ท่านยังไม่ได้ใส่ logo กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อใส่ภาพโลโก้ประจำบอร์ดที่ต้องการ
ติดต่อโฆษณา  |  สมัครใช้งานสุดยอดแห่ง Free Webboard ได้แล้ววันนี้ คลิ๊ก !!  | แจ้งบอร์ดไม่เหมาะสม


  หมวดเว็บบอร์ดเริ่มต้น (ท่านสามารถแก้ไขได้)

  

  Topic : วิชาประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (นบ.2601)

Delete
Admin ลบกระทู้
   Page [1] 2   Next >>
  สมาชิกพิเศษ
konjanard

  
law_kru@hotmail.com 124.120.152.48

  โพสต์เมื่อ : 13 ก.ย. 2551 02:23 น.



  

โครงการสอน (Course Outline)

รหัสวิชา นบ.๒๖๐๑ ชื่อวิชา ประวัติศาสตร์กฎหมาย ไทย

จำนวน ๓ หน่วยกิต ภาคการศึกษา ภาค ปลาย / ๒๕๕๑

วัน-เวลา พฤหัส ๑๕.๔๐ - ๑๘.๑๐ น กลุ่ม ๑ ห้อง ๑๓๐๔

ผู้บรรยาย อาจารย์โกญจนาท เจริญสุข

1. ชื่อวิชา ประวัติศาสตร์กฎหมาย ไทย (Thai Legal History : LW2601)

2. ชื่ออาจารย์ผู้สอน อาจารย์โกญจนาท เจริญสุข

3. ระดับชั้นที่สอน นักศึกษาปริญาตรี คณะนิติศาสตร์

4. คำอธิบายรายวิชา ศึกษาประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรม และสังคมไทยดั้งเดิม อันเป็นรากฐานของสถาบันทางกฎหมายที่สำคัญของประเทศไทยและศึกษาอิทธิพลของแนวความคิดหลักกฎหมายระบบกฎหมายของอินเดีย และประเทศตะวันตกที่มีต่อวิวัฒนาการของกฎหมายไทยตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะตั้งแต่สมัยจัดทำประมวลกฎหมายเป็นต้นมาโดยเน้นหนักในแง่ของกฎหมายเปรียบเทียบ เพื่อให้นักศึกษาเกิดความเข้าใจในระบบกฎหมายไทย

5.วัตถุประสงค์

1.เพื่อให้นักศึกษาได้มีความรู้และสามารถอธิบายคุณค่าในการศึกษารายวิชาประวัติศาสตร์กฎหมายได้

2.เพื่อให้นักศึกษาสามารถจำแนกระยะเวลาในการศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายไทยได้

3.เพื่อให้นักศึกษาสามารถอธิบายแนวความคิดธรรมศาสตร์ราชศาสตร์ในกฎหมายไทยโบราณและเปรียบเทียบกับแนวความคิดในกฎหมายไทยในปัจจุบันได้

6. เอกสารที่ใช้ในการสอน

.๑ ตำราหลัก

..กำธร กำประเสริฐ , สุเมธ จานประดับ. ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย และระบบกฎหมายหลัก. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง, กรุงเทพมหานคร, ๒๕๔๙

..____________, เอกสารการสอนชุดวิชา ระบบกฎหมายไทยและต่างประเทศ,หน่วยที่ ๑-, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, กรุงเทพฯ ,๒๕๔๓

..____________, เอกสารการสอนชุดวิชา ระบบกฎหมายไทยและต่างประเทศ,หน่วยที่ ๘-๑๕, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, กรุงเทพฯ ,๒๕๔๓

..อุกฤษ มงคลนาวิน, ประวัติศาสตร์กฎหมายต่างประเทศ (สากล) , กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมอบให้ไทยวัฒนาพานิช จัดพิมพ์, ๒๕๑๔.

.๒ เอกสารประกอบการสอน

..๑ เอกสารประกอบการสอนวิชาประวัติศาสตร์กฎหมายไทย อาจารย์โกญจนาท เจริญสุข

.๓ ตำราอ่านประกอบ

..๑ กรมศิลปากร .เรื่องกฎหมายตราสามดวง.สำนักพิมพ์กรมศิลปากร,พิมพ์ครั้งแรก, กรุงเทพมหานคร,๒๕๒๑.

..พิศาล บุญผูก., ธรรมศาสตร์มอญเค้ากฎหมายไทย(ตอนที่ ๑ถึง ๔), available from http://www.monstudies.com

...แสวง บุญเฉลิมวิลาศ. ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย. สำนักพิมพ์วิญญูชน กรุงเทพฯ

....แลงกาต์. ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย. สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพาณิช, กรุงเทพฯ

...จรัญ โฆษณานันท์. ปรัชญากฎหมายไทย. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง, กรุงเทพมหานคร, ๒๕๓๖

...พัชรินทร์ เปี่ยมสมบูรณ์. การปฏิรูปกฎหมายของประเทศไทย ตั้งแต่ พ..๒๔๑๑ จนถึง พ..๒๔๗๘. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๑๗. ๔ แผ่น (๒๑๗ เฟรม). (วพ MF๐๐๙๒๘)

... ปภัสสร เธียรปัญญา. การศึกษาเปรียบเทียบคัมภีร์พระมนูธรรมศาสตร์ ฉบับภาษาสันสกฤตกับฉบับภาษามอญ. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๓๙. ๑๓๓ หน้า. (วพ ๘๓๖๘๖)

...ภัคพงศ์ จันทรสนธิ. การจัดการศึกษากฎหมายตามแบบตะวันตกของไทย ระหว่าง พ..๒๔๔๐-๒๔๘๒. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๔๐. ๑๔๗ หน้า. (วพ ๙๖๙๔๐)

...ทูนศรี บัวนุช. การศึกษาความหมายในกฎหมายจารีต"มังรายศาสตร์". เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๓๕. , ๓๗๒ หน้า. (วพ ๕๗๘๒๖)

..๑๐.นิภาพรรณ ไชยมงคล. นิติปรัชญาในมังรายศาสตร์. เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๓๑.
, ๑๘๐ หน้า. (วพ ๐๔๒๒๕๙)

..๑๑.ทองสุข จารุเมธีชน. การศึกษาเปรียบเทียบเรื่องทาสในคัมภีร์พระไตรปิฏกเวรวาทคัมภีร์มานวธรรมศาสตร์และกฎหมายตราสามดวง. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๒๗. ๒ แผ่น (๑๐๙ เฟรม). (วพ MF๑๗๔๒๓)

..๑๒.พัชรินทร์ ในพรมราช. ความผิดอาญาเกี่ยวกับทรัพย์ : ศึกษาเปรียบเทียบลักษณะของฐานความผิดตั้งแต่สมัยกฎหมายตราสามดวงจนถึงสมัยกฎหมายลักษณะอาญา ร.. ๑๒๗. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๓๖. , ๑๓๐ หน้า. (วพ ๖๓๙๖๖)

..๑๓.ณัฐพร จาดยางโทน. ภาพสะท้อนสังคมในกฎหมายตราสามดวง. พิษณุโลก : มหาวิทยาลัยนเรศวร, ๒๕๔๒. ๑๘๕ หน้า. (วพ ๙๘๓๗๘)

..๑๔.นพรัตน์ มุสสธรรม. การปฏิรูปกฎหมายที่ดินในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๒๐. ๖ แผ่น (๓๒๘ เฟรม). (วพ MF๐๐๖๘๕)

..๑๕.กอบพร จันทนาคร. บทวิเคราะห์เปรียบเทียบภาษาในกฎหมายตราสามดวงและกฎหมายปัจจุบัน : กฎหมายครอบครัว. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๓๐. (), ๙๒ หน้า. (วพ ๐๔๒๕๓๙)

..๑๖.สาวณีย์ พรรณาภพ. ศึกษาวิเคราะห์กฎหมายโพษาราช ในฐานะที่เป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร, ๒๕๓๙. ๕๒๔ หน้า. (วพ ๗๕๗๒๕)

..๑๗.กนิษฐา ชิตช่าง. มูลเหตุของการร่างกฎหมาย ลักษณะอาญา ร.. ๑๒๗. กรุงเทพฯ : คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๓๒. (), ๑๖๔ หน้า. (วพ ๕๖๗๑๙)

..๑๘.สมภาร พรมทา. ความสัมพันธ์ระหว่างศีลธรรมกับกฎหมายในทัศนะของพุทธศาสนาเถรวาท. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๔๐. ๘๗ หน้า. (ว ๙๓๑๒๘)

..๑๙.จุงโซ อิอิดะ. การรับกฎหมายสมัยใหม่จากตะวันตกในประเทศญี่ปุ่น : ศึกษาเปรียบเทียบกรณีของประเทศไทย. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๓๐. ๔ แผ่น (๑๙๘ เฟรม). (วพ MF๑๖๓๐๘)

..๒๐.อักขราทร จุฬารัตน์. กฎหมายกับการพัฒนาสังคมไทย. กรุงเทพฯ : วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร, ๒๕๓๓. , ๗๓ หน้า. (ว ๕๐๘๖๒)

..๒๑.เจนจรัญ รักชูชื่น. ความผิดอาญาเกี่ยวกับชีวิตร่างกาย : ศึกษาเปรียบเทียบลักษณะของฐานความผิด ตั้งแต่กฎหมายตราสามดวง จนถึงกฎหมายลักษณะอาญา ร..๑๒๗. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๔๒. ๒๐๑ หน้า. (วพ ๑๐๘๗๔๖)

..๒๒.ฉันชาย โรจนสโรช. การศึกษาทฤษฎีกฎหมายอาญาใหม่ในร่างพระราชกำหนดลักษณะประทุษฐร้ายแก่ร่างกายแลชีวิตรมนุษย์ รัตนโกสินทร ศก ๑๑๘. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๔๓. ๑๖๔ หน้า. (วพ ๑๒๒๑๓๐)

..๒๓. กำธร เลี้ยงสัจธรรม , หลักไชย : ตำรากฎหมายครั้งกรุงศรีอยุธยา , กรุงเทพฯ : มติชน, ๒๕๔๖.

..๒๔.กฎหมายตราสามดวงกับคนไทย.กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ, ๒๕๓๕.

..๒๕.สิทธิของเมียน้อย / ตราสามดวง. กรุงเทพฯ : วิญญูชน, ๒๕๓๔.

..๒๖. นิกร ทัสสโร, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ พระบิดาแห่งกฎหมายไทย ,นานมีบุ๊คพับลิเคชั่น,กรุงเทพฯ, ๒๕๔๙.

..๒๗.สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา,๑๐๐ ปีโรงเรียนสอนกฎหมาย, สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา , กรุงเทพฯ ๒๕๔๐.

..๒๘. พลาดิศัย สิทธิธัญกิจ, รัชกาลที่ ๕ กับการปฏิรูปเมืองสยาม , พิมพ์ครั้งแรก, สำนักพิมพ์กู๊ดมอร์นิ่ง,กรุงเทพฯ , ๒๕๔๙.

..๒๙. พลาดิศัย สิทธิธัญกิจ, พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระเจ้ากรุงสยาม รัชกาลที่ ๔ , พิมพ์ครั้ง ๕, สำนักพิมพ์วันเวิลด์,กรุงเทพฯ , ๒๕๕๐.

..๓๐. อนันต์ อมรรตัย, พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้พลิกแผ่นดินสยาม , พิมพ์ครั้งแรก, สำนักพิมพ์ฉัตรเฉลิม,กรุงเทพฯ , ๒๕๔๒.

..๓๑. ดนัย ไชยโยธา , อารยธรรมไทย , พิมพ์ครั้งแรก, สำนักพิมพ์โอ เอส พริ้นติ้ง เฮาส์ ,กรุงเทพ,๒๕๕๐.

..๓๒. นันทนา กปิลกาญจน์ , ประวัติศาสตร์ และอารยธรรมโลก ,พิมพ์ครั้งที่ ๗ , สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์ , กรุงเทพ , ๒๕๔๖.

