ท่านยังไม่ได้ใส่ logo กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อใส่ภาพโลโก้ประจำบอร์ดที่ต้องการ
ติดต่อโฆษณา  |  สมัครใช้งานสุดยอดแห่ง Free Webboard ได้แล้ววันนี้ คลิ๊ก !!  | แจ้งบอร์ดไม่เหมาะสม


  หมวดเว็บบอร์ดเริ่มต้น (ท่านสามารถแก้ไขได้)

  

  Topic : สำหรับนักศึกษาวิชากฎหมายประกันภัย(นบ.3102)

Delete
Admin ลบกระทู้
   Page [1] 2   Next >>
  สมาชิกพิเศษ
konjanard

  
law_kru@hotmail.com 124.120.145.120

  โพสต์เมื่อ : 10 มิ.ย. 2551 00:55 น.



  

    สำหรับเว็ปบอร์ดนี้อาจารย์เปิดให้สำหรับนักศึกษาวิชากฎหมายประกันภัยเพื่อใช้เป็นช่องทางในการติดต่อกันระหว่างอาจารย์กับนักศึกษา และระหว่างนักศึกษาด้วยกันเองน่ะครับ ดังนี้ก็ขอให้ใช้เว็ปบอร์ดนี้ไปในทางที่สร้างสรรค์ครับ

    สำหรับการศึกษาวิชาประกันภัยนั้นสิ่งที่เป็นสาระสำคัญ คือ ความไม่แน่นอน และความเสียหาย หรือความสูญเสีย เพราะถ้าไม่มี 2 สิ่งนี้แล้วการประกันภัยย่อมไม่สามารถมีได้ เพราะสิ่งที่มนุษย์กลัวที่สุดคือความไม่แน่นอน ความไม่มั่นคง ความสูญเสีย เช่นว่านี้มนุษย์จึงมีความจำเป็นที่จะต้องหาวิธีการในการที่จะทำให้เกิดความแน่นอน ความมั่นคง และไม่พบกับความสูญเสีย (ทุกข์ในโลกคือ การไม่ได้อย่างที่หวัง การต้องสูญเสียของรัก ฯลฯ) เช่นว่านี้ก่อนที่จะรู้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนเราควรมาเรียนรู้ถึงหลักการเบื้องต้นก่อนที่จะมีการทำประกันภัยน่ะครับนักศึกษา คือ สิ่งที่อาจารย์ได้บรรยายไปแล้วในคาบที่ 1- 2 ก็ลองมาทบทวนกันดูบ้างครับ

                                                                                    อ.โกญจนาท เจริญสุข



   Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
 


  10 มิ.ย. 2551 01:25 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
konjanard

  
law_kru@hotmail.com 124.120.146.218

  

  

อาจารย์ได้บรรยายไปแล้วในคาบที่ 1- 2 ก็ลองมาทบทวนกันดูบ้างครับ

ความเสี่ยงภัย ภัย สภาวะภัยและความสูญเสีย

ความเสี่ยงภัย ( Risk) หมายถึง โอกาสที่จะทำให้เกิดความสูญเสียในอนาคต โดยเหตุการณ์ ที่จะเกิดขึ้นนั้นเป็นเหตุการณ์ที่มีความไม่แน่นอน

ภัย ( Peril) หมายถึง สาเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหาย?

สภาวะภัย ( Hazard) หมายถึง เงื่อนไขหรือปัจจัยที่ทำให้เพิ่มหรือลดของความสูญเสียที่เกิดขึ้น

ความสูญเสีย ( Loss) หมายถึง การลดลงหรือสูญเสียไปซึ่งมูลค่าอันเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ ที่ไม่แน่นอน

ตัวอย่างที่ 1 ขับรถไปตามถนนบังเอิญฝนตกถนนลื่นแล้วเกิดไปชนกับรถอีกคันหนึ่ง

การขับรถไปตามถนน เป็น ความเสี่ยงภัย

การชนกัน เป็น ภัย

ถนนลื่น เป็น สภาวะภัย

ความสูญเสีย คือ การเสียเงินในการซ่อมรถ

ตัวอย่างที่ 2 บ้านไม้อยู่ใกล้สลัม แล้วเกิดไฟไหม้ในสลัมโดยบังเอิญ

บ้านอยู่ในสลัม เป็น ความเสี่ยงภัย

ไฟไหม้ เป็น ภัย

บ้านสร้างด้วยไม้ เป็น ภาวะภัย

ความสูญเสีย คือ การเสียทรัพย์สินและเงินทอง

ต่อไปนี้เรามาดูในเรื่องของความเสี่ยงภัยต่อครับ

ประเภทของความเสี่ยงภัย เราสามารถจำแนกความเสี่ยงภัยออกได้เป็น 5 ประเภท

1. ความเสี่ยงภัยที่แท้จริงและความเสี่ยงภัยที่มุ่งเก็งกำไร

- ความเสี่ยงภัยที่แท้จริง ( Pure risk) หมายถึง ความเสี่ยงภัยนั้นมีโอกาสเกิดความสูญเสียเพียงอย่างเดียวโดยที่ผู้เสี่ยงภัยไม่อยากให้เกิดขึ้น ไม่มีเจตนาทำให้เกิดเหตุการณ์ที่จะนำมาซึ่งความเสียหาย เช่น โรคภัยไข้เจ็บ น้ำท่วม ไฟไหม้ รถชน พายุ เป็นต้น

