Logo Webboard ของ auto
ติดต่อโฆษณา  |  สมัครใช้งานสุดยอดแห่ง Free Webboard ได้แล้ววันนี้ คลิ๊ก !!  | แจ้งบอร์ดไม่เหมาะสม


  เมืองโยนกนาคนคร

  

  Topic : แม่โพสพ: เทพแห่งข้าว

Delete
Admin ลบกระทู้
   Page 1
  สมาชิกพิเศษ
kamlon
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดจริง
  
elinautopowertoon658189@hotmail.com 203.146.63.182

  โพสต์เมื่อ : 20 ต.ค. 2550 23:49 น.

แม่โพสพ: เทพแห่งข้าว

วิถีชีวิตของคนล้านนานั้น มีการบริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก จึงถือว่า ข้าวเป็นเจ้าแห่งชีวิตคู่กับน้ำ

ดังคำกล่าวที่ว่า "ข้าวเป๋นเจ้า น้ำเป๋นนาย" ข้าวทุกเม็ดมีคุณค่า คนล้านนาจะไม่ทำการใดๆ อันจะเป็นการลบหลู่ข้าวโดยเด็ดขาด นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าข้าวมีจิตวิญญาณ มีเทพนารีเป็นเทพธิดาประจำข้าว คือ "แม่โพสพ" หรือเรียกอีกอย่างว่า ขวัญข้าว หรือย่าขวัญข้าว คอยดูแลปกป้องรักษาต้นข้าวอยู่ เมื่อมีกิจกรรมเกี่ยวกับต้นข้าว ทั้งหว่าน ปลูก หรือเก็บเกี่ยว จะต้องมีพิธีกรรมเพื่อบูชาพระแม่โพสพเสมอ ซึ่งชาวนาในสมัยโบราณล้วนให้ความสำคัญกับแม่โพสพอย่างสูงสุด เพราะเชื่อว่าแม่โพสพสามารถดลบันดาลให้ข้าวกล้าอุดมสมบูรณ์ และมีพอกินไปตลอดฤดูแล้ง หากผู้ใดกระทำการลบหลู่หรือไม่ให้ความสำคัญต่อแม่โพสพ ถือว่าผู้นั้นไม่รู้จักบุญคุณของข้าว ดังมีตำนานของล้านนาตำนานหนึ่งเล่าว่า

มีแม่ไก่ตัวหนึ่งชื่อ "สุริยมังคี" ได้บำเพ็ญบารมีจนแก่กล้า จนได้มาเกิดเป็นพระรูปหนึ่ง ในกาลนั้นมีเมล็ดข้าวเกิดขึ้นในสวนอุทยาน มีสีคล้ำและมีขนาดเท่ากับแตงโม พระรูปนั้นได้ไปพบเข้า จึงนำไปถวายฤาษีที่พำนักอยู่ ณ ดอยหินก่อ พระฤาษีทราบด้วยญาณว่าเป็นข้าวแห่งท้าววิรูปักขะ เป็นข้าวทิพย์ ซึ่งเป็นอาหารของลูกนางฟ้าที่จะมาเกิดร่วมสมัยกับพระพุทธเจ้ากกุธสันธะ จึงได้เก็บรักษาไว้

เมื่อถึงสมัยพระพุทธเจ้ากกุสันธะ จึงได้บริโภคข้าวโดยถากเอาไปหุงต้มกิน เพราะเมล็ดข้าวมีขนาดใหญ่ถึง 5 กำมือ และเริ่มมีการนำไปเพาะปลูกในไร่นา ต่อมามีหญิงหม้ายคนหนึ่งสร้างยุ้งข้าวยังไม่เสร็จ แต่เมล็ดข้าวพากันมาเข้ายุ้งเต็มไปหมด ทำให้หญิงหม้ายโกรธ จึงคว้าไม้ค้อนตีเมล็ดข้าว ทำให้เมล็ดข้าวแตกกระจาย ขวัญข้าว หรือ แม่โพสพจึงโกรธหญิงหม้ายนั้นแล้วหนีไปอยู่ในถ้ำ โดยอาศัยอยู่กับปลาที่ชื่อว่า "นางสกสาก"
เมื่อขวัญข้าวหนี เมล็ดข้าวก็อันตรธานไป คนทั้งหลายจึงอดอยากเป็นระยะเวลาถึงหนึ่งแสนปี ต่อมามีลูกเศรษฐีคนหนึ่ง เรียนรู้วิทยาการต่างๆ จนสามารถฟังและรู้ภาษาสัตว์ทั้งปวงได้ วันหนึ่งได้ไปหาปลา และดักได้ปลาไนฅำ (ปลาไนทอง) ตัวหนึ่งจึงนำไปปิ้งไฟ ปลาไนฅำนั้นก็ร้องคร่ำครวญอยู่ ขณะนั้นปลากั้งตัวหนึ่งได้ยินเสียงรู้สึกสงสาร จึงเจรจาขอไถ่ชีวิตปลาไนฅำคืน โดยอาสาจะไปอ้อนวอนขอให้ขวัญข้าวกลับคืนมา ลูกเศรษฐีก็ตกลง ปลากั้งจึงไปขอความช่วยเหลือจากปลาที่ชื่อนางสกสากเพื่ออ้อนวอนขวัญข้าวให้กลับมาเลี้ยงผู้คน ในที่สุดประสบความสำเร็จ ตั้งแต่นั้นมา คนจึงมีข้าวไว้บริโภคอีกครั้งหนึ่ง แต่ข้าวมีลักษณะเป็นเมล็ดเล็กเพราะเคยถูกหญิงหม้ายตีจนแตกกระจาย