.๔ แผนการสอน และเค้าโครงการบรรยาย

๗. สื่อการสอน

.๑ แผ่นใส่ กระดาน และปากกา White Board

.Power point

.๓ สื่อมัลติมีเดีย และอินเตอร์เน็ต

๘. การประเมินผล

.๑ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน

..๑ การนำเสนอรายงานหน้าชั้นเรียน

..๒ การโต้ตอบเกี่ยวกับแนวความคิดทางกฎหมาย

.๒ การประเมินผล

..๑ คะแนนเก็บ ๔๐ คะแนน

..๒ สอบกลางภาค ไม่มี

..๓ สอบปลายภาค ๖๐ คะแนน

.. กณฑ์การวัดผลและประเมินผล

๘๐ คะแนนขึ้นไป A ๗๕ – ๗๙ คะแนน B+

๗๐ – ๗๔ คะแนน B ๖๕ – ๖๙ คะแนน C+

๖๐ – ๖๔ คะแนน C ๕๕ – ๕๙ คะแนน D+

๕๐ – ๕๔ คะแนน D ต่ำกว่า ๕๐ คะแนน F

. กระบวนการเรียน

หัวข้อและกำหนดการสอน

ศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายสากล

สัปดาห์ที่

หัวข้อการสอน

งานที่มอบหมายให้อ่าน

ก่อนเข้าเรียน/การบ้าน

แนะนำเกี่ยวกับการเรียน เนื้อหาที่ใช้ในการเรียนการสอน รวมถึงมอบหมายงานต่าง ๆ ในเรื่องความรู้เบื้องต้นอันเกี่ยวข้องกับกฎหมาย

Pre –test มอบหมายให้ไปศึกษามาก่อน
ล่วงหน้า บรรยาย

การศึกษาวิชาประวัติศาสตร์กฎหมาย ที่เป็นการศึกษานิติศาสตร์เชิงข้อเท็จจริงความหมายของประวัติศาสตร์ และคุณค่าในการศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมาย

บรรยาย มอบหมายให้ไปศึกษามาก่อน
ล่วงหน้าแล้วซักถามในชั้นเรียน

การจำแนกยุคสมัยในทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายไทย และกระบวนวิธีในการศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมาย

บรรยาย มอบหมายให้ไปศึกษามาก่อน
ล่วงหน้าแล้วซักถามในชั้นเรียน

 ศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายสากล ยุคเมโสโปเตเมีย กฎหมายของพระเจ้าฮัมบูราบี

บรรยาย มอบหมายให้ไปศึกษามาก่อน
ล่วงหน้าแล้วซักถามในชั้นเรียน

 กฎหมายยุคของอียิปต์ กฎหมายฮิบบู

บรรยาย มอบหมายให้ไปศึกษามาก่อน
ล่วงหน้าแล้วซักถามในชั้นเรียน

 กฎหมายุคกรีก ศึกษาแนวความคิดทางด้านกฎหมายของยุคกรีก ทางด้านปรัชญากฎหมาย   โดยทำการศึกษาปรัชญาของสำนักกฎหมายธรรมชาติ  สำนักกฎหมายบ้านเมืองในยุคต้น

บรรยาย มอบหมายให้ไปศึกษามาก่อน
ล่วงหน้าแล้วซักถามในชั้นเรียน

กฎหมายยุคโรมันโบราน ศึกษากฎหมายในยุคโรมันตอนต้น มีกฎหมาย 12 โต๊ะ และยุคจักรวรรดโรมันตอนปลาย กฎหมายของพระเจ้าจัสติเนียน

บรรยาย มอบหมายให้ไปศึกษามาก่อน
ล่วงหน้าแล้วซักถามในชั้นเรียน

 กฎหมายในภาคพื้นยุโรป และกฎหมายของโลกภายหลังอาณาจักรโรมันล่มสลาย (ในช่วง ค.ศ.16- 19)

บรรยาย มอบหมายให้ไปศึกษามาก่อน
ล่วงหน้าแล้วซักถามในชั้นเรียน

 แนวความคิดของกฎหมายตะวันตกที่เข้ามาสู่การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายไทย

บรรยาย มอบหมายให้ไปศึกษามาก่อน
ล่วงหน้าแล้วซักถามในชั้นเรียน

๑๐

 ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย ศึกษาแนวความคิดและอิทธิพลต่อประวัติศาสตร์กฎหมายไทย ศึกษาอารยธรรมอินเดีย  มอญ และขอม ที่เป็นรากฐานต่อกฎหมายไทย

บรรยาย มอบหมายให้ไปศึกษามาก่อน
ล่วงหน้าแล้วซักถามในชั้นเรียน

๑๑

 กฎหมายสมัยสุโขทัย ศึกษาเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่  สังคม การปกครองและกฎหมายในสมัยสุโขทัย โดยศึกษาจาก

๑ หลักศิลาจารึก หลักที่ ๑ (หลักศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง)

๒.หลักศิลาจารึก หลักที่  ๓๘ (กฎหมายลักษณะโจร๗

๓. มังรายศาสตร์ (กฎหมายของพ่อขุนมังรายแห่งอาณาจักรล้านนา)

บรรยาย มอบหมายให้ไปศึกษามาก่อน
ล่วงหน้าแล้วซักถามในชั้นเรียน

๑๒

 กฎหมายสมัยกรุงศรีอยุธยา ศึกษาเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่  สังคม การปกครองและกฎหมายในกรุงศรีอยุธยาโดยศึกษาจากพระธรรมศาสตร์ และราชศาสตร์ ตลอดถึงกฎหมายตราสามดวง ซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายที่ได้อิทธิพลในสมัยอยุธยา และกรุงธนบุรี

บรรยาย มอบหมายให้ไปศึกษามาก่อน
ล่วงหน้าแล้วซักถามในชั้นเรียน

๑๓

 กฎหมายสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น (ร.๑-๔)ศึกษาเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่  สังคม การปกครองและกฎหมายในกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น

บรรยาย มอบหมายให้ไปศึกษามาก่อน
ล่วงหน้าแล้วซักถามในชั้นเรียน

๑๔

 กฎหมายสมัยรัตนโกสินทร์ตอนปลาย (ร.๕-๗)ศึกษาเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่  สังคม การปกครองและกฎหมายในกรุงรัตนโกสินทร์ปลาย ตลอดถึงสมัยปัจจุบันภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง (หลังปี พ.ศ.๒๔๗๕)

บรรยาย มอบหมายให้ไปศึกษามาก่อน
ล่วงหน้าแล้วซักถามในชั้นเรียน

๑๕

สรุป และทบทวน

ศึกษาทบทวนคำบรรยายในเอกสาร ประกอบการสอน และการบรรยายในชั้นเรียนของเนื้อหาทั้งหมดมา ล่วงหน้าและตรียมประเด็นคำถาม Post – test

วัน เวลาสอบ กลางภาค ไม่มี

วันเวลาสอบปลายภาค วัน ศุกร์ ที่ ๒๐ เดือน กุมภาพันธ์ พ.. ๒๕๕๒ เวลา ๑๓.๓๐ – ๑๖.๓๐ น

หมายเหตุ หัวข้อที่จะบรรยายอาจปรับและยืดหยุ่นได้ภายในจำนวนครั้งที่มีการ เรียนการ

สอน ๑๕ ครั้ง

ข้อแนะนำนักศึกษา

นักศึกษาต้องมีเวลาเข้าเรียนอย่างน้อย ๘๐% ของเวลาเรียนทั้งหมด จึงจะมีสิทธิ์เข้าสอบไล่

นักศึกษาต้องแต่งกายให้เรียบร้อยถูกระเบียบของมหาวิทยาลัย จึงจะมีสิทธิ์เข้าชั้นเรียนได้

นักศึกษาต้องเข้าชั้นเรียนตรงเวลา

นักศึกษาต้องเซ็นชื่อเข้าชั้นเรียนด้วยตนเองทุกครั้งที่มีการเรียนการสอน

ห้ามนักศึกษาเซ็นชื่อแทนกัน ถ้าถูกจับได้จะถูกตัดคะแนนทั้งผู้ที่เซ็นชื่อให้และผู้ถูกเซ็น

นักศึกษาที่เข้าห้องเรียนช้า คือภายหลังจากเริ่มมีการเรียนการสอนไปแล้ว ๓๐ นาที จะไม่ให้เซ็นชื่อและจะถือว่าขาดเรียน



   Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
 


  6 ต.ค. 2551 23:09 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป อ.โกญจนาท เจริญสุข

  124.120.153.105

  

  

ระบบกฎหมายโรมาโน-เยอรมันนิค

(Romano Germanic หรือ Civil Law)

 

คำว่า "โรมาโน" หมายถึง กรุงโรมซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศอิตาลี ส่วนคำว่า"เยอรมันนิค"หมายถึง ชาวเยอรมัน ดังนั้น การที่ตั้งชื่อระบบกฎหมายเช่นนี้ก็เพื่อเป็น เกียรติแก่ประเทศทั้งสอง เนื่องจากอิตาลีเป็นชาติแรกที่รื้อฟื้นกฎหมายโรมันในอดีตขึ้นมาใหม่ หลังจากที่ล่มสลายไปพร้อมกับอาณาจักรโรมันครั้นศตวรรษที่ ๑๑ ประมาณ ปี ค.ศ.๑๑๑๐ ประเทศอิตาลีเริ่มมีการพัฒนาประเทศทำให้มีการค้าขายมากขึ้น รวมทั้งการค้าระหว่างประเทศ ระบบเศรษฐกิจเจริญรุ่งเรืองขึ้นกฎหมายท้องถิ่นซึ่งเดิมใช้บังคับไม่เพียงพอที่จะนำมาใช้บังคับกับข้อเท็จจริงในระบบเศรษฐกิจที่ซับซ้อนจึงได้มีการฟื้นฟูกฎหมายโรมัน โดยมีการนำมาศึกษาเล่าเรียนอย่างจริงจังในหาวิทยาลัยที่เมืองโบลอกนา (Bologna) ปรากฏว่ากฎหมายโรมันมีบทบัญญัติที่สามารถใช้แก้ปัญหานิติสัมพันธ์ที่มีความยุ่งยากซับซ้อนได้และเห็นว่ากฎหมายโรมันใช้ได้และเป็นธรรม

ประมวลกฎหมายจัสติเนียนจึงได้ถูกถ่ายทอดให้แก่นักศึกษากฎหมายและรับเอากฎหมายโรมันมาบัญญัติใช้บังคับในเวลาต่อมา เยอรมันเป็นประเทศที่สองได้รับเอากฎหมายโรมันมาใช้เช่นเดียวกับอิตาลี ต่อมาประเทศต่าง ๆ ในยุโรป ฝรั่งเศส โปรตุเกส ออสเตรีย เนเธอร์แลนด์ สเปน สวิสได้ดำเนินรอยตาม จึงเห็นได้ว่าระบบกฎหมายโรมาโนเยอรมันนิคมีต้นกำเนิดจากประเทศในภาคพื้นยุโรป แต่ปัจจุบันระบบกฎหมายนี้มีอิทธิพลแผ่ขยายไปทั่วโลกในทวีปต่าง ๆ ไม่ว่าทวีปอเมริกาใต้ เช่น บราซิล เพราะเคยอยู่ภายใต้การปกครองของโปรตุเกส หรือเม็กซิโก ชิลี เปรู อาร์เจนตินา ที่เคยเป็นอาณานิคมของประเทศสเปน แม้กระทั่งประเทศในทวีปแอฟริกา เช่น ซาอีร์ โซมาเลีย รวันดา ซึ่งเคยเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส ก็ได้รับอิทธิพลของระบบกฎหมายโรมาโนเยอรมันนิคทั้งสิ้น รวมทั้งประเทศแถบเอเซียบางประเทศ เช่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ แม้กระทั่งประเทศที่ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของใคร เช่น ไทย หรือ ญี่ปุ่น ก็ตามอย่างไรก็ดี หากจะยกย่องหรือให้เกียรติ ควรให้เกียรติกฎหมายโรมัน ซึ่งในสมัยนั้นใช้บังคับได้เฉพาะชาวโรมัน ในทางกฎหมายจึงมีศัพท์กฎหมาย เรียกกันว่า Jus Civilหรือ Civil Law หมายถึงกฎหมายที่ใช้ได้กับชาวโรมัน หรือต้นกำเนิดของกฎหมายโรมันแท้ ๆ คำว่าCivil Lawได้กลายมาเป็นชื่อระบบกฎหมายซึ่งเป็นชื่อที่นิยมแพร่หลายมากกว่าRomano Germanicแต่เมื่อพิจารณากฎหมายโรมันจะเห็นได้ว่ามีการเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร เหตุนี้เองจึงมีผู้เรียกระบบกฎหมายนี้อีกชื่อหนึ่งว่า Written Lawอีกทั้ง ประเทศต่าง ๆ ที่นำเอากฎหมายโรมันไปบัญญัติใช้ในประเทศของตนได้มีการจัดทำกฎหมายในรูปประมวลกฎหมาย(Code) จึงมีผู้เรียกชื่อหนึ่งว่า Codifide Lawซึ่งระบบกฎหมายนี้ส่วนใหญ่ได้บัญญัติไว้เป็นประมวลนั่นเอง