- ความเสี่ยงภัยที่มุ่งเก็งกำไร (Speculative risk) หมายถึง ความเสี่ยงภัยที่มีเจตนาจะเข้าไปเสี่ยง การเสี่ยงภัยยังไม่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น แต่ผู้เสี่ยงภัยเป็นผู้สร้างความเสี่ยงภัยขึ้นเอง เพื่อหวังผลประโยชน์หรือ กำไร และอาจจะขาดทุน หรือคุ้มทุนก็ได้ เช่น การซื้อหุ้น เป็นต้น

2. ความเสี่ยงภัยพื้นฐานและความเสี่ยงภัยจำเพาะ

 - ความเสี่ยงภัยพื้นฐาน ( Fundamental risk ) หมายถึง ความเสี่ยงภัยที่มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจพื้นฐานโดยรวม ก่อให้เกิดความเสียหายต่อคนจำนวนมากซึ่งไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การเกิดภาวะเงินเฟ้อ เงินฝืด แผ่นดินไหว น้ำท่วม สงคราม การว่างงาน เป็นต้น

 - ความเสี่ยงภัยจำเพาะ ( Particular risk ) หมายถึง ความเสี่ยงภัยที่มีผลกระทบและก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือกลุ่มบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจง เช่น เกิดอุบัติเหตุรถชน ไฟไหม้บ้าน การขโมยรถ การปล้นธนาคาร เป็นต้น

3. ความเสี่ยงภัยที่แปรผันได้และความเสี่ยงภัยคงที่

- ความเสี่ยงภัยที่แปรผันได้ ( Dynamic risk ) หมายถึง ความเสี่ยงภัยที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของภาวะทางเศรษฐกิจ แล้วก่อให้เกิดความเสียหายทางการเงินแก่เจ้าของทรัพย์สิน เช่น การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี เป็นต้น

- ความเสี่ยงภัยที่คงที่ ( Static risk ) หมายถึง ความเสี่ยงภัยที่เกิดจากสาเหตุอื่นและไม่ขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงสภาวะทางเศรษฐกิจ เช่น ความเสี่ยงภัยที่เกิดจากภัยธรรมชาติซึ่งมนุษย์จะต้องเสี่ยงภัยตลอดเวลา ไม่ว่าสถานการณ์อื่นจะเปลี่ยนแปลง ความไม่ซื่อสัตย์ของพนักงาน เป็นต้น

4. ความเสี่ยงภัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายวัดเป็นตัวเงินได้และความเสี่ยงภัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายวัดเป็นตัวเงินไม่ได้

- ความเสี่ยงภัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายวัดเป็นตัวเงินได้ ( Financial risk ) เช่น ไฟไหม้บ้าน รถชน เป็นต้น

- ความเสี่ยงภัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายวัดเป็นตัวเงินไม่ได้ ( No financial risk ) เช่น เรื่อง ของจิตใจ การเสียชีวิต เป็นต้น

5. ความเสี่ยงภัยที่เอาประกันได้ และความเสี่ยงภัยที่เอาประกันไม่ได้

5.1 ความเสี่ยงภัยที่เอาประกันได้ ( Insurable Risk )

หมายถึง ความเสี่ยงภัยที่มีลักษณะเป็น Pure Risk และ Particular Risk ความเสี่ยงภัยที่เอาประกันได้ มีลักษณะดังนี้

- จำนวนของการเสี่ยงภัยที่มีสภาพและลักษณะคล้ายคลึงกันจะต้องมีจำนวนมากพอ

- ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นนั้นต้องสามารถหาสาเหตุ และ ประเมินความเสียหายเป็น ตัวเงินได้

- ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นนั้นต้องเป็นอุบัติเหตุ

- โอกาสที่จะเกิดความเสียหายสามารถคาดคะเนหรือคำนวณได้

- ความเสียหายที่เกิดขึ้นต้องไม่เป็นมหันตภัย ท ความเสียหายที่เกิดขึ้น ผู้เอาประกันภัยจะต้องมีส่วนได้เสีย

- ความเสี่ยงภัยนั้นควรเป็นความเสี่ยงภัยที่แท้จริง และเป็นความเสี่ยงภัยจำเพาะ

5.2 ความเสี่ยงภัยที่เอาประกันไม่ได้ ( Uninsurable Risk ) มีลักษณะดังนี้

5.2.1 ขาดตัวเลขทางสถิติ

- ภัยต่อสาธารณชน หรือ ขัดผลประโยชน์ต่อสาธารณชน เช่น ขับรถผิดกฎจราจร

- ความเสี่ยงภัยที่เสี่ยงมากเกินไป

ต่อไปก็คงต้องมาศึกษาในเรื่อง ภัย (Perils) ว่ามีอะไรกันบ้างน่ะครับ

ประเภทของภัย เราสามารถแบ่งภัยออกเป็น 3 ประเภท คือ

1. ภัยจากธรรมชาติ ( Natural Perils) หมายถึง เหตุที่อยู่นอกเหนือความสามารถของมนุษย์ที่จะควบคุมได้ เช่น ไฟป่า พายุ ภูเขาไฟระเบิด เป็นต้น

