้
จึงพระราชทานสมณศักดิ์ให้เจ้าสามีรามเป็น
"พระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์"
ในเวลานั้น พระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์หรือหลวงพ่อทวด
ได้ไปจำพรรษาอยู่ ณ วัดราชานุวาส
ศึกษาและปฏิบัติธรรมอยู่เป็นเวลาหลายปี
ด้วยความสงบร่มเย็นเป็นสุขตลอดมา

รูปขนาดเล็ก
ภาพประวัติหลวงปู่ทวดในพระอโบสถ




ภาพต้นแบบใพระอุโบสถ


ผู้ออกแบบ กรมโยธาธิการและผังเมือง สำนักงานโยธาธิการและเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ชื่อโครงการ ก่อสร้างฐานพร้อมองค์หลวงปู่ทวด แบบยืนธุดงค์ ๔.๙๙ ม.
(เขียนแบบ นายชาญณรงค์ ไกรสินธุ์ ช่างเขียนแผนที่) (สถาปนิก นายมัณฑนะ ภ-สถ 5290) (ออกแบบ นายวีรพล จำปาสกุล วิศวกรโยธา) (ออกแบบ นายณรงค์เดช ฉิมเล็ก วิศวกรโยธา) (ตรวจสอบ นายวพจน์ นุชิต หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการโยธา) (เห็นชอบ นายวิชัย ขจรปรีดานนท์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา)


ราคาก่อสร้างฐาน 2,500,000 บาท
ทางวัดยังขาดปัจจัยในการสร้างองค์หลวงปู่และฐานป็นจำนวนมาก
ขอเชิญศิษยานุศิษย์ ของหลวงปู่ทวด และผู้มีจิตศรัทธาบริจาคปัจจัย
ธนาคารกรุงไทย สาขาหัวรอ ชื่อบัญชี วัดแค (กองทุนสร้างหลวงปู่ทวด) เลขที่บัญชี 265-0-08327-1
"กรุณาช่วยบอกต่อๆกันไป"
(เป็นมหากุศล)




แบบแปลนฐานหลวงปู่ทวด

 


page [1]

** พื้นที่การใช้งานบอร์ดเต็มทำอย่างไรดี มี 2 วิธีง่ายๆดังต่อไปนี้ค่ะ **

1.upgrade เป็น board vip เพื่อสนับสนุนทางเว็บไซด์ click upgrade
2.ลบกระทู้เก่าๆที่มีภาพออกไปให้มากที่สุด และประมาณ 8-10 ชม.หลังจากนั้นระบบจะอัพเดทพื้นที่การใช้งานของท่านอีกครั้ง


ร่วมแสดงความคิดเห็น (กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ)
  โพสต์โดย
  Email
  Post ภาพ
* สมาชิกเท่านั้น
ขนาดของไฟล์ภาพไม่เกิน 100 kb. เฉพาะไฟล์ jpg, gif หรือ swf เท่านั้น
  Security code:
 กรุณากรอกรหัสที่เห็นเพื่อยืนยันการโพสต์


บริการฟรีเว็บบอร์ดจาก YimWhan.com :: copyrights © 2009-2010