 


  6 ต.ค. 2551 23:13 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป อ.โกญจนาท เจริญสุข

  124.120.153.105

  

กฎหมายของโรมัน (Roman Law)

 

กฎหมายโรมันนับเป็นมรดกทางการปกครองสำคัญที่ชาวโรมันทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลังกฎหมายฉบับแรกของโลกคือ กฎหมายสิบสองโต๊ะ ซึ่งประกาศใช้ในปี 450 ก่อนคริสต์ศักราช กฎหมายนี้ลักษณะที่เข้มงวดและมีบทลงโทษที่รุนแรง เมื่อโรมันขยายตัวเป็นจักรวรรดิ มีการติดต่อค้าขายกับดินแดนต่างๆ ซึ่งมีกฎหมายและขนบประเพณีเฉพาะ ชาวโรมันได้รวบรวมกฎหมายที่ได้พบเห็นนี้มาปรับปรุงให้เข้ากับกฎหมายเดิมจนได้กฎหมายที่เหมาะสมกับจักรวรรดิที่ประกอบด้วยชนหลายกลุ่ม กฎหมายนี้เรียกว่า จุส เจนติอุม (jus gentium) ซึ่งหมายถึงกฎหมายของชนทั้งหลาย

ในช่วงปลายจักวรรดิโรมันได้มีการชำระรวบรวมประมวลกฎหมายโดยอาศัยเอกสารต่างๆ เป็นหลัก เช่น มติสภาเซเนท พระราชกฤษฎีกาของพระจักรพรรดิ หลักปรัชญา และข้อคิดเห็นในกฎหมายที่มีชื่อ เป็นต้น กฎหมายฉบับที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายคือ ประมวลกฎหมายจัสติเนียน

กฎหมายโรมันได้รับอิทธิพลจากปรัชญาสำนักสโตอิคทำให้หลักการของกฎหมายวางอยู่บนพื้นฐานของกฎธรรมชาติ (Natural Laws) ถือว่ากฎหมายคือสิ่งที่พระเจ้าสร้างขึ้น กฎหมายจึงสามารถใช้คลอบคลุมมนุษย์ทุกคนและทุกรัฐอย่าเท่าเทียมกัน

หลักการสำคัญของกฎหมายโรมันคือให้ความสำคัญในเรื่องสิทธิของบุคคล ทุกคนจะได้รับความเท่าเทียมกันตามกฎหมายไม่มีการทรมานผู้ต้องหาเพื่อให้รับสารภาพ รวมทั้งถือว่าผู้ต้องหาคือผู้บริสุทธิ์ตราบเท่าที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ความผิดได้ แม้แต่ทาสก็ได้รับความคุ้มครองโดยกฎหมายลักษณะทาส ทาสมีสิทธิที่จะเรียกร้องค่าทดแทนในกรณีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้านาย

กฎหมายที่มีประสิทธิภาพและมีระบบของโรมันเหล่านี้กลายเป็นแม่แบบของกฎหมายประเทศต่างๆ ในยุโรปในสมัยต่อมา โดยเฉพาะประเทศอิตาลี ฝรั่งเศส สเปน โปรตุเกส รวมทั้งประเทศต่างๆ ในอเมริกากลางและอเมริกาใต้

Justinian Code: กฎหมายจัสติเนียน

 

เป็นประมวลกฎหมายในรัชสมัยพระจักรพรรดิจัสติเนียนแห่งอาณาจักรโรมันตะวันออก ประมวลไว้เป็นหลักของอาณาจักร การรวมกฎหมายนี้เริ่มมาแต่สมัยพระจักรพรรดิฮาเดรียน และเสร็จสิ้นลงในสมัยพระจักรพรรดิจัสติเนียน

(ดู Justinian: Hadrian)

 

Justinian, Emperor 483-565: จัสติเนียน,พระจักรพรรดิ (พ.ศ.1026-1108)

 

เป็นจักรพรรดิไบแซนไทน์ต่อต้านลัทธิเนสโตเรียน (Nestorians) และทรงศรัทธาลัทธิโมโนฟิไซทิสม์ (Monophysitism) ทรงรวบรวมประมวลกฎหมายจัสติเนียน เป็นกฎหมายสำคัญที่รวบรวมไว้คือ "Corpus Juris Civilis" เป็นรัชสมัยที่มีการพิพาทกันในราชอาณาจักรระหว่างฝ่ายน้ำเงิน (Blues) และเขียว (Greens) ในการจลาจลไนกา (Nika Riot: ค.ศ.532) ในที่สุด พระองค์จัดการประชุมสภาคอนสแตนติโนเปิลครั้งที่สอง (Second Council of Constantinople 553 A.D) ยึดแอฟริกาคืนจากพวกแวนเดิล (Vandals) ระหว่าง ค.ศ.533-548 และยึดอิตาลีคืนจากออสโตรกอธ (Ostrogoth: 535-554) ทรงสร้างผลงานสถาปัตยกรรมสำคัญคือ โบสถ์ แซนต้า โซเพีย เป็นต้น

(ดู Byzantine Empire; Nestorianism; Monophysitism; Justinian Code)

 

 


  6 ต.ค. 2551 23:20 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป อ.โกญจนาท เจริญสุข

  124.120.153.105

  

  

กษัตริย์ฮัมมูราบี-Hammurabi

 

ฮัมมูราบี (Hammurabi – ประมาณ 1810-1750 ปีก่อนคริสตกาล หรือประมาณ 1267-1207 ปีก่อนพุทธกาล) กษัตริย์ชาวอามอไรท์องค์ที่ 6 และทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกแห่งจักรวรรดิบาบิโลน รู้จักกันดีที่สุดในด้านกฎหมาย ในขณะเดียวกับความเป็นผู้ยิ่งใหญ่ด้านการทหารที่ทำให้อาณาจักรบาบิโลนมีอำนาจมากที่สุดในแถบเมโสโปเตเมียโดยการเอาชนะพวกซูเมอร์ (Sumerian) และพวกแอคคาด (Akkad)

 กษัตริย์ฮัมมูราบี ปกครองจักรวรรดิบาบิโลนตั้งแต่ปี 1792 ก่อน ค.ศ. ในช่วงแรกๆ แห่งการครองราชย์บ้านเมืองค่อนข้างมีความสงบสุข ทรงบดขยี้และขับไล่กองทัพผู้รุกรานได้แก่พวกอีลาไมท์ (Elamite) และกองทัพอื่นๆ ออกไปจากอาณาจักรได้อย่างเด็ดขาด และได้ผนวกอาณาจักรลาร์ซา (Larsa) ยามัตบาล (Yamutbal) ไว้ในอำนาจเป็นราชอาณาจักรเดียวโดยมีบาบิโลนเป็นศูนย์กลาง การเฟื่องฟูด้านอักษรศาสตร์ที่รุ่งเรืองตามความเจริญของอาณาจักรบาบิโลนทำให้กฎหมายต่างๆ ของกษัตริย์ได้รับการยอมรับไปตลอดชายฝั่งทะเลเมดิเตอเรเนียน มีการค้นพบแผ่นจารึกดินเผา (tablet) ที่เป็นสัญญาจำนวนมากที่สอบอายุได้ว่าตรงกับสมัยของพระองค์และกษัตริย์ที่ครองราชย์ต่อมา รวมทั้งที่เป็นจดหมายที่มีการลงนาม หนึ่งในจำนวนนั้นมีหนังสือคำสั่งให้เคลื่อนทหารจำนวน 240 นายจากอัสซีเรีย (Assyria) และไซทัลลัม (Situllum) ซึ่งเป็นการพิสูจน์ว่าพวกอัสซีเรียอยู่ใต้การปกครองของบาบิโลน

กษัตริย์ฮัมมูราบีแผ่อำนาจการปกครองของจักรวรรดิบาบิโลนครั้งแรกไปทางใต้ก่อนแล้วจึงขยายขอบเขตครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งหมดของเมโสโปเตเมีย ชัยชนะเด็ดขาดทางการทหารเกิดขึ้นค่อนข้างล่าช้าในรัชสมัยของพระองค์ และที่สำเร็จลงได้อาจเป็นเพราะการล่มสลายของอาณาจักรแชมชิ-อดัด (Shamshi-Adad Empire)

 

แผ่นจารึกประมวลกฎหมายฮัมมูราบี

 

ชื่อเสียงที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของกษัตริย์ฮัมมูราบีได้แก่การประกาศใช้กฎหมายที่เรียกกันว่า “ประมวลกฎหมายฮัมมูราบี” (Code of Hammurabi) ที่เขียนลงบนสเตลา (stela) และติดตั้งไว้ในที่สาธารณะให้คนทั่วไปได้อ่านแม้จะมีคนรู้หนังสือไม่มากก็ตาม แผ่นสเตลานี้ถูกรื้อถอนจากการปล้นสะดมไปไว้ที่เมืองหลวงของเอลาไมท์คือซูซา (Susa) และถูกค้นพบเมื่อ พ.ศ. 2444 ซึ่งปัจจุบันตั้งแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์ลูฟในกรุงปารีส

 แม้บทลงโทษตามกฎหมายฮัมมูราบีจะดูว่าโหดเ***้ยมตามความคิดของคนสมัยใหม่ แต่การทำกฎหมายให้เป็นลายลักษณ์อักษรและพยายามใช้บังคับอย่างเป็นระบบกับทุกคน และการ “ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ไว้ก่อนจนกว่าจะได้รับการพิสูจน์ว่าผิด” นับเป็นหลักการสำคัญที่นับเป็นวิวัฒนาการทางอารยธรรมของมนุษย์

 ทฤษฎีใหม่บางอันถือว่าการนับกฎหมายฮัมมูราบีให้สถานะอย่างประมวลกฎหมายอย่างปัจจุบันนั้นไม่ถูกต้องนัก ความจริงน่าจะนับได้เพียงการเป็นอนุสรณ์ยกย่องว่ากษัตริย์ฮัมมูราบีเป็น “ตัวอย่างกษัตริย์ที่ทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม” ได้เท่านั้นเพราะในชีวิตของคนย่อมมีความผิดอย่างอื่นที่ไม่ใช่การลักขโมย

 นอกจากกฎหมายแล้ว กษัตริย์ฮัมมูราบียังได้ทรงทำให้บาบิโลนเป็นสถานที่ดีขึ้นโดยการปรับปรุงระบบชลประทาน

 จักรวรรดิ์บาบิโลนล่มสลายลงโดยผู้ปกครองที่สืบต่ออำนาจจากกษัตริย์ฮัมมูราบีได้รับแรงกดดันทางอำนาจจากพวกฮิตไตท์ (Hittites) นำโดยกษัตริย์มิวซิลิสที่ 1 แต่โดยความเป็นจริงบาบิโลนถูกครอบครองโดยพวกแคสไซต์ (Kassite) นำโดยกษัตริย์อคุมคัครีนซึ่งได้ปกครองบาบิโลนต่อมาได้อีก 400 ปีโดยที่ยังยอมรับและใช้ประมวลกฎหมายฮัมมูราบีสืบต่อมา

 


  6 ต.ค. 2551 23:29 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป อ.โกญจนาท เจริญสุข

  124.120.153.105

  

ชื่อเรียกของยุคต่างๆในทางอารยธรรมตะวันตก

 

1. ยุคคลาสสิค (Classical Era) 1000 - 146 ปีก่อน ค..