2. ภัยที่มนุษย์สร้างขึ้น ( Human Perils) หมายถึง เหตุที่เกิดจากการกระทำของบุคคล เช่น การลอบวางเพลิง การฆาตกรรม การจลาจล เป็นต้น

3. ภัยจากเศรษฐกิจ ( Economic Perils) หมายถึง เหตุที่เกิดจากสภาพทางเศรษฐกิจ เช่น การเกิดภาวะเงินฝืด การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค

ประเภทของสภาวะภัย เราสามารถแบ่งสภาวะภัย ออกเป็น 3 ประเภท คือ

1. สภาวะทางด้านกายภาพ ( Physical Hazard) หมายถึง คุณสมบัติทางกายภาพที่เอื้อให้หรือส่งเสริมให้เกิดความเสียหายได้มากขึ้น เช่น บ้านในชุมชนแออัดย่อมมีการเสี่ยงภัยจากการที่จะเกิดไฟไหม้สูงกว่าบ้านที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวมีบริเวณกว้างขวาง อาชีพนักแข่งรถย่อมเสี่ยงภัยจากการตายหรือบาดเจ็บสูงกว่าผู้จัดการธนาคาร เป็นต้น

2. สภาวะทางด้านศีลธรรม (Moral Hazard) หมายถึง สภาวะที่มีการเสี่ยงภัยที่สูงขึ้นเกิดจากสภาพทางด้านจิตใจของบุคคล เป็นการกระทำที่ไม่มีคุณธรรมหรือไม่สุจริต ทั้งนี้เพื่อหวังผลประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งจากการประกันภัย

เช่น ความไม่ซื่อสัตย์ของผู้เอาประกันภัยโดยทำการเอาทรัพย์สินที่เอาประกันเพื่อหวังจะได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากผู้รับประกันภัย

3. สภาวะทางด้านจิตสำนึกในการป้องกันภัย ( Morale Hazard ) หมายถึง สภาวะที่บุคคลไม่พยายามทำหรือไม่กระทำให้ความเสี่ยงภัยนั้นลดน้อยลง หรือ ลดความเสียหายลง หรือ เป็นสภาวะที่ก่อให้เกิดความเสียหายที่มิได้เจตนา แต่เกิดจากการขาดความระมัดระวังในการป้องกันภัย เป็นสภาวะเสี่ยงภัยที่สูงขึ้น เกิดขึ้นจากสภาพจิตใจเหมือนกับ Moral Hazard แต่ว่าเป็นการกระทำที่ไม่มีเจตนาทุจริต แต่เกิดจากนิสัยของบุคคล เช่น การประมาทเลินเล่อ นอนสูบบุหรี่บนเตียงนอน การไม่ดับธูป หรือ เทียนก่อนออกจากบ้าน เป็นต้น

ต่อไปเรามาดูเรื่องของความสูญเสีย คือ ความเสียหาย หรือการที่เราไม่สามารถใช้ประโยชน์ เสื่อมประโยชน์ หรือไม่ได้รับประโยชน์จากสิ่งที่เราต้องการ เช่นว่านี้ต้องมาดูว่าประเภทของความสูญเสีย นั้นมีอะไรบ้างซึ่งเราสามารถแบ่งความสูญเสีย ออกเป็น 3 ประเภท คือ

1. การสูญเสียชีวิต หรือ การสูญเสียรายได้ของบุคคล ( Personal Loss)

เป็นการสูญ เสียที่เกิดจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร การเป็นบุคคลทุพพลภาพ การว่างงาน

2. การสูญเสียทรัพย์สิน ( Property Loss)

 เป็นการสูญเสียไม่ว่าทางตรงหรือเป็นผลต่อ เนื่องจากภัยที่เกิดขึ้น

3. การสูญเสียทางการเงินอันเนื่องจากความรับผิดชอบต่อบุคคลอื่นตามกฏหมาย ( Legal Liability Loss)

 เป็นความสูญเสียทางการเงินที่เป็นการรับผิดชอบของผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สิน หรือ ธุรกิจนั้นที่เป็นสาเหตุก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น

สำหรับครั้งหน้าอาจารย์คงจะมาต่อในส่วนของเรื่องวิธีการจัดการกับความเสียหาย และความเสี่ยงต้องการความเสียหายจากภัยต่างๆ อันจะนำไปสู่เนื้อหาที่เรากำลังจะต้องเรียนกัน เพื่อทำความเข้าใจกับประเด็นของแนวทางเพื่อการประกันภัย และจะนำไปสู่กระบวนการของการประกันภัย ตลอดถึงระเบียบ ข้อบังคับ แนวทางปฏิบัติ จนถึงกฎหมายประกันภัยนั่นเอง

การบริหารการเสี่ยงภัย ( Risk Management)

การบริหารการเสี่ยงภัย หมายถึง กระบวนการวางแผนและประเมินผลความเสี่ยง โดยการเลือกภัยวิธีที่ดีสุด ในการจัดการความสูญเสีย และผลต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขั้นตอนในการจัดการความเสี่ยงภัย มีดังนี้ คือ

