Logo Webboard ของ fangclub


ติดต่อโฆษณา  |  สมัครใช้งานสุดยอดแห่ง Free Webboard ได้แล้ววันนี้ คลิ๊ก !!  | แจ้งบอร์ดไม่เหมาะสม


  ++Fang News++

  

  Topic : บทสัมภาษณ์ ดาราหน้าใหม่...ฟาง-พิชญา

Delete
Admin ลบกระทู้
   Page [1]
  สมาชิกพิเศษ
viewzaa

  
viewzaa_cheer@hotmail.com 203.188.49.8

  โพสต์เมื่อ : 5 ต.ค. 2548 15:23 น.

ฟาง-พิชญา ศรีเทพย์

<script language=JavaScript src="/global_js/global_function.js">
แม้ว่าสาววัย 18 อย่าง “ฟาง-พิชญา ศรีเทพย์“ จะมีตำแหน่ง “มิสทีนไทยแลนด์ปี 2003“ มาการันตีความสวย อีกทั้งเธอยังมีโอกาสได้เล่นละครมาบ้างแล้วก็ตาม แต่ชื่อของฟางก็ยังไม่เป็นที่คุ้นหูของคนส่วนใหญ่มากนัก อย่างไรก็ตามเชื่อได้ว่าอีกไม่นานหลายคนจะต้องเริ่มจดจำสาวคนนี้กันได้บ้างจากบทบาทการเป็นนางเอกครั้งแรกในชีวิตของเธอกับเรื่อง “บ่วงรัก“ ของค่ายเอ็กแซ็กท์ แต่ก่อนที่จะไปร่วมลุ้นพิสูจน์ถึงความสามารถทางการแสดงของฟางในละครเรื่องล่าสุดของเธอว่าสมควรจะได้รับการยอมรับจากผู้ชมกันหรือไม่ เราลองมาทำความรู้จักกับตัวตนในหลายๆ มุมของสาวฟางกันก่อนดีกว่า.....

ทำไมถึงชื่อฟาง?

  • จริงๆ ตอนเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่รู้จะให้ชื่ออะไรเหมือนกัน ตอนแรกชื่อส้ม เสร็จแล้วแม่หนูกลัวว่าจะเปรี้ยว เพราะส้มมันจะเปรี้ยวๆ ใช่มั้ย เขาก็เลยตั้งไปเรื่อยๆ ก็จะเปลี่ยนชื่อหนูไปทุกวัน วันนี้หนูอาจจะชื่อฟาง พรุ่งนี้ชื่อแจน วันมะรืนชื่อเฟิร์นชื่อแอนเปลี่ยนไปทุกวัน จนแบบมามีชื่อฟางเนี่ย ซึ่งเป็นชื่อนางเอกของหนังจีนฟางอี้อะไรอย่างนี้ ทีนี้แม่บอกว่า เอ๊ย...ชื่อนี้เพราะดีก็เลยเอาชื่อนี้มาเป็นฟางข้าวค่ะ

    คิดว่าอะไรเป็นจุดเด่นของเรา?
  • หนูว่าหน้าตามั้ง เพราะหน้าตาเราไม่เหมือนคนอื่น ( หัวเราะ ) ไม่ใช่ว่ามันจะสวยหรือขี้เหร่อะไรยังไง คือคนเรามันไม่ใช่ฝาแฝดก็ต้องหน้าไม่เหมือนกันอยู่แล้วน่ะ พอเพื่อนพูดถึงฟางปั๊บเขาจะรู้เลยว่าฟางหน้าแบบหนูนะ คือหนูเป็นคนที่พอยิ้มแล้วดูสดใสพอหน้าเฉยๆ ปั๊บเหมือนหน้าบึ้งน่ะค่ะ แต่จริงๆ หนูไม่ได้โกรธหรืออะไรนะแต่หน้ามันหงิกเอง ก็เลยต้องพยายามยิ้มๆ หน่อย