ยุคนี้คือยุคของอารยธรรมกรีกแท้ๆ จนกรีกทั้งหมดตกเป็นอาณานิคมของโรมในปี 146 ก่อน ค..

2. ยุคกรีก - โรมัน (Greco-Roman Era) 146 ปีก่อน ค.. - .. 455

ยุคเรืองอำนาจของโรม หลังจากโรมพิชิตกรีกได้  

ออกุสตุส ซีซาร์เป็นจักรพรรดิ์เมื่อ 27 ปีก่อน ค.. และยุติการเป็นสาธารณรัฐของโรมลงอย่างเด็ดขาด ทำให้โรมกลายเป็นจักรวรรดิ และหลังจากการแผ่อำนาจครอบครองไปทั่วทั้งยุโรปผืนทวีป (เหนือสุดแค่บางส่วนของเยอรมัน) อังกฤษ เอเชียไมเนอร์ อียิปต์ ในที่สุดจักรวรรดิโรมันก็แบ่งออกเป็นสองส่วนในปี ค.. 395 คือจักรวรรดิไบแซนไทน์ (Byzantine) หรือ จักรวรรดิโรมันตะวันออก ศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่กรุงคอนสแตนติโนเปิล หรือ กรุงอิสตันบูล เมืองหลวงของประเทศตุรกีในปัจจุบัน มีจักรพรรดิเป็นศุนย์กลางแห่งอำนาจ กับ จักรวรรดิโรมันตะวันตก มีโรมเป็นศูนย์กลางการปกครอง มีพระสันตะปาปาเป็นประมุข

ในที่สุดความยิ่งใหญ่ของโรมันตะวันตกก็สิ้นสุดลงในปีค.. 455 เมื่อกรุงโรมถูกพวกก็อธปล้น อันถือเป็นปีปิดฉากยุคโบราณของประวัติศาสตร์อารยธรรมตะวันตก

3. ยุคกลาง (Medievals Ages) หรือบางทีก็เรียกกันว่ายุคมืด 455 - 1453 ..

เริ่มต้นเมื่อจักรวรรดิโรมันตะวันตกล่มสลายลง และพวกอนารยชนเข้ามาปกครองแทนที่ ทั้งพวกกอธที่มาจากทางเยอรมันตะวันออก พวกแฟรงค์หรือชาวฝรั่งเศสโบราณ

ในยุคกลางนี้เราอาจแบ่งหยาบๆได้เป็นสามช่วง คือ

1. ยุคกลางตอนต้น

2. ยุคกลางตอนกลาง

3. ยุคกลางตอนปลาย

3.1 ยุคกลางตอนต้น

ในยุคนี้พวกที่เคยถูกชาวโรมันมองว่าเป็นอนารยชนได้เข้ามาปกครองดินแดนยุโรปภาคพื้นทวีปแทนที่อำนาจของชาวโรมัน เหตุการณ์สำคัญๆก็เช่น การขึ้นเป็นกษัตริย์ของราชวงศ์เมโรวิงเจียน และการถูกขุนนางกรมวังจากตระผมลคาโรลิงเจียนล้มราชวงศ์ และตั้งราชวงศ์ใหม่ คือ ราชวงศ์คาโรลิงเจียน พระเจ้าชาร์เลอมาญมหาราชก็มาจากราชวงศ์คาโรลิงเจียนนี่ด้วย

ในปี ค.. 800 ในวันคริสมาสต์ พระสันตะปาปาลีโอที่ 3 ได้อภิเษกพระเจ้าชาร์เลอมาญมหาราช ขึ้นเป็น พระจักรพรรดิ์ของจักรวรรดิ์โรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งจะเป็นตำแหน่งที่จะเป็นปัญหาสำคัญของยุโรปจนถึงสมัยสงครามนโปเลียน

3.2 ยุคกลางตอนกลาง

การทำสงครามครูเสดถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สุดของยุคกลางตอนกลาง สงครามครุเสดเกิดขึ้นเมื่อนครศักดิ์สิทธิ์ของสามศาสนาคือ ยิว ครสิต์และอิสลาม ซึ่งก็คือกรุงเยรูซาเล็มตกไปอยู่ในอำนาจของพวกมุสลิม อาณาจักรฟาติมิดในอียิปต์ เมื่อปีค.. 1009 ทำให้เกิดความพยายามของชาติต่างๆในยุโรปที่จะทำสงครามชิงเยรูซาเล็มคืน สงครามครูเสดครั้งสำคัญๆมีทั้งหมด 9 ครั้งในช่วงระหว่างคริสตศตวรรษที่ 11-13

นอกจากสงครามครูเสดแล้วในสมัยนี้ความก้าวหน้าทางวิทยาศาตร์หลายอย่างก็นับเป็นเหตุการณ์สำคัญเช่นกัน เช่นการค้นพบดินระเบิด การประดิษฐ์เข็มทิศ และความเข้าใจที่ดีขึ้นทางดาราศาสตร์ ตลอดจนการค้าที่ซบเซาลงไปนับแต่การล่มสลายของโรมตะวันตกก็เริ่มกลับมาคึกคักขึ้น

3.3 ยุคกลางตอนปลาย

ยุคกลางช่วงท้ายนี้คือช่วงที่ทุกสิ่งๆดูจะเลวร้ายอย่างมากสำหรับยุโรป คือมีทั้งกาใรตระบาดใหญ่ไปทั่วยุโรปในปีค.. 1347-1351

การเกิดภาวะอากาศเย็นลง ทำให้ประชากรของยุโรปล้มตายลงไปมาก และช่วงนี้อำนาจของศาสนจักรที่เคยยิ่งใหญ่มหาศาลก็สั่นคลอนลง เกิดความแตกแยกทางด้านศาสนาในวงกว้างเพราะพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของศาสนจักรโดยเฉพาะการพาผู้คนไปตายในสงครามครูเสด

เหตุการณ์สำคัญของยุคนี้ก็คือการเริ่มต้นของการกำเนิดรับในยุโรปที่ชัดเจนเช่นกรณีของอังกฤษและฝรั่งเศส หมายสำคัญของการสิ้นสุดยุคกลางก็คือการเสียกรุงคอนสแตนติโนเปิลให้กับพวกออตโตมัน เติร์ก

เราอาจกล่าวว่าโดยรวมแล้วยุคกลางของยุโรปจะมีลักษณะสำคัญๆคือ ผู้คนถูกครอบงำด้วยศรัทธาที่มีศาสนจักรโรมันคาธอลิกที่นำโดยสถาบันสันตะปาปา และความขัดแย้งในการช่วงชิงอำนาจสูงสุดระหว่างสถาบันสันตะปาปากับผู้ปกครองต่างๆในทวีปยุโรป และแน่นอนกับจักรวรรดิไบแซนไทน์ด้วย และความขัดแย้งนี้ในที่สุดก็ขยายไปเป็นสงครามศาสนาระหว่างคริสต์กับอิสลามที่จะเป็นแผลเป็นตลอดมาของสองศาสนา ยุคกลางกินเวลาประมาณ 1000 ปี

4. ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance) คริสต์ศตวรรษที่ 15

นี่คือยุคสมัยที่ความรู้จากยุคคลาสสิกคือยุคกรีก-โรมันกลับมามีชีวิตอีกครั้ง มีการศึกษาคั้นคว้าองค์ความรู้สมัยเก่าเช่นงานเขียนของเพลโต อริสโตเติล และวิทยาการต่างๆก็ได้รับความสนใจและฟื้นฟูขึ้นอีกครั้งเมื่อเมฆหมอกของศรัทธาที่ครอบคลุมยุโรปมากว่า 1000 ปีได้จางหายไป

ยุคสมัยนี้ทั้งยุโรปเต็มไปด้วยความคิดใหม่ๆ การค้า และที่สำคัญยุคนี้ได้ให้กำเนิดศิลปินคนสำคัญๆมากมายเช่น ลีโอนาร์โด ดา วินชี มิเกลันเจโล ราฟาเอล

ในปัจจุบันนักประวัติศาสตร์หลายท่านมองว่ากระบวนการฟื้นฟูศิลปวิทยาการเป็นเพียงแค่ขบวนการทางวิชาการและมนุษยนิยมในช่วงเวลาหนึ่งไม่ใช่ภาพรวมของยุคสมัยทั้งหมดก็มีเหมือนกัน

5. ยุคปฏิรูปศาสนา (Reformation Age) คริสต์ศตวรรษที่ 16

ในที่สุดความขัดแย้งด้านศาสนาที่มีในช่วงยุคกลางตอนปลายได้ทำให้เกิดการแตกแยกทางศาสนาครั้งใหญ่ ทำให้เกิดมีการตั้งศาสนาคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์โดย มาร์ติน ลูเธอร์ นักบวชชาวเยอรมัน ในปีค. 1517

การตั้งนิกายใหม่ทำให้เกิดผลกระทบอย่างมากในยุโรป คือทำให้เกิดความแตกแยกในสังคมยุโรปทั่วไปจนกลายเป็นสงคราม เช่นในอังกฤษ ฝรั่งเศส ในกรณีอังกฤษ ถึงกับตั้งนิกายอังกฤษของตัวขึ้นเองเลยเพื่อให้พ้นจากอำนาจของสถาบันสันตะปาปาในสมัยของพระนางเอลิซาเบ็ธที่ 1

 


  6 ต.ค. 2551 23:44 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป อ.โกญจนาท เจริญสุข

  124.120.153.105

  

หลักฐานทางประวัติศาสตร์แบบสากล

 สมัยโบราณ

อารยธรรมตะวันตก

1. อักษรที่บันทึกเป็นลงบนวัสดุต่างๆ เช่น กระดาษปาปิรุส แผ่นดินเหนียว

1.1 ชาว อียิปต์โบราณ

-อักษรภาพเฮียโรกลีฟิก (ให้ความรู้เรื่องการแพทย์ ดาราศาสตร์ โหราศาสตร์)

- คัมภีร์มรณะ (เน้นความเชื่อทางศาสนา และมีผลต่อการเขียน The Old Testament

1.2 ชาวสุเมเรียน

- อักษรคูนิฟอร์ม (อักษรลิ่ม) ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของสมัยประวัติศาสตร์ตะวันตก

- มหากาพย์ กิลกาเมซ

- อักษรฟินิเชียน ต่อมาพัฒนาเป็นอักษรภาษาอังกฤษ (Alphabet)

1.3 ประมวลกฎหมาย ฮัมมูราบี ที่ยึดหลักตาต่อตาฟันต่อฟัน

2. หลักฐานประวัติศาสตร์ของกรีก-โรมัน

2.1 กรีก

-ช่วงแรกเขียนอิงเทพนิยาย เช่น มหากาพย์อีเลียด และโอดิสซี (โฮเมอร์แต่ง)

-ช่วงหลังอิงสงครามและการเมือง เช่น ประวัติศาสตร์สงครามเปอร์เซีย (เฮโรโดตัสแต่ง)

2.2 โรมัน

-เน้นเรื่องสงคราม เช่น บันทึกสงครามกอลลิก สงครามพิวนิก (โพลิบิอุสแต่ง) ประวัติศาสตร์โรมัน (ลีวี่แต่ง) กฎหมายสิบสองโต๊ะ

อารยธรรมตะวันออก

จีน

1. กระดูกเสี่ยงทายในสมัยราชวงศ์ชาง

2. บันทึกประวัติศาสตร์ของซือหม่าเซียน (เน้นเรื่องการปกครองของราชวงศ์ ถือเป็นหลักฐานต้นแบบของงานประวัติศาสตร์ราชวงศ์ของจีนต่อมา)

3.สุสานจักรพรรดิฉิ๋นซีฮ่องเต้ (ให้ข้อมูลด้านโบราณคดี และเหตุการณ์ในสมัยราชวงศ์ฉิ๋น)

อินเดีย

-พบหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรน้อย เพราะไม่มีนักประวัติศาสตร์เหมือนกรีกและจีน

1. เมืองโมเฮนโจดาโร และฮารัปปา เป็นหลักฐานที่สำคัญที่สุดของอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ

2. อื่นๆ เช่น คัมภีร์พระเวทของอารยัน ศิลาจารึกของพระเจ้าอโศกมหาราช

ญี่ปุ่น.