1. การวิเคราะห์ภัยที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย

2. การหาวิธีการในการจัดการความเสี่ยงภัย

3. การคัดเลือกวิธีการที่ดีที่สุด

4. การปฏิบัติตามแผนหรือวิธีการที่ได้เลือกไว้

5. ตรวจสอบและเปลี่ยนแปลงวิธีการให้เหมาะสมกับภัยที่เปลี่ยนแปลงไป

อาจารย์ขอจบเนื้อหาไว้เพียงเท่านี้ก่อนแล้วค่อยมาอธิบายกันต่อ นศ.มีประเด็นใดที่ต้องการจะถามก็ขอให้ต้องกระทู้ไว้แล้วอาจารย์จะเข้ามาตอบให้ในกระดาบเว็ปบอร์ด หรือในห้องบรรยาย แล้วแต่ความเหมาะสมครับ

 

อ.โกญจนาท เจริญสุข

 


  29 ก.ค. 2551 13:24 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
konjanard

  
law_kru@hotmail.com 203.153.166.174:172.16.10.211

  

แบบฝึกหัดวิชากฎหมายประกันภัย 1-51

ข้อ ๑. สมชายกรอกคำขอเอาประกันชีวิตว่า ไม่เคยป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความจริงสมชายเคยป่วยและได้รับการรักษาโรคเบาหวานจนหายเป็นปกติ แต่ยังต้องควบคุมอาหารตามคำสั่งแพทย์ บริษัทประกันภัยตรวจคำขอเอาประกันชีวิตของสมชายแล้ว ตกลงรับประกันชีวิตไว้ในจำนวนเงินเอาประกันชีวิต ๕๐๐,๐๐๐ บาท ต่อมาสมชายประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต ผู้รับประโยชน์ขอรับเงินตามสัญญาประกันชีวิต บริษัทประกันชีวิตปฏิเสธว่าสัญญาประกันชีวิตตกเป็นโมฆียะและบอกล้างสัญญาประกันชีวิต ให้นักศึกษาวินิจฉัยว่าสัญญาประกันชีวิตตกเป็นโมฆะหรือไม่ เพราะเหตุใด

 


  29 ก.ค. 2551 13:26 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
konjanard

  
law_kru@hotmail.com 203.153.166.174:172.16.10.211

  

        สมหมายอายุ ๖๐ ปี ได้ทำสัญญาประกันชีวิตแบบมรณะไว้กับบริษัทบางกอกประกันชีวิต จำกัด จำนวนเงินที่เอาประกัน ๕ แสนบาท อายุสัญญา ๕ ปี ในสัญญาระบุให้นางสมทรงซึ่งเป็นภรรยาเป็นผู้รับประโยชน์ และทางบริษัทได้มีข้อกำหนดไว้ว่า “บุคคลผู้ที่จะเอาประกันชีวิตได้นั้นต้องมีอายุขั้นสูงไม่เกิน ๖๕ ปี” ในขณะทำสัญญาสมหมายได้แถลงอายุของตนเองกับบริษัทว่ามีอายุ ๕๕ ปี ที่ต้องปกปิดความจริงดังกล่าวเพราะไม่ต้องการเสียเงินเบี้ยประกันภัยสูง ในระหว่างอายุสัญญาสมหมายได้ถูกงูกัดตาย นางสมทรงจึงไปขอรับเงินตามสัญญาในฐานะผู้รับประโยชน์ แต่บริษัทปฏิเสธการจ่ายเงิน โดยอ้างว่าสมหมายได้แถลงอายุไว้คลาดเคลื่อน สัญญาเป็นโมฆียะ และได้บอกล้างสัญญาประกันชีวิตนี้เสีย จงวินิจฉัยโดยอาศัยหลักกฎหมายว่า

ก.       บริษัทมีสิทธิที่จะบอกล้างสัญญาได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

ข.       นางสมทรงจะได้รับเงินตามสัญญาในฐานะผู้รับประโยชน์ตามจำนวนเงินที่เอาประกันไว้เพียงใด หรือไม่

 


  29 ก.ค. 2551 13:27 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
konjanard

  
law_kru@hotmail.com 203.153.166.174:172.16.10.211

  

นายสมรัก มีร่างกายแข็งแรงไม่เคยเจ็บไข้ได้ป่วยแต่อย่างใด ได้ทำสัญญาประกันชีวิตแบบมรณะไว้กับบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง มีกำหนดระยะเวลา ๑๕ ปี โดยระบุให้นายสมโชคน้องชายเป็นผู้รับประโยชน์ หลังจากทำสัญญาได้เพียง ๑๐ เดือน นายสมรักมีร่างกายอ่อนเพลียและมีตุ่มเป็นเม็ดขึ้นตามร่างกาย จึงไปตรวจที่โรงพยาบาล ซึ่งแพทย์ได้ตรวจพบว่านายสมรักป่วยเป็นโรคเอดส์ระยะร้ายแรง นายสมรักกลัวบริษัทผู้รับประกันชีวิตฯ ทราบ จึงได้ปกปิดเรื่องดังกล่าวไว้ ต่อมาหลังจาก ๒ ปีนับแต่วันทำสัญญา นายสมรักได้ถึงแก่ความตายด้วยโรคเอดส์ นายสมโชคผู้รับประโยชน์จึงได้เรียกร้องเงินตามสัญญาประกันชีวิตจากบริษัทฯ บริษัทประกันชีวิตจึงทราบข้อมูลที่นายสมรักผู้เอาประกันภัยปกปิดไว้และได้บอกล้างภายใน ๑ เดือนนับแต่วันที่ทราบข้อมูลทันที ซึ่งระยะเวลาการบอกล้างยังไม่เกิน ๕ ปี นับแต่วันทำสัญญา บริษัทฯ จึงปฏิเสธการจ่ายเงินให้กับนายสมโชค ดังนี้ นายสมโชคผู้รับประโยชน์มีสิทธิได้รับเงินตามสัญญาประกันชีวิตหรือไม่ เพราะเหตุใด