    เคยให้สัมภาษณ์ว่าฝันอยากเป็นผู้พิพากษาตอนนี้เป็นนางเอกแล้วความฝันนี้หายไปมั้ย?
  • ก็ยังมีอยู่ เพราะว่าจริงๆ แล้วผู้พิพากษากว่าจะได้เป็นก็ตอน 40 ปลายๆ อยู่แล้วน่ะค่ะ ที่อยากเป็นเพราะรู้สึกว่ามันเป็นอาชีพมีเกียรติ แต่ตอนนี้หนูชักไม่แน่ใจแล้วว่าเราจะเป็นได้รึเปล่าเพราะจากการที่เราศึกษามากๆ เนี่ย ถามคนนั้นคนนี้เยอะๆ ขึ้นเขาจะบอกว่ามันยากมาก คือเหมือนเรียนอาจจะเรียนได้แต่จบรึเปล่าไม่แน่ใจ หรือว่าจบมาแล้วสอบเนฯ ได้รึเปล่าก็ไม่รู้ ตอนนี้หนูก็เลยเริ่มมองคณะอื่นไว้บ้าง เช่น รัฐศาสตร์ ที่ยังเป็นเครือเดียวกันแต่ที่แยกออกมาก็คือเป็นศิลปกรรม สาขานฤมิตรศิลป์เป็นแนวกราฟฟิกดีไซน์ เป็นการออกแบบไม่ได้ใช้มือวาดแต่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วย ก็คือมีคนแนะนำว่าดูหนูเป็นคนสมัยใหม่ น่าจะเหมาะกับอะไรที่ปราดเปรียวคล่องตัว หนูก็เอ้อสนใจเพราะหนูเป็นคนที่ชอบเล่นคอมพิวเตอร์ด้วย อีกอย่างเวลาเราน้อยลงด้วยที่จะไปเรียนหนักๆ เพราะหลายคนบอกว่าเรียนยากเรียนหนักแล้วทีนี้คือพอมันเรียนหนักปึ๊บหนูกลัวว่าจะไม่ไหว คือหนูกลัวเรียนได้ 2 ปีแล้วต้องออกมาเอนท์ฯ ใหม่ หนูไม่อยากเสียเวลาตรงนั้น กำลังคิดอยู่ว่าแน่ๆ จะเลือกอะไรดี อย่างนฤมิตรศิลป์เรียนได้อยู่แล้วเพราะเขาบอกว่าเรียนง่าย แต่ถ้าเอนท์ฯ ติดนิติฯ ก็คือต้องมุ่งน่ะค่ะ แต่ต้องดูที่วงการด้วยหลายคนบอกว่าถ้าเราถ่ายละครอยู่ในวงการ เวลาเรียนก็จะต้องน้อยลง นิติศาสตร์ถ้าอ่านเองก็คงจะไม่เข้าใจ ต้องอาศัยฟังเลคเชอร์จากอาจารย์ เราก็อ๋อ...ลองเก็บเอามาคิดมาตัดสินใจอีกทีค่ะ

    แล้วตอนนี้เตรียมตัวเรื่องเรียนยังไงบ้าง?
  • ก็เตรียมตัวนิดหนึ่งก็คือเริ่มเรียนพิเศษบ้าง เริ่มจ้างติวเตอร์มาสอนเพราะว่าเวลาเรียนจะน้อยลง แล้วก็ตามสถานกวดวิชาจะมีคอร์สการติวอยู่แล้วตรงนั้นหนูจะเรียนไม่ได้เพราะเวลาว่างหนูจะไม่แน่นอนอาจจะว่างเสาร์นี้ เสาร์หน้าอาจจะถ่ายละคร เวลาไม่แน่นอนถ้าหนูไปลงเรียนอย่างนั้นก็จะได้ความรู้ไม่เต็มที่ ก็เลยจ้างครูมาสอนดีกว่าแต่หนังสือก็ยังไม่เริ่มอ่านเริ่มจะเรียนมากกว่า

    ฟางผ่านงานละครมากี่เรื่องแล้ว?
  • 5 เรื่องค่ะ ก็มีเรื่อง “รักได้ไหมถ้าหัวใจไม่เพี้ยน, หลงทางรัก, สิงห์มอเตอร์ไซค์กับยัยตัวแสบ, บันทึกรักของบุญลือ” ทาง ช่อง 7 เพิ่งมาเป็นนางเอกเรื่อง “บ่วงรัก“ ของช่อง 5 เรื่องแรกค่ะ

    ตรงนี้รู้สึกน้อยใจมั้ยที่เรายังไม่ดังเท่ากับเพื่อนอย่าง เชียร์ ( ฑิฆัมพร ) ที่มาจากเวทีเดียวกัน?
  • ไม่นะคะ เพราะหนูรู้สึกว่ามันจะเป็นความสามารถเฉพาะตัวในเรื่องการแสดงของแต่ละบุคคล มันเป็นเรื่องของพรสวรรค์ แล้วอีกอย่างโอกาสมันไม่เหมือนกันด้วย มันอยู่ที่ดวงหลายๆ อย่าง คือบางคนมีโอกาสด้วยบวกด้วยความสามารถที่ทำให้เขากระเถิบไปได้เร็ว อย่างหนูรู้สึกว่าพรสวรรค์เรื่องการแสดงหนูอาจจะยังน้อย แล้วก็ผู้ใหญ่อาจจะมองเห็นว่าเอ๊ยเราอาจจะเริ่มได้แค่เบื้องต้นอยู่ ก็เลยให้เราเริ่มจากอะไรที่เป็นเริ่มต้นก่อนเพื่อที่เราจะได้พัฒนาไปเรื่อยๆ ซึ่งหนูรู้สึกว่าก็พัฒนามาเรื่อยๆ นะคะ

    บทบาทที่ชอบมากที่สุด?
  • หนูชอบแนวดราม่า แนวอย่างในเรื่องบ่วงรักน่ะค่ะเพราะหนูเดิมเป็นคนติดละคร ดูทุกวันจนแบบพ่อบอกว่าเธอจะไม่อ่านหนังสือเหรอ ดูเสร็จก็นอนเพราะก็ 4 ทุ่มแล้วใช่มั้ย แล้วหนูชอบดูละครแนวที่พระเอกนางเอกจะไม่หวานแหวว หนูรู้สึกว่าแนวนี้ดูแล้วได้อารมณ์ อย่างแม่อายสะอื้นหนูติดมากเลยนะ พี่นุ่นเล่นดีมาก แล้วคือใฝ่ฝันเหมือนกันนะตั้งแต่เริ่มเข้าวงการอยากลองสักครั้งได้เล่นละครแนวนี้ดู แล้วปรากฏว่าได้เล่นจริงๆ ก็ตื่นเต้นดีค่ะ