-ส่วนใหญ่เป็นหลักฐานจากโบราณคดี เพราะเป็นสมัยที่ยังไม่มีตัวอักษรใช้

สมัยกลาง

อารายธรรมตะวันตก

1. หลักฐานที่เน้นความศรัทธาที่มีต่อศาสนา เช่น

-มหากาพย์ของโรลองด์

- หนังสือแห่งกาลเวลา

- ประวัติศาสตร์พวกแฟรงค์(บาทหลางเกรเกอรีแต่ง)

-เทวนคร (นักบุญออสตินแต่ง)

2. หลักฐานที่เน้นการเมืองการปกครองเช่น

- ทะเบียนราษฎร์ (Domsday)

- กฎบัตร Magna Carta

3. งานเขียนชื่อ Annals (คล้ายพงศาวดารแบบไทย)

เป็นการบันทึกเหตุการณ์สำคัญสั้นๆในแต่ละปี โดยไม่ใส่ข่อคิดเห็นของผู้บันทึก

อารยธรรมตะวันออก

จีน

-ส่วนใหญ่เป็นงานบันทึกประวัติศาสตร์ในราชวงศ์

อินเดีย

-เริ่มปรากฏหลักฐานในสมัยอาณาจักร สุลต่านแห่งเดลี เน้นวีรกรรมของสุลต่าน

ญี่ปุ่น

-เป็นพงศาวดารประจำราชสำนักญี่ปุ่น เช่น หนังสือประวัติศาสตร์ชื่อ โคจิกิ นิโฮโชกิ

สมัยใหม่ สมัยปัจจุบัน

ตะวันตก

1. งานเขียนช่วงแรก (C15-18) รับแนวคิดจากการฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ

1.1 คำประกาศอิสรภาพของอเมริกา (เน้นสิทธิธรรมชาติของมนุษย์)

1.2รัฐธรรมนูญแห่งอเมริกา (แบ่งอำนาจปกครอง 3 ฝ่าย)

1.3 คำประกาศสิทธิมนุษยชนและพลเมือง (เป็นจุดสิ้นสุดระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์คำประกาศนี้ได้รักแนวคิดจาก Bill of Rights และ The Declaration of Independence)

1.4 สนธิสัญญาแวร์ซายส์ (ความสัมพันธ์ของโลกช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 )

1.5 ประวัติศาสตร์ความเสื่อม และการสิ้นสุดของจักรวรรดิโรมัน (กิบบันแต่ง)

2. งานเขียนช่วงหลัง (c18-20) รับแนวคิดจากวิทยาศาสตร์เช่น

2.1 สังคมฟิวดัล,วิชาของนักประวัติสาสตร์ (มาร์ก บล็อก แต่ง)

2.2 ประวัติสาสตร์สันตะปาปา, ประวัติศาสตร์ ละตินและเยอรมัน (เลโอปอนด์ รังแก)

2.3 ประวัติศาสตร์โรมัน (บารโทลด์ นีบูห แต่ง)

2.4 ประวัติสาสตร์ทั่วไปของอารยธรรมตะวันตก (ฟรังซัวส์ กิโซต์แต่ง)

2.5  อารยธรรมและทุนนิยม  ใน C15-18 (เฟอร์นานด์ โบรเดล แต่ง)

2.6ศึกษาประวัติศาสตร์ (อาร์โนลด์ ทอยน์บี)

 อารยธรรมตะวันออก

จีน

- ประวัติศาสตร์จีนสมัยใหม่เริ่มในสมัยราชวงศ์หมิง เช่นงานวรรณกรรมของ

อินเดีย

-ประวัติศาสตร์อินเดียสมัยใหม่เริ่มในสมัยราชวงศ์โมกุล เช่น ประวัติของกษัตริย์อักบาร์ และพระราชโองการของพระราชินีวิกตอเรีย

ญี่ปุ่น

-ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นสมัยใหม่เริ่มในสมัยกลางเมือง เช่นเอกสารรัฐธรรมนูญ ค..1947

 


  15 ต.ค. 2551 16:22 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป อาจารย์โกญจนาท เจริญสุข

  117.47.92.75

  

  

สมัยกรุงศรีอยุธยา

 

ระบบการปกรองของกรุงศรีอยุธยาตอนต้น

 

1. การปกครองส่วนภูมิภาค คือการปกครองพระราชอาณาเขต กรุงศรีอยุธยาได้แบบแผนมาจากครั้งกรุงสุโขทัย โดยการแบ่งหัวเมืองออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

1.1 หัวเมืองชั้นใน มีกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี มีเมืองป้อมปราการด่านชั้นในสำหรับป้องกันราชธานีทั้ง 4 ทิศ เรียกว่า เมืองลูกหลวง ซึ่งอยู่ห่างจากราชธานี เป็นระยะทางเดิน 2 วัน

ทิศเหนือ คือ เมืองลพบุรี

ทิศใต้ คือ เมืองพระประแดง

ทิศตะวันออก คือ เมืองนครนายก

ทิศตะวันตก คือ เมืองสุพรรณบุรี

นอกจากนั้น ยังมีหัวเมืองชั้นในตามรายทางที่อยู่ใกล้ๆ กับเมืองลูกหลวง เช่น เมืองปราจีน เมืองพระรถ(เมืองพนัสนิคม) เมืองชลบุรี เมืองเพชรบุรี เมืองราชบุรี เป็นต้น และถ้าเมืองใดเป็นเมืองสำคัญก็จะส่งเจ้านายจากราชวงศ์ออกไปครอง

1.2 เมืองพระยามหานคร หรือหัวเมืองชั้นนอก คือ เมืองใหญ่ที่อยู่ห่างจากหัวเมืองชั้นในออกไป

ทิศตะวันออก คือ เมืองโคราชบุรี(นครราชสีมา) เมืองจันทบุรี

ทิศใต้ คือ เมืองไชยา เมืองนครศรีธรรมราช เมืองพัทลุง เมืองสงขลา และเมืองถลาง

ทิศตะวันตก คือ เมืองตะนาวศรี เมืองทะวาย เมืองเชียงกราน

1.3 เมืองประเทศราช หรือเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยา เมื่อครั้งรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) สันนิษฐานว่า คงจะมีแต่เมืองมะละกากับเมืองยะโฮร์ทางเแหลมมลายูเท่านั้น ส่วนกัมพูชานั้นต้องปราบกันอีกหลายครั้ง จึงจะได้ไว้ในครอบครอง และในระยะหลังต่อมาสุโขทัยก็ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยาด้วย

เมืองประเทศราช มีเจ้านายของตนปกครองตามจารีตประเพณีของตน แต่ต้องกราบบังคมทูลให้กษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาแต่งตั้ง

 

ตัวอย่างกฎหมาย

 

กฎหมายลักษณะลักพา

กฎหมายลักษณะลักพา มีอยู่บทหนึ่งว่าด้วยเรื่องทาส ดังนี้ ผู้ใดลักพาข้าคนท่านขายให้แก่คนต่างประเทศ คนต่างเมือง ฯลฯ พิจารณาเป็นสัจ ท่านให้ฆ่าผู้ร้ายนั้นเสีย ส่วนชาวต่างประเทศนั้นให้เกาะจำไว้ฉันไหมโจร

แต่เมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยากับกรุงสุโขทัยเป็นมิตรกันนั้น มีผู้ลักพาทาสในกรุงศรีอยุธยาหนีขึ้นไปเมืองเหนือ พวกเจ้าเงินกราบทูลพระเจ้าอู่ทองขอให้ไปติดตามเอาทาสกลับมา แต่พระเจ้าอู่ทองกลับมีพระราชดำรัสให้ว่ากล่าวเอาแก่ผู้ขายนายประกันเท่านั้น กฎหมายลักษณะผัวเมียในสมัยนั้น ชายมีภรรยาได้หลายคน และกฎหมายก็ยอมรับ กฎหมายจึงแบ่งภรรยาออกเป็น

1. หญิงอันบิดามาร***ุมมือให้ไปเป็นเมียชาย ได้ชื่อว่าเป็นเมียกลางเมือง (เมียหลวง)

2. ชายขอหญิงมาเลี้ยงเป็นอนุภรรยาหลั่นเมียหลวงลงมา ได้ชื่อว่าเมียกลางนอก

3. หญิงใดทุกข์ยาก ชายช่วยไถ่ได้มาเห็นหมดหน้า เลี้ยงเป็นเมียได้ชื่อว่า เมียกลางทาสี

 

การศาลสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น

เกี่ยวกับการพิจารณาคดีในสมัยพระจ้าอู่ทองนั้น ได้อยู่ในอำนาจของเสนาบดีจตุสดมภ์ดังนี้

1. เสนาบดีกรมเมือง พิจารณาพิพากษาคดีอุกฉกรรจ์ที่จะทำให้เกิดความไม่สงบขึ้นภายในแผ่นดิน

2. เสนาบดีกรมวัง พิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับข้อพิพาทของราษฎร

3. เสนาบดีกรมคลัง พิจารณาพิพากษาเกี่ยวกับพระราชทรัพย์

4. เสนาบดีกรมนา พิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับ ที่นา โคกระบือ เพื่อระงับข้อพิพากของชาวนา

 


  15 ต.ค. 2551 16:25 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป อาจารย์โกญจนาท เจริญสุข

  117.47.92.75

  

  

ลักษณะการปกครองสมัยพระรามาธิบดีที่ 2 ถึงสิ้นกรุงศรีอยุธยา

 

ลักษณะการปกครองกรุงศรีอยุธยาในระยะนี้ ยังคงใช้ระบบการปกครองสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเป็นหลัก จนกระทั่งถึงสมัยพระเพทราชา ซึ่งเป็นสมัยที่บ้านเมืองไม่สงบเกิดกบฎขึ้นบ่อยครั้ง เพราะทหารมีอำนาจมากในขณะนั้น และอำนาจทางทหารตกอยู่ในความควบคุมของสมุหกลาโหมแต่เพียงผู้เดียว ดังเช่นในสมัยสมเด็จพระเชษฐาธิราช สมุหกลาโหมเป็นกบฎแย่งชิงราชสมบัติและตั้งตัวเป็นกษัตริย์คือ พระเจ้าปราสาททอง เป็นต้น จึงทำให้สมเด็จพระเทพราชาหวาดระแวงพระทัย เกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในสมัยของพระองค์ เพื่อเป็นการถ่วงดุลแห่งอำนาจ พระองค์ตัดสินใจจัดระบบการปกครองใหม่เป็นบางส่วนดังนี้

สมุหกลาโหม แต่เติมเคยควบคุมเกี่ยวกับทางทหารทั่วประเทศ ให้เปลี่ยนมาเป็นควบคุมผู้บังคับบัญชาทหารและพลเรือนในแถบหัวเมืองฝ่ายใต้

สมุหนายก เดิมเคยควบคุมเกี่ยวกับข้าราชการพลเรือน ให้เปลี่ยนมาควบคุมผู้บังคับบัญชาทั้งทางทหารและพลเรือนในแถบหัวเมืองฝ่ายเหนือ

ในกรณีที่เกิดสงคราม ในหัวเมืองฝ่ายใด ผู้บังคับบัญชาการหัวเมืองฝ่ายนั้นต้องเป็นแม่ทัพใหญ่ ดำเนินการต่อสู้ โดยเป็นผู้บังคับบัญชากองทัพเตรียมทหารและเสบียงอาหาร เป็นต้น

 

การที่เปลี่ยนจากระบบมีอำนาจเต็มทางทหารแต่ฝ่ายเดียวของสมุหกลาโหม มาเป็นระบบแบ่งอำนาจทั้ง 2 ฝ่าย ดังที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น ทำให้สมุหนายกและสมุหกลาโหมควบคุมและแข่งขันกันทำราชการไปในตัว

 

ลักษณะการปกครองสมัยพระรามาธิบดีที่ ๒ ถึงสิ้นกรุงศรีอยุธยา

 