 


  6 ต.ค. 2551 22:59 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป อ.โกญจนาท เจริญสุข

  124.120.153.105

  

  

ธงคำตอบสอบปลายภาค ๑/๕๑ วิชาประกันภัย

         ข้อ ๑ นายปรีชาเป็นลูกจ้างขับรถยนต์บรรทุกของนายกิตติศักดิ์ นายปรีชาได้ตกลงขอซื้อรถยนต์บรรทุกคันที่ตนขับอยู่จากนายกิตติศักดิ์ โดยชำระเงินมัดจำเพียงร้อยละ ๑๐ ของราคารถยนต์ ราคาส่วนที่เหลือชำระให้หมดภายใน ๑ ปี ระหว่างนั้นสัญญาประกันภัยหมดอายุลง นายปรีชาจึงทำสัญญาประกันภัยฉบับใหม่โดยระบุว่าตนเป็นผู้เอาประกันภัย ต่อมารถยนต์ประสบอุบัติเหตุ นายปรีชาจึงเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากผู้รับประกันภัย แต่ผู้รับประกันภัยปฏิเสธว่านายปรีชาไม่มีส่วนได้เสีย ให้นักศึกษาพิจารณาว่านายปรีชามีส่วนได้เสียหรือไม่ เพราะเหตุใด (๓๐ คะแนน)

 

ข้อ ๑ หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์  มาตรา  ๘๖๑ ๘๖๓ ๘๖๙ ๘๗๗ ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๑๖๗/๒๕๓๘

วินิจฉัย การที่นายปรีชาได้วางมัดจำและครอบครองรถยนต์พิพาทในฐานะผู้ซื้อรถยนต์บรรทุกจากนายกิตติศักดิ์นั้น นายปรีชาย่อมเป็นผู้มีส่วนได้เสียนับตั้งแต่วางมัดจำและครอบครองรถยนต์พิพาทนั้นแล้ว การชำระราคาส่วนที่เหลือยังไม่ครบไม่ใช่เหตุที่จะอ้างว่า นายปรีชาไม่มีส่วนได้เสียในรถยนต์คันดังกล่าว สัญญาประกันภัยมีผลใช้บังคับได้

 


  6 ต.ค. 2551 23:01 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป อ.โกญจนาท เจริญสุข

  124.120.153.105

  

  

ธงคำตอบข้อที่ ๒ วิชากฎหมายประกันภัย ๑/๕๑

ข้อ ๒  นายธวัชชัยเอาประกันรถยนต์ของตนไว้กับบริษัทสยามประกันภัย จำกัด เพื่อความเสียหายอันเกิดแก่บุคคลภายนอกเป็นเงินที่เอาประกันภัย ๑๐๐,๐๐๐ บาท โดยกรมธรรม์ประกันภัยมีข้อตกลงว่า บริษัทจะถือว่าบุคคลใดซึ่งขับรถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยเสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยด้วย ต่อมาในระหว่างอายุกรมธรรม์นายธวัชชัยให้นายธีรพลซึ่งเป็นลูกจ้างของนายธวัชชัยขับรถยนต์คันดังกล่าวไปส่งสินค้าให้ลูกค้าของนายธวัชชัย นายธีรพลขับรถยนต์ไปด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงชนรถยนต์ของนายสมควรเสียหายต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเป็นเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท นายสมควรจะเรียกค่าเสียหายดังกล่าวจากบริษัทสยามประกันภัย จำกัด ได้หรือไม่ (๓๕ คะแนน)

ข้อ ๒ หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์  มาตรา ๘๖๑  ๘๖๙ ๘๗๗  ๘๗๙  ๘๘๗  

วินิจฉัย กรมธรรม์ประกันภัยของนายธวัชชัยที่ทำไว้กับบริษัทสยามประกันภัย จำกัด เป็นสัญญาประกันภัยค้ำจุนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๘๗ ตามกรมธรรม์ประกันภัยมีข้อตกลงว่าบริษัทจะถือว่าบุคคลใดซึ่งขับรถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยเสมือนหนึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยด้วย การที่นายธีรพลซึ่งเป็นลูกจ้างของนายธวัชชัยขับรถยนต์ไปส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าของนายธวัชชัย เป็นการขับรถยนต์โดยได้รับความยินยอมของนายธวัชชัยผู้เอาประกันภัย จึงถือเสมือนหนึ่งว่านายธีรพลเป็นผู้เอาประกันภัยด้วย เมื่อนายธีรพลขับรถยนต์ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงชนรถยนต์ของนายสมควรเสียหาย คิดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเป็นเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท นายสมควรจึงมีสิทธิเรียกร้องค่าซ่อมจากบริษัทสยามประกันภัย จำกัด ได้ตามมาตรา ๘๘๗ และมาตรา ๘๗๗