    การเราถูกติดต่อให้เล่นละครสักรื่องคิดว่าเป็นเพราะอะไรหน้าตาที่น่าจะขายได้หรือเขามองตรงที่เป็นดารามีตำแหน่งมิสทีน?
  • หนูว่าเขาน่าจะมองเราจากคาแร็กเตอร์มากกว่าเพราะว่าเหมือนตัวฟางเองหรืออาจจะเป็ดาราท่านอื่นก็จะมีเสน่ห์ของตัวเองไม่เหมือนกัน มีบุคลิกไม่เหมือนกันคืออยู่ที่ผู้กำกับที่เขาจะมองตัวละครตัวนี้เป็นยังไง เหมือนอย่างที่เล่นป็นพิณทอง ( ในบ่วงรัก ) ผู้กำกับเป็นพี่ป้อนแล้วพี่ป้อนอาจจะมองตัวพิณทองว่าแบบนี้แล้วปรากฏว่าคาแร็กเตอร์เนี่ยกับตัวหนูมันคล้ายคลึงกัน มันเล่นกันได้ ถ้าพิณทองเอาดาราคนอื่นมาแสดงอย่างเอาพี่นุ่นมาแสดงก็อาจจะเป็นอีกคนหนึ่งไป หรือจะเอาพี่อ้อม พี่แป้งหรือว่าพี่จั๊กจั่นมาเล่นก็เป็นอีกสไตล์หนึ่ง หนูว่าอันนี้ต้องอยู่ที่ผู้กำกับมองมากกว่าว่าตัวละครตัวนี้น่าจะออกมาเป็นแบบไหน แล้วก็เลือกนักแสดงให้ตรงกับบุคลิกมากกว่าค่ะ

    คุณค่านักแสดงไทยในความคิดฟางอยู่ที่ตรงไหน?
  • คุณค่าเหรอคะ หนูว่านักแสดงเป็นอาชีพที่เหนื่อยเยอะแล้วก็สนุกไปในเวลาเดียวกัน อย่างตัวหนูเองเวลาเล่นหนูเหนื่อยก็จริง แบบโหตื่นตั้งแต่ตี 5 เลยน่ะเสร็จเที่ยงคืนกว่าจะถึงบ้านตี 1 อาบน้ำเสร็จก็ตี 2 เราก็มีท้อบ้างแต่ว่าพอผลงานเราออกแล้ว เวลาที่มีผู้ชมได้ดูหนูเล่นเป็นตัวละครนั้นๆ แล้วเขารู้สึกสนุกไปกับมัน เหมือนทำให้คนดูประทับใจ เราจะรู้สึกหายเหนื่อยไปเลยจริงๆ คุณค่ามันน่าจะอยู่ตรงนี้น่ะค่ะที่สามารถทำให้ผู้ชมที่เขาเหนื่อยจากงานเหมือนกันได้มาดูละครของเราแล้วเขาบันเทิงใจ มีความสุขซึ่งเราก็มีความสุขด้วย

    รู้สึกว่าดาราไทยขายอะไรมากกว่ากันระหว่างชื่อเสียงกับความสามารถ?
  • หนูว่าน่าจะขายฝีมือมากกว่า อาจจะมีส่วนของกระแสที่ตอนนี้คนนี้อาจจะมีชื่อเสียงกำลังโด่งดังก็เอามาเล่น แต่หนูว่าด้วยความที่เป็นนักแสดงเนี่ยเขาอาจจะสามารถสวมบทบาททุกอย่างได้อยู่แล้วน่ะค่ะ การเป็นนักแสดงมันต้องเล่นได้หมด หนูคิดว่าเขาน่าจะขายฝีมือมากกว่า แต่อาจจะนิดหนึ่งชื่อเสียงอาจจะทำให้เรียกผู้ชมน่าดูได้มากขึ้น

    คติชีวิตที่ยึดถือมาตลอด?
  • หนูว่าทำวันนี้ให้ดีที่สุดน่ะค่ะ เพราะว่าพรุ่งนี้อะไรจะเปลี่ยนก็ไม่รู้ใช่มั้ยคะ เหมือนบางทีเราอยากจะทำอันนี้แหละแต่เดี๋ยวทำพรุ่งนี้ดีกว่า หนูรุ้สึกว่าถ้าเกิดพรุ่งนี้เราเกิดอุบัติเหตุอะไรยังไงขึ้นมาล่ะจะทำยังไง ( ทำท่าเคาะโต๊ะ 3 ที ) เราน่าจะทำทุกอย่างที่เราอยากทำวันนี้ให้ดีที่สุดดีกว่าค่ะ


  •    Admin ลบความคิดเห็นนี้