การปกครองของเมืองหลวงยังคงใช้ระบบการปกครองในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ แต่มีการเปลี่ยนแปลงบ้างก็เฉพาะหัวเมืองต่างๆ เพิ่มขึ้นหรือลดลงเท่านั้น เช่น ในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ได้ทรงสร้างหัวเมืองชั้นในขึ้นอีกหลายเมือง ได้แก่ นนทบุรี นครชัยศรี ฉะเชิงเทรา สาครบุรี และสระบุรี ทำให้อาณาเขตราชธานีขยายกว้างออกไปอีก ส่วนหัวเมืองประเทศราชนั้นไม่แน่นอน ถ้าสมัยใดพระมหากษัตริย์มีอำนาจก็จะมีเมืองขึ้นหลายเมือง ถ้าอ่อนแอเมืองขึ้นต่างๆ ก็จะแข็งเมืองไม่อยู่ในอำนาจต่อไป

การปกครองท้องถิ่นก็ยังคงใช้แบบเดียวกับสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ

 

การทหาร

ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ พระองค์ทรงเห็นข้อบกพร่องในทางการทหาร จึงจัดระเบียบและปรับปรุงแก้ไขส่วนที่บกพร่องให้ดียิ่งขึ้น โดยพระองค์ทรงดำเนินการปรับปรุง ดังนี้

 

๑. ทำสารบัญชี โดยการตั้งเป็นกรม แบ่งงานออกเป็น

๑.๑ สุรัสวดีกลาง

๑.๒ สุรัสวดีขวา

๑.๓ สุรัสวดีซ้าย

 

๒. มีการแต่งตำรายุทธพิชัยสงคราม เพื่อใช้เป็นหลักในการทำสงครามให้ถูกยุทธวิธี ซึ่งเป็นตำราที่ใช้ยึดเป็นหลักปฏิบัติกันมาจนสิ้นกรุงศรีอยุธยา

ชายฉกรรจ์ ที่มีสัญชาติไทย มีหน้าที่ดังนี้

 

1. เมื่ออายุได้ 18 ปี ต้องขึ้นทะเบียนเป็นไพร่สม ต่อเมื่ออายุ 20 ปี จึงจะรับราชการเป็นไพร่หลวง และอยู่ในราชการจนกว่าจะอายุครบ 60 ปี จึงจะถูกปลด แต่ถ้ามีบุตรชายและส่งเข้ารับราชการ 3 คน ให้บิดาพ้นราชการได้

 

2. ชายฉกรรจ์ทุกคนต้องมีสังกัดอยู่ในกรมใดกรมหนึ่ง ลูกหลานผู้สืบสกุลต้องอยู่ในสังกัดเดียวกัน ถ้าจะย้ายสังกัดต้องขออนุญาตก่อน

 

3. ในเวลาที่บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไพร่หลวงจะต้องเข้าประจำการปีละ 6 เดือน เรียกว่า เข้าเวร และจะต้องหาเสบียงของตนเองมาด้วย การเข้าเวรนี้จะเข้าเวร 1 เดือน แล้วออกเวรไปทำมาหากิน 1 เดือนแล้วจึงกลับมาเข้าเวรใหม่ สลับกันจนครบกำหนด

 

4. หัวเมืองชั้นนอก ที่อยู่ห่างไกลในยามปกติ ไม่ต้องการคนเข้ารับราชการมากเหมือนในราชธานี จึงใช้วิธีเกณฑ์ส่วนแทนการเข้าเวร โดยการนำของที่ทางราชการต้องการ เช่น ดินประสิว แร่ดีบุก ฯลฯ มาให้กับทางราชการแทนการเข้าเวร

 


  15 ต.ค. 2551 16:31 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป อาจารย์โกญจนาท เจริญสุข

 law_kru@hotmail.com 117.47.92.75

  

  

กฎหมายและศาลสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ

 

ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ได้มีกฎหมายใหม่หลายฉบับ บางฉบับก็ปรับปรุงจากของเก่า กฎหมายที่ตราขึ้นใหม่มีดังนี้

 

1. กฎหมายว่าด้วยการเทียบศักดินา

 

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เช่น ศิลาจารึกสุโขทัย และจดหมายเหตุของจีน ทำให้เราทราบว่า ศักดินาไม่ได้มีเมื่อสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ แต่ได้มีมานานแล้ว เป็นเพียงแต่พระองค์ได้ทรงวางหลักเกณฑ์และปรับปรุงใหม่เท่านั้น

ในสมัยก่อน ถือว่า พระเจ้าแผ่นดินทรงเป็นเจ้าของแผ่นดินทั่วราชอาณาจักร ข้าราชการและพระบรมวงศานุวงศ์ ยังไม่มีเงินเดือน เงินปีอย่างสมัยนี้ จึงใช้วิธีพระราชทานที่ดินให้มากน้อยตามฐานะแต่ความเป็นจริง แล้วก็ไม่ได้มีที่ดินไว้ในครอบครองตามที่กำหนด แต่อย่างไรก็ตาม ศักดินาเป็นเครื่องกำหนดชั้นฐานะของบุคคลและยังมีผลในทางด้านอื่นๆ ด้วยเช่น

1.1 การปรับไหม ผู้ที่ทำผิดอย่างเดียวกัน ถ้ามีศักดินาสูงกว่า จะเสียค่าปรับมากกว่ามีศักดินาต่ำกว่า หรือการปรับไหมให้แก่กันในคดีเดียวกัน ถ้าไพร่ผิดต่อไพร่ จะเสียค่าปรับตามศักดินาไพร่ ถ้าไพร่ทำผิดต่อขุนนาง ให้เอาศักดินาขุนนางมาปรับไพร่ ถ้าขุนนางผิดต่อไพร่ ให้ปรับตามศักดินาของขุนนาง

1.2 การตั้งทนาย ผู้ที่มีศักดินา 400 ไร่ ขึ้นไป จะแต่งตั้งทนายว่าความแทนตนเองได้

1.3 กำหนดที่นั่งในการเฝ้า เมื่อพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกว่าราชการแผ่นดิน ผู้มีศักดินา 10,000 ถึง 800 ต้องเข้าเฝ้า นอกนั้นไม่บังคับ ตำแหน่งที่นั่งจะสูงต่ำ ใกล้หรือไกลให้จัดตามศักดินา

พอสรุปได้ว่า ศักดินา หมายถึง เกณฑ์ตามพระราชกำหนดที่กำหนดว่า บุคคลนั้น

ยศใด จะมีกรรมสิทธิ์ในที่นามากน้อยเพียงใด

 

ระเบียบตำแหน่งยศศักดินาของข้าราชการ มีดังนี้

1. ยศ ได้แก่ เจ้าพระยา พระยา พระ หลวง ขุน หมื่น พัน

2. ราชทินนาม ได้แก่ ยมราช สีหราชเดโชชัย ฯลฯ

3. ตำแหน่ง ได้แก่สมุหกลาโหม สมุหนายก เสนาบดี ฯลฯ

4. ศักดินา ได้แก่ เกณฑ์กำหนดสิทธิ์ที่นาตามยศแต่ละบุคคล เช่น

1.       พระมหาอุปราช ศักดินา หนึ่งแสน

2.       พระอนุชาที่ทรงกลม ศักดินา ห้าหมื่น

3.       เจ้าพระยา ศักดินา หนึ่งหมื่น

4.       พระยา ศักดินา สามพัน-ห้าพัน

5.       พระ ศักดินา หนึ่งพัน

6.       หลวง ศักดินา แปดร้อย

7.       หมื่นแขวง ศักดินา สามร้อย

8.       เสมียน ศักดินา สองร้อย

9.       ภิกษุ ศักดินา สี่ร้อย-หกร้อย

10.    สามเณร ศักดินา สองร้อย-สามร้อย

11.    ไพร่ ศักดินา ยี่สิบห้า

12.    ทาส ศักดินา ห้า

 

กฎหมายในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ถึงสิ้นกรุงศรีอยุธยานั้น เป็นกฎหมายที่ปรับปรุงเพิ่มเติมจากกฎหมายสมัยพระเจ้าอู่ทองบ้าง ตราขึ้นใหม่บ้าง เช่น 

  1. กฎหมายเพิ่มเติมลักษณะฟ้อง สมัยพระรามาธิบดีที่ 2 พ.ศ. 1951
  2. กฎหมายลักษณะพิสูจน์ สมัยพระไชยราชา พ.ศ. 2078
  3. กฎหมายเพิ่มเติมลักษณะอาญาหลวง สมัยพระมหาจักรพรรดิ พ.ศ. 2093
  4. กฎหมายพิกัดเกษียณอายุ สมัยพระเจ้าปราสาททอง พ.ศ. 2176
  5. กฎหมายลักษณะอุทธรณ์ สมัยพระเจ้าปราสาททอง พ.ศ. 2178
  6. กฎหมายพระธรรมนูญตรากระทรวง สมัยพระเจ้าปราสาททอง พ.ศ. 2178
  7. กฎหมายลักษณะทาส สมัยพระเจ้าปราสาททอง พ.ศ. 2180

 


  15 ต.ค. 2551 16:34 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป อาจารย์โกญจนาท เจริญสุข

 law_kru@hotmail.com 117.47.92.75

  

  

ระบบการปกครองสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย

 

การปกครองสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ

สาเหตุที่ทรงแก้ไขใหม่เพราะ

 

1. สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เคยเสด็จไปครองเมืองพิษณุโลกจึงทำให้พระองค์ทรงรู้ขนบธรรมเนียมประเพณีและการปกครองของกรุงสุโขทัยเป็นอย่างดี ว่าส่วนใดดีส่วนใดบกพร่อง

 

2. อาณาจักรสุโขทัยได้ตกมาเป็นเมืองขึ้นของกรุงศรีอยุธยา และกรุงศรีอยุธยาตีได้นครธมราชธานีขอมใน พ.ศ. 1976 และในครั้งนั้น กรุงศรีอยุธยาได้ข้าราชการชาวสุโขทัยจำนวนมาก ชาวกัมพูชา พราหมณ์ เจ้านาย ท้าวพระยา ผู้ชำนาญทางการปกครอง มาไว้ในกรุงศรีอยุธยาจำนวนมาก จึงเป็นเหตุให้มีการปฏิรูปการปกครองขึ้น โดยเลือกเอาส่วนที่ดีของการปกครองกรุงสุโขทัยและขอมมาปรับปรุงใช้ในกรุงศรีอยุธยา

 

ระบบการปกครองสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย

 

ลักษณะการปกครองสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ

การปฏิรูปการปกครองใหม่ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ และต่อมาในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 นั้น ได้ใช้เป็นหลักในการปกครองประเทศสืบมา จนกระทั่งถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์จะแก้ไขปัญหาในบางสมัย ก็เป็นแต่แก้พลความ ส่วนตัวหลักนั้นยังคงยึดของเดิมอยู่ การปกครองสมัยอยุธยาตอนปลายมีดังนี้

 

แบ่งการปกครองส่วนกลาง ออกเป็น 2 ฝ่าย คือ

 

๑. ฝ่ายทหาร มีสมุหกลาโหม เป็นผู้บังคับบัญชา ตำแหน่งเทียบเท่าอัครมหาเสนาบดี มีบรรดาศักดิ์เป็นพระยามหาเสนาบดี ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับราชการทหาร

 

๒. ฝ่ายพลเรือน มีสมุหนายกเป็นหัวหน้า ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับงานราชการพลเรือนทั่วๆ ไป มีบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์ มีเสนาบดีจตุสดมภ์เป็นเจ้ากระทรวง ตำแหน่งรองลงมาจากสมุหนายก ทำหน้าที่เช่นเดียวกับที่เคยปฏิบัติมา เพียงแต่เปลี่ยนชื่อเรียกใหม่ดังนี้

 

กรมเมือง เปลี่ยนเป็น นครบาล

กรมวัง เปลี่ยนเป็น ธรรมาธิกรณ์

กรมคลัง เปลี่ยนเป็น โกษาธิบดี

กรมนา เปลี่ยนเป็น เกษตราธิการ

 

ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถนี้ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การปกครองของไทย ที่แบ่งราชการทหารกับราชการพลเรือนออกจากกัน แต่ในยามสงครามทั้งสองฝ่ายก็จะรวมพลังกันป้องกันประเทศ ถ้าเป็นยามที่บ้านเมืองสงบ เมื่อมีราชการทหารเกิดขึ้น สมุหกลาโหมก็จะทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม และนำมติที่ประชุมขึ้นกราบบังคมทูลต่อองค์พระเจ้าอยู่หัว เมื่อมีพระบรมราชโองการอย่างใด เสนาบดีกรมวัง ก็จะรับสั่งมายังเจ้าพระยามหาเสนาบดีสมุหกลาโหม จากนั้นก็จะสั่งการไปยังกรมทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถ้าเป็นงานเกี่ยวกับราชการพลเรือน เจ้าพระยาจักรีองครักษ์ประธานในที่ประชุมและนำมติในที่ประชุมขึ้นกราบบังคมทูล เมื่อมีพระบรมราชโองการลงมาอย่างใด ก็จะสั่งไปยังเสนาบดีจตุสดมภ์ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับงานนั้นๆ

การปกครองส่วนภูมิภาค

 

การปกครองส่วนภูมิภาคในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถนั้น ได้วางหลักการปกครองหัวเมืองต่างๆ ให้เป็นแบบเดียวกันกับราชธานี โดยจัดให้มีจตุสดมภ์ตามหัวเมืองต่างๆและได้โปรดให้ยกเลิกเมืองลูกหลวงพร้อมทั้งขยายเขตการปกครองของราชธานีให้กว้างขวางออกไปโดยรอบ การปกครองส่วนภูมิภาคแบ่งตามเขตการปกครองออกเป็น

 

๑.หัวเมืองชั้นใน การปกครองหัวเมืองชั้นใน ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถได้กำหนดให้เมืองต่างๆ ที่อยู่ในวงราชธานี ซึ่งได้แก่ มณฑลราชบุรี มณฑลนครชัยศรี มณฑลนครสวรรค์ และมณฑลปราจีนบุรี เป็นเมืองชั้นจัตวา มีผู้รั้งและกรมการชั้นผู้น้อย(จ่าเมืองแพร่งและศุภมาตรา)เป็นพนักงานปกครองขึ้นอยู่กับเจ้ากระทรวงในราชธานี

 

๒.หัวเมืองชั้นนอก คือหัวเมืองที่อยู่นอกราชธานีออกไป และได้จัดเป็นหัวเมืองชั้นโท ตรี ตามลำดับความสำคัญ ผู้ปกครองเมือง ได้แก่ พระราชวงศ์หรือขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ที่พระมหากษัตริย์แต่งตั้งให้ออกไปครองเมือง มีอำนาจสิทธิ์ขาดแทนพระองค์ทุกประการ และมีกรมการพนักงานปกครองชั้นรองลงมาจากเจ้าเมือง คือ กรมการตำแหน่งพล (สมุหกลาโหม) กรมการตำแหน่งมหาดไทย(สมุหนายก) ตำแหน่งจตุสดมภ์ ทำหน้าที่เดียวกับในเมืองหลวง

 

๓. เมืองประเทศราช เป็นเมืองที่อยู่ห่างไกลออกไปถึงชายแดนติดต่อกับประเทศอื่น ที่มีภาษาต่างไปจากประเทศไทย เช่น ทวาย ตะนาวศรี มะละกา เป็นต้น เมืองเหล่านี้ มีเจ้านายของเขาปกครองกันเอง เพียงแต่ใครจะเป็นเจ้าเมืองต้องกราบทูลให้พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาทรงทราบก่อน และจะทรงแต่งตั้งให้ครองเมือง มีอำนาจสิทธิ์ขาดในเมืองของตนทุกประการ แต่ต้องถวายต้นไม้เงิน ต้นไม้ทอง และเครื่องราชบรรณาการมีกำหนด 3 ปี ต่อครั้ง และถ้ากรุงศรีอยุธยาเกิดศึกสงคราม เมืองประเทศราชต้องส่งกำลังมาช่วย

การปกครองท้องถิ่น

การปกครองท้องถิ่นแบ่งเป็น

๑. บ้าน (หมู่บ้าน) มีผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าเมืองให้เป็นผู้ปกครอง

๒. ตำบล คือบ้านหลายๆ บ้าน รวมกัน มีกำนันเป็นหัวหน้าปกครอง มีบรรดาศักดิ์เป็น "พัน"

๓. แขวง คือตำบลหลายๆ ตำบลรวมกัน (เทียบได้กับอำเภอในปัจจุบัน) มีหมื่นแขวงเป็นหัวหน้าปกครอง

๔. เมือง คือ แขวงหลายๆ แขวงรวมกัน มีผู้รั้งปกครอง ถ้าเมืองเป็นเมืองชั้นจัตวา และมีเจ้าเมืองปกครอง ถ้าเมืองนั้นๆ เป็นเมืองชั้นเอก ชั้นโท ชั้นตรี

 

การปกครองส่วนภูมิภาค

การปกครองส่วนภูมิภาคในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถนั้น ได้วางหลักการปกครองหัวเมืองต่างๆ ให้เป็นแบบเดียวกันกับราชธานี โดยจัดให้มีจตุสดมภ์ตามหัวเมืองต่างๆและได้โปรดให้ยกเลิกเมืองลูกหลวงพร้อมทั้งขยายเขตการปกครองของราชธานีให้กว้างขวางออกไปโดยรอบ การปกครองส่วนภูมิภาคแบ่งตามเขตการปกครองออกเป็น

 

๑.หัวเมืองชั้นใน การปกครองหัวเมืองชั้นใน ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถได้กำหนดให้เมืองต่างๆ ที่อยู่ในวงราชธานี ซึ่งได้แก่ มณฑลราชบุรี มณฑลนครชัยศรี มณฑลนครสวรรค์ และมณฑลปราจีนบุรี เป็นเมืองชั้นจัตวา มีผู้รั้งและกรมการชั้นผู้น้อย(จ่าเมืองแพร่งและศุภมาตรา)เป็นพนักงานปกครองขึ้นอยู่กับเจ้ากระทรวงในราชธานี

 

๒.หัวเมืองชั้นนอก คือหัวเมืองที่อยู่นอกราชธานีออกไป และได้จัดเป็นหัวเมืองชั้นโท ตรี ตามลำดับความสำคัญ ผู้ปกครองเมือง ได้แก่ พระราชวงศ์หรือขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ที่พระมหากษัตริย์แต่งตั้งให้ออกไปครองเมือง มีอำนาจสิทธิ์ขาดแทนพระองค์ทุกประการ และมีกรมการพนักงานปกครองชั้นรองลงมาจากเจ้าเมือง คือ กรมการตำแหน่งพล(สมุหกลาโหม) กรมการตำแหน่งมหาดไทย(สมุหนายก) ตำแหน่งจตุสดมภ์ ทำหน้าที่เดียวกับในเมืองหลวง

 

๓. เมืองประเทศราช เป็นเมืองที่อยู่ห่างไกลออกไปถึงชายแดนติดต่อกับประเทศอื่น ที่มีภาษาต่างไปจากประเทศไทย เช่น ทวาย ตะนาวศรี มะละกา เป็นต้น เมืองเหล่านี้ มีเจ้านายของเขาปกครองกันเอง เพียงแต่ใครจะเป็นเจ้าเมืองต้องกราบทูลให้พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาทรงทราบก่อน และจะทรงแต่งตั้งให้ครองเมือง มีอำนาจสิทธิ์ขาดในเมืองของตนทุกประการ แต่ต้องถวายต้นไม้เงิน ต้นไม้ทอง และเครื่องราชบรรณาการมีกำหนด 3 ปี ต่อครั้ง และถ้ากรุงศรีอยุธยาเกิดศึกสงคราม เมืองประเทศราชต้องส่งกำลังมาช่วย

 

 


  14 พ.ย. 2551 11:55 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป อาจารย์โกญจนาท เจริญสุข

 law_kru@hotmail.com 203.153.166.174:172.16.11.20

  

  

การบ้านครั้งที่ 1 (ประจำวัน พฤหัสบดี ที่ 11 พฤศจิกายน  2551 )

วิชาประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (นบ2601)  กลุ่ม 1

วัน พฤหัสบดี เวลา 15.40- 18.10 น ห้อง 1304

การบ้านครั้งนี้ ส่งในวัน อังคารที่ 18 พฤศจิกายน 2551  ก่อน 18.00 น   ทาง อีเมลล์ law_kru@hotmail.com

subject   นบ.2601 ชื่อ-นามสกุล  รหัสนักศึกษา  การบ้านครั้งที่?

 


  20 พ.ย. 2551 11:04 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป อ.โกญจนาท เจริญสุข

 law_kru@hotmail.com 203.153.166.174:172.16.11.227

  

  

การบ้านครั้งที่ 2 (ประจำวัน พฤหัสบดี ที่ 20 พฤศจิกายน  2551 )

วิชาประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (นบ2601)  กลุ่ม 1

วัน พฤหัสบดี เวลา 15.40- 18.10 น ห้อง 1304

ข้อ 1 กฎหมายในสมัยบาบิโลเนียมีเนื้อหาสาระว่าอย่างไร และกฎหมายของพระเจ้าฮัมมูราบีถือว่าเป็นกฎหมายหรือไม่  

ข้อ 2 วันที่ 25 พฤศิจกายน ของทุกปี มีความสำคัญอย่างไรกับกฎหมายไทย และมีเหตุการอันเกี่ยวเนื่องกับณ์ประวัติศาสตร์ทางกฎหมายเป็นอย่างไร จงอธิบาย (ให้หาคำตอบจากนิทรรศการในวันที่ 25 พ.ย.2551 ที่ เนติบัณฑิตยสภา)

การบ้านครั้งนี้ ส่งในวัน พุธ ที่ 26  พฤศจิกายน 2551  ก่อน 18.00 น   ทาง อีเมลล์ law_kru@hotmail.com

subject   นบ.2601 ชื่อ-นามสกุล  รหัสนักศึกษา  การบ้านครั้งที่2

 


  30 พ.ย. 2551 00:04 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป อัญชลี

 law_kru@hotmail.com 124.120.145.59

  

  

ประกาศวิชากฎหมายว่าประวัติศาสตร์กฎหมายไทย

กรุณาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงวันและเวลาเรียน

 จากเดิม พฤหัสบดี 15.40- 18.10 น ห้อง 1304 

 เป็น        ศุกร์  15.40- 18.10 น    ห้อง 1304 

ทั้งนี้ไม่ทราบว่าจะมีปัญหาหรือไม่ ขอให้นักศึกษาช่วยแสดงความคิดเห็นด้วยครับ เพราะอาจารย์จะได้ทำเรื่องย้ายวัน-เวลาเรียนครับ

หากมีใครมีปัญหาติดขัดไม่สามารถที่จะย้ายได้กรุณาแจ้งอาจารย์ภายใน วัน พฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม ครับ

                                                                                             อ.โกญจนาท  เจริญสุข

 


  1 ธ.ค. 2551 19:19 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป อ.โกญจนาท เจริญสุข

 law_kru@hotmail.com 124.120.147.111

   การบ้านครั้งที่ 3 ที่อาจารย์สั่งไปในสัปดาห์ที่แล้วให้นักศึกษาส่งภายในวันพุธ นี้ด้วยครับ ภายใน 18.00 น ครับ

 


  3 ธ.ค. 2551 18:34 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป นุกูล

 nukul_1010@hotmail.com 58.8.163.91

  

เห็นด้วยคับ ในการย้ายวันเรียน เพราะว่าผมเรียนตั้ง2วิชาในวันนั้น

แต่ถ้าไม่มีเรียนประวัติศาสตร์ ก็จะได้เรียนแค่วิชาเดียว เวลาว่างก็จะสามารถอ่านหนังสือได้

 


  19 ธ.ค. 2551 13:28 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป อ.โกญจนาท เจริญสุข

  203.153.166.174:172.16.11.227

   สำหรับการบ้านครั้งที่ 5 ก็ส่งในวันพุธที่ 24 ธันวาคม 2551 เวลา 18.00 น เช่นเดิม และขอประการวันเวลาเรียน ที่เลื่อนจากวัน พฤหัสบดี ที่ 25 ธันวาคม 2551 เป็น

วัน อังคาร  ที่ 23  ธันวาคม 2551  เวลา 15.00 -17.00 น  ห้อง 1304 (ด้วยเพราะอาจารย์มีคุมสอบ เวลา 09.00 - 14.00 น )  จึงขอนัดเป็นเวลาเย็น   ดังนี้ขอประกาศให้ทราบโดยด้วยกัน