  ส่วนการที่นายธีรพลลูกจ้างของนายธวัชชัยขับรถยนต์โดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ก็เป็นการกระทำของลูกจ้างนายธวัชชัย มิใช่ความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของนายธวัชชัยผู้เอาประกันภัย จึงไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นความรับผิดของผู้รับประกันภัยตามมาตรา ๘๗๙ วรรคหนึ่ง บริษัทสยามประกันภัย จำกัด ไม่อาจยกมาเป็นข้ออ้างเพื่อไม่จ่ายค่าซ่อมให้แก่นายสมควรแต่อย่างใด

 

 

 


  6 ต.ค. 2551 23:03 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป อ.โกญจนาท เจริญสุข

  124.120.153.105

  

  

ธงคำตอบข้อ ๓ วิชากฎหมายประกันภัย ๑/๕๑

ข้อ ๓  นายสมมาตรกรอกคำขอเอาประกันชีวิตว่า ไม่เคยป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความจริงนายสมมาตรเคยป่วยและได้รับการรักษาโรคเบาหวานจนหายเป็นปกติ แต่ยังต้องควบคุมอาหารตามคำสั่งแพทย์ บริษัทประกันภัยตรวจคำขอเอาประกันชีวิตของนายสมมาตรแล้ว ตกลงรับประกันชีวิตไว้ในจำนวนเงินเอาประกันชีวิต ๕๐๐,๐๐๐ บาท ต่อมานายสมมาตรประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต ผู้รับประโยชน์ขอรับเงินตามสัญญาประกันชีวิต บริษัทประกันชีวิตปฏิเสธว่าสัญญาประกันชีวิตตกเป็นโมฆียะและบอกล้างสัญญาประกันชีวิต ให้นักศึกษาวินิจฉัยว่าสัญญาประกันชีวิตตกเป็นโมฆะหรือไม่ เพราะเหตุใด (๓๕ คะแนน)

 

ข้อ ๓หลักกฎหมาย  ตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์  มาตรา ๘๖๑ ๘๖๕ ๘๘๙

วินิจฉัย โรคเบาหวานเป็นโรคสำคัญที่ผู้รับประกันชีวิตต้องการทราบว่า ผู้เอาประกันชีวิตเคยป่วยมาหรือไม่ ถ้าผู้เอาประกันชีวิตเคยป่วยโรคนี้มาก่อนและไม่ได้เปิดเผยให้ผู้รับประกันชีวิตทราบสัญญาประกันชีวิตย่อมเป็นโมฆียะ เมื่อผู้รับประกันชีวิตบอกล้างสัญญาประกันชีวิตแล้ว สัญญาประกันชีวิตย่อมตกเป็นโมฆะ ผลแห่งโมฆียะกรรมตาม ป.พ.พ.มาตรา ๘๖๕ ขึ้นอยู่กับการพิเคราะห์แต่ในขณะทำสัญญาประกันชีวิตว่าผู้เอาประกันชีวิตได้เปิดเผยข้อความจริงตามหน้าที่ของตนตามกฎหมายหรือไม่ ถ้าผู้เอาประกันชีวิตไม่เปิดเผยข้อความจริง สัญญาประกันชีวิตย่อมเป็นโมฆียะมาตั้งแต่เริ่มต้น ฉะนั้นแม้ต่อมาผู้เอาประกันชีวิตจะถึงแก่กรรมด้วยเหตุใด ซึ่งมิใช่โรคที่ไม่เปิดเผยให้ผู้รับประกันชีวิตทราบสัญญาประกันชีวิตก็ตกเป็นโมฆียะ

 

 


  21 พ.ย. 2551 16:50 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป นุกูล

 nukul_1010@hotmail.com 58.8.156.195

  

คืออาจารย์คับผมสามารถเอาคำถามที่อาจารย์โพสต์มาตอบแล้วส่งไปทางเมล์ แล้วลองให้อาจายร์ตรวจดูได้ไมคับ

เพราะผมอยากรู้ว่าในวิธิการตอบของผมมันมีข้อตำหนิอย่างไรอ่ะคับ ผมจะได้เอาไปปรับปรุง แก้ไขในวิธิการตอบคับ จะได้ไมคับ

 


  23 พ.ย. 2551 20:17 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป อ.โกญจนาท เจริญสุข

 law_kru@hotmail.com 124.120.144.65

  

ได้ครับผม ยินดีมากๆ ที่นักศึกษาให้ความสนใจในเว็ปบอร์ดที่อาจารย์ได้จัดทำขึ้นนี่เป็นอีกทางหนึ่งในการที่จะเข้ามาสอบถามอาจารย์ได้น่ะครับ ถ้าไม่ตอบทางเมลล์ก็ตอบ มาในกระทู้นี้เลยก็ได้น่ะครับ ยินดีตอบเสมอน่ะครับ 

                                        อ.โกญจนาท  เจริญสุข

 


  2 ม.ค. 2552 01:19 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป NJ

 joey_freedom@hotmail.com 58.64.114.241

  

ร้านเสื้อผ้าออนไลน์สไตน์เกาหลี-ญี่ปุ่น

เปิดให้ใช้บริการตลอด 24 ชั่วโมงแล้วนะคะ

http://www.weloveshopping.com/shop/nj-kikkoo/


เชิญแวะเข้ามาเยี่ยมชมกันนะคะ

 


  18 เม.ย. 2552 15:51 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป nana

 nanananasong@hotmail.com 203.156.93.175

  