อนึ่งเรื่องราวทำนองนี้ ยังมีอีกตำนานหนึ่ง ให้ความสำคัญกับการบูชาเทพแห่งข้าว โดยให้เทพดังกล่าวมีสถานะเป็นเทพบุตร เรื่องมีอยู่ว่า สมัยเมื่อพระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ ณ เชตวันวนาราม วันหนึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จไปในท้องทุ่งนา ในขณะที่ข้าวกำลังสุกเหลืองเต็มท้องนา และได้ทอดพระเนตรเห็นคนนั่งขัดสมาธิเหนือจอมปลวก มีรัศมีเรื่อเรืองคล้ายพระพุทธเจ้า เมื่อเสด็จเข้าไปใกล้ คนนั้นก็พลันหายไป จึงเสด็จไปถามพระพุทธองค์ ซึ่งพระพุทธองค์ก็ทรงบอกว่า นั่น คือ พระโพสพ โดยทรงเล่าเรื่องในอดีตกาลว่า

มียาจกยากไร้อยู่ครอบครัวหนึ่ง อยู่ด้วยกัน 3 คน คือ พ่อ แม่ และลูกสาว วันหนึ่งลูกสาวไปหาปลาที่หนองน้ำพร้อมกับพวกชาวบ้าน ครั้นถึงเวลาอาหารกลางวัน ชาวบ้านขึ้นจากหนองน้ำและแกะข้าวห่อรับประทานกัน ส่วนลูกสาวผู้ยากไร้ไม่มีข้าวห่อ จึงได้เก็บเศษเมล็ดข้าว ที่ตกเรี่ยราด รับประทานหลังจากที่ชาวบ้านรับประทานแล้ว ต่อมาอีกหลายเดือนนางเกิดมีครรภ์ขึ้น โดยมิทราบสาเหตุ จนครบกำหนดนางได้คลอดบุตรชายมีลักษณะสมบูรณ์ทุกประการ

ทารกน้อยแม้อายุได้แค่ 2 เดือน ก็ชี้มือไปทางป่าที่มีทุ่งนา จนอายุได้ 2 ขวบ ก็ได้รบเร้าให้ตายายไปหาพันธุ์ข้าวมาหว่าน ตายายก็ไปขอชาวบ้านได้เมล็ดพันธุ์ข้าวมาประมาณครึ่งกระบุง เด็กน้อยได้นำไปหว่านตามป่า เวลาผ่านไปเพียงคืนเดียว ข้าวก็สุกเหลืองเต็มป่า คืนต่อมาหลานได้ขอให้ตาสร้างยุ้งข้าวให้มีเนื้อที่ประมาณหนึ่งไร่ ตาก็รีบสร้างจนเสร็จในคืนนั้น พอรุ่งเช้าเมล็ดข้าวในป่าก็ได้เข้าสู่ยุ้งจนเต็ม โดยไม่มีใครขนย้าย อยู่ต่อมาประมาณ 4-5 วัน เด็กน้อยนั้นได้เข้าไปในยุ้งข้าวแล้วอันตรธานหายไป ตายายและผู้เป็นแม่ต่างเศร้าโศกเสียใจ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงได้แต่จัดหาข้าวสุก น้ำและกล้วยสุกไปวางไว้ในที่อันสมควรเผื่อกุมารน้อยจะออกมากิน

การกระทำของสามคน พ่อ แม่ ลูก ถือเป็นธรรมเนียมบูชาพระโพสพในกาลต่อมา ท้ายของเรื่อง โดยสรุปแล้ว กุมารน้อยที่หายไปในบริเวณยุ้งข้าวนั้น คือ "พระโพสพ" นางผู้เป็นลูกสาวของผู้ยากไร้ คือ แม่ของพระโพสพ ผู้ใดปรารถนาความสุข ความเจริญ ควรให้ความเคารพพระโพสพและหมั่นสักการะบูชาด้วย ข้าวสุก น้ำ และกล้วยสุกเป็นประจำ ชีวิตจะมั่งมูลพูนสุข ไม่มีความยากจนตลอดกาล

ดังนั้นชาวนาจึงนับถือว่าแม่โพสพและพระโพสพเป็นผู้มีบุญคุณต่อชาวนาโดยตรง และเป็นผู้ที่ยอมเสียสละเพื่อมวลมนุษย์ โดยให้มนุษย์ได้มีข้าวไว้บริโภค ไม่อดอยาก จึงอาจกล่าวได้ว่า แม่โพสพและพระโพสพ เป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมข้าวอย่างเด่นชัดที่สุด

สนั่น ธรรมธิ



   Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
 


ร่วมแสดงความคิดเห็น (กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ)
  โพสต์โดย
  Email
  Post ภาพ
* สมาชิกเท่านั้น
ขนาดของไฟล์ภาพไม่เกิน 100 kb. เฉพาะไฟล์ jpg, gif หรือ swf เท่านั้น
  Security code:
 กรุณากรอกรหัสที่เห็นเพื่อยืนยันการโพสต์


บริการฟรีเว็บบอร์ดจาก YimWhan.com :: copyrights © 2009-2010