                                                 อ.โกญจนาท  เจริญสุข

 


  23 ธ.ค. 2551 14:43 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป อ.โกญจนาท เจริญสุข

  203.153.166.174:172.16.10.87

  

ประกาศนักศึกษาที่ขาดเรียนวิชาประวัติศาสตร์กฎหมาย นบ 2601 ในวัน อังคาร  ที่ 23  ธันวาคม 2551  เวลา 15.00 -17.00 น  ห้อง 1304 กรุณามาอาจารย์โกญจนาท เจริญสุขเป็นการด่วนในวัน พฤหัสที่ 8 มกราคม 2552 เวลา 13.00 น  จึงฃขอประกาศให้ทราบโดยด้วยกัน

                                                 อ.โกญจนาท  เจริญสุข

                                                    23 ธันวาคม 2551

 


  30 ธ.ค. 2551 16:23 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป ส่งความสุขปีใหม่ ๒๕๕๒

 law_kru@hotmail.com 117.47.7.97

  

คำอวยพร ปีใหม่ ๒๕๕๒

จาก อาจารย์โกญจนาท   เจริญสุข

อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกริก

ขอมอบให้แก่ลูกศิษย์ของอาจารย์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นศิษย์เก่าหรือปัจจุบันก็ตามนะครับ แม้อาจารย์จะไม่มีของขวัญล้ำค่าใดๆ จะให้แก่ลูกศิษย์ของอาจารย์ แต่ของขวัญที่อาจารย์ตั้งใจจะมอบให้แก่พวกเราก็  คือ รัก ความห่วงใย และความหวังดีที่อยากจะเห็นลูกศิษย์ของอาจารย์ประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียน  การเงิน การงาน  และสิ่งอื่นใดที่ลูกศิษย์ของอาจารย์ได้มุ่งมาตรปรารถนา และสำหรับปีใหม่นี้อาจารย์ก็คงจะมอบคำกลอนอวยพรปีใหม่ปี  ๒๕๕๒ นี้ให้แก่ลูกศิษย์ของอาจารย์ ทุกคน

จะเกี่ยวก้อย ไปเฝ้าคอย นับถอยหลัง

อยากตะโกน เสียงดังดัง รับปีใหม่

ต่อไปนี้ ฉันคนเก่า จะหายไป

ขอเปลี่ยนเป็น ฉันคนใหม่ ที่แข็งแรง

นับสี่สาม สองหนึ่ง ถึงปีใหม่

นับถอยหลัง ฟังหัวใจ ว่าใช่แน่

ต่อไปนี้ เข้าปีใหม่ ใจคนแคร์

ขอสัญญา จะดูแล เธอเรื่อยไป

เสียงสังสรรค์ วันปีใหม่ ใกล้เข้ามา

ฤดูกาล แห่งเวลา ความสุขสันต์

ได้ยิ้มรื่น อย่างสดชื่น ทั่วหน้ากัน

ขอทุกคืน และทุกวัน จงสุขใจ

อยากเคาท์ดาวน์ อยู่ใกล้ใกล้ หัวใจเธอ

วินาที ที่ได้เจอ กับสิ่งใหม่

นับไปพร้อม กับการเต้น ของหัวใจ

พร้อมจะรับ วันปีใหม่ ใจสองดวง

มอบของขวัญ วันปีใหม่ ให้พ่อแม่

ด้วยความรัก และดูแล อย่างอบอุ่น

มอบของขวัญ ด้วยดวงใจ ใครการุนย์

สนองตอบ แทนพระคุณ กตัญญู

ลมหนาวมา กับเวลา ของปีใหม่

เย็นฉ่ำชื่น ทุกหัวใจ ได้หฤหรรษ์

ขอได้รับ พรปีใหม่ ให้แก่กัน

พร้อมกล่าวคำ ว่าสุขสันต์ ปีใหม่เทอญ

ก้าวเข้าสู่ ปีใหม่ ด้วยใจรอ

จงมุ่งหน้า อย่าท้อ อย่าถดถอย

เหมือนเวลา ยังเดินหน้า ไม่มาคอย

อดทนนิด ฝืนสู้หน่อย จะดีเอง

สวัสดี ปีใหม่ จากใจจริง

ให้ชื่นสุข ในทุกสิ่ง ที่สร้างสรรค์

มีความรัก สามัคคี ดีต่อกัน

มีน้ำใจ แบ่งปัน ทุกวันไป

สวัสดี ปีใหม่ จากใจฉัน

อวยพรว่า อย่าห่างกัน แม้อยู่ไหน

จะมีสุข หรือทุกข์เข็ญ จงเย็นใจ

ยังมีฉัน เป็นเพื่อนใจ ไม่ลืมเธอ

ขอพระศรี รัตนะ มาคุ้มครอง

ขอเทพไท้ ในทั้งผอง ป้องปัดเป่า

ขอให้ปี ใหม่นี้ เป็นปีเรา

คลายทุกโศก โรคฤาเศร้า อย่ารังควาญ

โลกมีหมุน เวียนเปลี่ยน จากจุดเดิม

มีสิ่งใหม่ เข้ามาเพิ่ม เติมสีสัน

ปีเก่าผ่าน วันวานพ้น คนละวัน

เรื่องร้ายร้าย ให้ลืมมัน เถิดคนดี

พลานามัยสมบูรณ์และพูนเพิ่ม

กิจการใดเริ่มจงยิ่งใหญ่

ให้ลูกหลานว่านเครือเอื้ออวยชัย

ต่างสุขขีปีใหม่ทั่วไทยเทอญ...

ศุภวาระมงคลผลสมัย

ครบรอบปีมีชัยไทยสุขสม

จงผูกพันแน่นเหนียวและเกลียวกลม

มีลาภผลคนนิยมทุกกาลไป

ยิ้มรับปีใหม่ในวันนี้

รอพบสิ่งดีดีในปีหน้า

เมื่อความสุขปีใหม่ใกล้เข้ามา

สิ่งดีดีใกล้มาหาขึ้นทุกวัน

ให้โอกาสดีดีเข้ามาหา

ส่งความสุขถึงปีหน้าบังเกิดผล

ให้สุขให้สมหวังดังใจตน

คิดสิ่งใดสัมฤทธิ์ผลทุกประการ

มอบให้แก่ศิษย์รักทุกๆ คน

๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑

 


  22 ก.พ. 2552 19:30 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป หลวงกัมปนาทนีติธำรง

 law_kru@hotmail.com 124.120.143.180

  

  

นักศึกษาที่มีรายชื่อต่อไปนี้ กรุณามาพบอาจารย์โกญจนาท เจริญสุข เป็นการด่วน..ประกาศ ณ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2552

1 512 LW2601 นบ2601 01 511-03-0086 นางสาว จินตนา เวฬุวนารักษ์

2 512 LW2601 นบ2601 01 511-03-0111 นางสาว วิไลลักษณ์ ทองคำน้อย

5 512 LW2601 นบ2601 01 511-03-0372 นางสาว กาญจนา เนียมสันเทียะ

6 512 LW2601 นบ2601 01 511-03-0431 นางสาว กัญญารัตน์ ศิริม่วง

11 512 LW2601 นบ2601 01 511-03-0581 นางสาว จุฑารัตน์ อำพวา

13 512 LW2601 นบ2601 01 511-03-0605 นางสาว วิลาวัลย์ พลาพัก

15 512 LW2601 นบ2601 01 511-03-0676 นาย อภิสิทธิ์ กองทอง

21 512 LW2601 นบ2601 01 511-03-0868 นางสาว กมลวรรณ แพทย์หลักฟ้า

22 512 LW2601 นบ2601 01 511-03-1073 นางสาว ปัญจรัตน์ กงวิรัตน์

24 512 LW2601 นบ2601 01 511-03-1147 นางสาว สุดารัตน์ ถาวรนุรักษ์

25 512 LW2601 นบ2601 01 511-03-1161 นาย อรรถชัย บรรจงการ

27 512 LW2601 นบ2601 01 511-03-1172 นางสาว ปทิตตา ต่อดำรงค์

28 512 LW2601 นบ2601 01 511-03-1217 นางสาว วรีรัตน์ สิงห์สุระ

31 512 LW2601 นบ2601 01 511-03-1339 นาย ธวัชชัย ผาบสิมมา

32 512 LW2601 นบ2601 01 511-03-1355 นาย เอกสิทธิ อินทร์งาม

33 512 LW2601 นบ2601 01 511-03-1356 นาย สุวัฒน์ จุลประเสริฐศักดิ์

35 512 LW2601 นบ2601 01 511-03-1360 นางสาว กรรณิการ์ อุ่นพงษ์

39 512 LW2601 นบ2601 01 511-03-1366 นาย ทรงทรัพย์ แก้วเขื่อง

40 512 LW2601 นบ2601 01 511-03-1367 นาย กมล แซ่โชว

42 512 LW2601 นบ2601 01 511-03-1370 นางสาว ศิริลักษณ์ สุพรรณกนก

43 512 LW2601 นบ2601 01 511-03-1374 นาย วีรวัฒน์ ศรีคำแหง

45 512 LW2601 นบ2601 01 511-03-1378 นาย อรรถพล หนูจิตร

47 512 LW2601 นบ2601 01 511-03-1381 นาย สิทธิ์ทัศชัย ป๋ออ่อน

53 512 LW2601 นบ2601 01 511-03-1396 นาย วุฒิพงศ์ พูลชนะ

54 512 LW2601 นบ2601 01 511-03-1397 นางสาว วรรณวิศา แก้วมณี

 


  19 ก.พ. 2553 23:11 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป Heather

 pascoa.pt@portugalmail.pt 213.149.163.210

   Hey. Just want to say i`m glad i found this site. Help me! Can not find sites on the: Aldactone bodybuilding dosage. I found only this - aldactone drug interactions. Aldactone, the bloody loss indicitive comes puerperiumd response as a plenty when a face's instructiond is all made up of useful candidates, causing the medication world to scare a video in change element. Aldactone, lie has a often erectile constipation of type, containing right reasons to stay, and, either, the damage works once. THX :cool:, Heather from Tuvalu.

 


  24 ก.ค. 2553 02:00 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป dsafd

 fdsafd@126.com 114.138.149.38

   Unsere Produktreihe beinhaltet ein komplettes Sortiment an Störsendern, einschließlich Handy-Störsendern (inklusive tragbare Handy-Störsendern, (inklusive tragbare Handy-Störsender, Tisch-Störsender für Handys, an der Wand montierte Störsender für Handys, Störsender für Handys in Gefängnissen, Störsender für Handys an Tankstellen, Bomben-Störsender), Handy-Jammer (inklusive tragbare Handy-Jammer, Tisch-Jammer für Handys, an der Wand montierte Jammer für Handys, Jammer für Handys in Gefängnisszellen), GPS-Jammer und Jammer für Abhörgeräte (inklusive HF-Jammer, Bluetooth-Jammer, WiFi-Jammer, Audio-Jammer, Video-Jammer und Drahtlos-Jammer). Wir produzieren Handy-Blocker und Mobilfunktelefon-Blocker Wir produzieren Handy-Blocker und Mobilfunktelefon-Blocker für sehr geringe und sehr hohe Ausgangsleistungen für verschiedene Anwendungen, wie kleine Besprechungsräume und Regierungsanlagen. Wir stellen außerdem zusätzliche Produkte in diesem Bereich her, einschließlich ein vollständiges Produktsortiment an Signalerkennungsgeräten (Geräte zum Erkennen von Handysignalen, Signalen von Mobilfunkgeräten, WiFi-Geräten, HF-Geräten, Bluetooth-Geräten und Abhörgeräten) sowie Taschen zum Blockieren von Signalen.

 


page [1] 2   Next >>

ร่วมแสดงความคิดเห็น (กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ)
  โพสต์โดย
  Email
  Post ภาพ

ขนาดของไฟล์ภาพไม่เกิน 100 kb. เฉพาะไฟล์ jpg, gif หรือ swf เท่านั้น
  Security code:
 กรุณากรอกรหัสที่เห็นเพื่อยืนยันการโพสต์


บริการฟรีเว็บบอร์ดจาก YimWhan.com :: copyrights © 2009-2010