อยากถามอาจารย์ว่าอาจารย์สอนอยู่ที่ไหนคะ  หนูจะต้องทำงานที่เกี่ยวกับการบัญชีที่บริษัทประกันภัยเลยอยากมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการประกันภัยด้วยนะคะอาจารย์ช่วยกรุณาตอบด้วยนะคะ  ขอบพระคุณคะ

 

 


  20 ก.ย. 2552 03:18 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป กลัวอ่ะ

 ods@fvf.c 119.42.73.155:unknown

  

ข้อสอบไม่ยากนะคะ แต่นู๋กลัวที่มีแค่สามข้อนี่แหละค่ะ

 

 

 


  1 ต.ค. 2552 22:07 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป ni

 mom196257@gmail.com 58.8.65.232

  

ร่วมเข้าโครงการเพื่อการศึกษาของลูก

สิทธิประโยชน์

-
คุ้มครองผู้จ่ายเบี้ย

-
เจ็บป่วยหรือนอนโรงพยาบาล ไม่ต้องจ่ายค่ารักษา

-
มีเงินปันผล และสิทธิประโยชน์ต่างๆอีกมาก

หรือสนใจเข้าร่วมโครงการแบบอื่น อาทิ เช่น

-
โครงการ การออมเพื่อเกษียณอายุ

-
โครงการ การออมเพื่ออนาคตมั่นคง

สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถสอบถามรายละเอียดได้

ติดต่อ คุณนิยม คุณนุช   โทร 089-135-0387, 084-933-9051

บริษัท อยุธยาอลิอันซ์ซีพี  AACP

อีเมล์  mom196257@gmail.com

 


  4 พ.ย. 2552 12:27 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป jedsada mounchamnan

 ่jed-1357-jd@windowslive.com 58.8.153.71

  

  

อาจารย์คับผมดีใจจังที่ได้เตียมตัวเข้าคาสของอาจารย์โก   และหาคำตอบเรื่องประกันภัยแล้วด้วย  เดี๋ยวเข้าตอบในห้องนะคับ

 


  5 พ.ย. 2552 11:16 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป อาจารย์โกญจนาท เจริญสุข

 law_kru@hotmail.com 203.153.166.174:172.16.11.219

  

  

การบ้านกฎหมายลักษณะประกันภัยครั้งที่ 2

1. จงบอกความหมายของภัยและความเสี่ยง

2. จงบอกความหมายของการประกันภัย

3.จงบอกประโยชน์ของการประกันภัย

การบ้านครั้งที่ 2 สั่งวัน พุธ ที่  ๔ พฤศจิกายน 2552   กำหนดส่ง วัน จันทร์  ที่ ๙  พฤศจิกายน 2552เวลา 18.00 น  

 


  6 พ.ย. 2552 19:24 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป เบญ

 sasiprapa8@hotmail.com 202.44.135.243

  

สวัสดีค่ะอาจารย์..หนูเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาศิลปากร ซึ่งตอนนี้หนูเรียนวิชากฎหมายธุรกิจอยู่ซึ่งอาจารย์ให้หากฏหมายประกันภัย และกฎหมายประกันชีวิต..อาจารย์พอจะมีข้อมูลไหมค่ะ..

อาจารย์ช่วยส่งให้หนูได้ไหมค่ะที่ Sasiprapa8@hotmail.com

ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงนะค่ะ

 


  6 ธ.ค. 2552 21:50 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป นักศึกษาใหม่ค่ะ

 mom196252@gmail.com 180.183.114.152

  

อาจารย์ค่ะหนูเป็นนักศึกษาใหม่ค่ะกำลังเรียนกฎหมายประกันภัยค่ะ หนูอยากทราบว่ากฎหมายประกันวินาศภัยกับกฎหมายประกันชีวิตนั้นแตกต่างกันอย่างไรค่ะในความเข้าใจของหนูคือ  1 การไช้คำเรียกเมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตลงนั้นเรียกว่าใช้เงินไห้จำนวนหนึงส่วนประกันวินาศภัยนั้นไช้คำว่าชดไช้ค่าสินใหมทดแทนความเสียหายเท่าจำนวนที่เสียหายจริงจากผู้รับประกันภัย

2.การรับไช้ค่าสินใหมทดแทนของผู้เอาประกันวินาศภัยไม่มีกำหนดเวลาที่แน่นอนคือเมื่อไหร่ที่เกิดภัยขึ้นเมื่อนั้นก็ได้รับค่าสินใหมทดแทนทันที และได้เฉพาะผู้เอาประกันภัยและผู้มีส่วนได้เสียเท่านั้น สว่นประกันชีวิตคือจ่ายไห้กับผู้รับผลประโยชและทายาทตามกฎหมายและบูตบุญธรรมด้วย

3.ประกันภัยของผู้มรณะเป็นสัมคัญผู้รับประกันภัยประเภทนี้ต้องมีการตรวจร่างของผู้เอาประกันกอ่นมีการทำสัญญาเสมิอ และผู้เอาประกันภัยประเภทตอ้งแจ้งความจริงอันเป็นสาระสัมคัญที่ผู้รับประกันภัยจำเป็นตอ้งทราบก่อนมีการทำสัญญาเสมอ ซึ่งกำหนดไห้เป็นหน้าที่ของผู้เอาประกันภัยต้องแจ้งความจริงไห้กับผู้รับประกันภัยทราบ

 


  20 ธ.ค. 2552 01:12 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป อาจารย์โกญจนา เจริญสุข

  124.120.156.55:192.168.0.246

   อื่มสำหรับคำถาม 1 การไช้คำเรียกเมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตลงนั้นเรียกว่าใช้เงินไห้จำนวน หนึงส่วนประกันวินาศภัยนั้นไช้คำว่าชดไช้ค่าสินใหมทดแทนความเสียหายเท่า จำนวนที่เสียหายจริงจากผู้รับประกันภัย ทั้งนี้ต้องทำความเข้าใจธรรมชาติของกฎหมายทั้งสองชนิดนี้ก่อนน่ะครับว่าสัญญาประกันวินาศภัยเป้นสัญญาที่อาศัยหลักการการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามความเป็นจริง หมายความว่าเสียหายเท่าใดก็จ่ายเท่านั้น ศึกษาจากมาตรา 877 (1) ส่วนการประกันชีวิตเป็นการใช้หลักของการไม่ได้ชดใช้ตามความเป็นจริง ดังนี้ด้วยเหตุเพราะว่าเราไม่สามารถคำนวญความเสียหายของชีวิตมนุษย์ได้ดังนี้นี้จึงไม่สามารถชดใช้เป็นค่าสินไหมทดแทนได้ (จึงใช้คำว่าชดใช้จำนวนเงิน) หมายความว่า ถ้ามีเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ได้ระบุไว้ในสัญญาแล้ว(ทรงชีพ หรือมรณะกรรม) แล้วผู้รับประกันก็จะชดใช้จำนวนเงินตามที่ได้ระบุไว้ตามสัญญาให้ สรุป วินาศภัย ใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามความเป็นจริง ประกันชีวิต ใช้จำนวนเงิน ตามที่กำหนดไว้ตามสัญญา

 


  20 ธ.ค. 2552 01:18 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป อาจารย์โกญจนาท เจริญสุข

  124.120.156.55:192.168.0.246

   2.การรับไช้ค่าสินใหมทดแทนของผู้เอาประกันวินาศภัยไม่มี กำหนดเวลาที่แน่นอนคือเมื่อไหร่ที่เกิดภัยขึ้นเมื่อนั้นก็ได้รับค่าสินใหมทด แทนทันที และได้เฉพาะผู้เอาประกันภัยและผู้มีส่วนได้เสียเท่านั้น สว่นประกันชีวิตคือจ่ายไห้กับผู้รับผลประโยชและทายาทตามกฎหมายและบูตบุญธรรม ด้วย จากคำถามข้อ 2 นี้อาจารย์ไม่เข้าใจคำถามสักเท่าใดนักแต่ขออนุญาตตีความคำถามเลยน่ะครับ ปกติแล้วความรับผิดของผู้รับประกันภัยมีเงื่อนไขในความรับผิดเพราะต้องอาศัยเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ได้กำหนดไว้ในสัญญาเป็นการชำระหนี้ (่จ่ายค่าสินไหมทดแทน หรือ จำนวนเงินตามสัญญา) ดังนี้ถ้าจะจ่ายให้ต้องดูก่อนว่าสัญญาประกันภัยฉบับนั้นได้มีการกำหนดตัวผุ้รับประโยชน์หรือไม่ เพราะตาม ม.862 วรรค 3 ผู้รับประโยชน์ เป็นผู้มีสิทธิที่ได้ได้รับค่าสินไหมทดแทน เช่นว่านี้หากมีเหตุตามสัญญาแล้วก็ต้องจ่ายให้แก่ผุ้รับประโยชน์เท่านั้นจะจ่ายให้แก่ผู้เอาประกันไม่ได้เพราะว่า ได้มีการโอนประโยชน์นั้นให้แก่บุคคลภายนอก(ผุ้รับประโยชน์) ไปแล้วตามมาตรา 374 -375 คับ แต่หากไม่ได้มีการกำหนดตัวผุ้รับประโยชน์แล้วผู้รับประกันภัยต้องรับผิดให้แก่ผุ้เอาประกันเพราะถือว่าเป้นคู่สัญญา และเป็นไปตามมาตรา 862 วรรคท้ายครับ อ.ขอตอบเท่านี้ก่อนแล้วจะมาตอบข้อสามให้น่ะครับ

 


  20 ธ.ค. 2552 01:30 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป อาจารย์โกญจนา เจริญสุข

  124.120.156.55:192.168.0.246

   ฝากเจษฏา หมื่นชำนาญกรุณาเข้าห้องเรียนด้วยนะ่ครบั รู้สึกว่าขาดเรียนบ่อยเกินไปแล้วครับเด้วจะสอบไม่ได้น่ะครับ

 


page [1] 2   Next >>

ร่วมแสดงความคิดเห็น (กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ)
  โพสต์โดย
  Email
  Post ภาพ

ขนาดของไฟล์ภาพไม่เกิน 100 kb. เฉพาะไฟล์ jpg, gif หรือ swf เท่านั้น
  Security code:
 กรุณากรอกรหัสที่เห็นเพื่อยืนยันการโพสต์


บริการฟรีเว็บบอร์ดจาก YimWhan.com :: copyrights © 2009-2010