Logo Webboard ของ newssong
ติดต่อโฆษณา  |  สมัครใช้งานสุดยอดแห่ง Free Webboard ได้แล้ววันนี้ คลิ๊ก !!  | แจ้งบอร์ดไม่เหมาะสม


  สนทนากับท่านยสสีภิกขุ

  

  Topic : บทวิเคราะห์...โดยยสสีภิกขุ...วิกฤติศรัทธาพระพุทธศาสนากับสังคมไทยยุคไอที

Delete
Admin ลบกระทู้
   Page 1
  ผู้ชมทั่วไป พิราบเหลือง

  124.120.239.118

  โพสต์เมื่อ : 28 ม.ค. 2550 21:26 น.

สายด่วน..พิราบเหลือง

วิกฤติศรัทธาพระพุทธศาสนากับสังคมไทยยุคไอที

 

สภาพการณ์พระพุทธศาสนาในปัจจุบัน อยู่สภาวะที่สั่นคลอน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ได้ว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับพระสงฆ์ในปัจจุบัน สื่อมวลชนทั้งทีวี ทั้งหนังสือพิมพ์ ต่างประโคมข่าวความเสื่อมเสีย ความเสียหายและมั่วหมองของพระสงฆ์ แทบไม่เว้นแต่ละวัน สิ่งที่น่าวิตกอย่างยิ่งเมื่อเร็วๆนี้ มีรศ.กิติมา สุรสนธิ อาจารย์คณะวารสารศาสตร์และสื่อมวลชน ม.ธรรมศาสตร์ เปิดเผยถึงผลงานวิจัยข่าวความเสื่อมเสียของพระสงฆ์ กล่าวอ้างว่า ปัจจุบันพระมั่วสีกา พระกับเครื่องรางของขลัง พระไสยศาสตร์ พระใบ้หวย พระประพฤติผิดในกามราคะ ทะเลาะวิวาทฆ่ากันตาย และพระเล่นการพนัน พระย่างเด็กทำกุมาร ทำให้คนไทยเสื่อมศรัทธาในพระพุทธศาสนาร้อยละ 51.5% พระดีเดือดร้อนชาวพุทธใส่บาตรน้อยลง แถมถูกมองเหมือนขอทาน-อาศัยผ้าเหลืองขอข้าวกิน ขณะที่คนกรุงเทพและในถิ่นความเจริญมักหันหลังให้วัด มุ่งหางาน หาเงิน จึงขาดการพัฒนาด้านศีลธรรม พระในปัจจุบันอยู่ด้วยความยากลำบากมากขึ้น เพราะคนเสื่อมศรัทธาในตัวพระสงฆ์ใส่บาตรน้อยลง  คนไทยเรานับถือศาสนาที่ตัวพระสงฆ์มากกว่าคำสอนหรือแก่นของพุทธศาสนา หากตัวบุคคลไม่ดี ย่อมทำให้ศาสนาสั่นคลอนได้ง่ายดาย  จากการออกแบบสอบถามพุทธศาสนิกชนที่เปิดรับสื่อ และเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเสื่อมศรัทธาในพุทธศาสนาเขตกรุงเทพฯ 400 ตัวอย่าง อายุ 21-30 ปี พบว่า เข้าร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาน้อยไม่ว่าจะเป็นไปวัดทำบุญ ฟังเทศน์ สวดมนต์ไหว้พระ ใส่บาตร เนื่องจากวิถีชีวิตคนเมืองรีบเร่ง แข่งขัน ต่อสู้ มุ่งแต่งาน เงินและสิ่งของ ขาดการพัฒนาด้านจิตใจและศีลธรรม  หากสื่อทุกประเภทไม่นำเสนอข่าวเกี่ยวกับพระไม่ดีมากนัก ก็จะเป็นการดี เพราะคนอ่านคนดูไม่แยกแยะและสรุปว่าพระไม่ดี เวลาเสนอข่าวควรเสนอแบบสองด้าน คนในสังคมในปัจจุบันเมื่อไม่ได้ศึกษาหลักธรรมในพุทธศาสนาแล้ว จึงไม่อาจปฏิบัติอบรมจิตใจตนเองให้บริสุทธิ์ ผ่องใสได้ แม้เพียงคำว่า จริยธรรม ยังถกเถียงกันแทบตาย ไม่สามารถอธิบายได้ จนเป็นเหตุให้บ้านเมืองในปัจจุบันเกิดความสับสนวุ่นวาย วิถีชีวิตของสังคมยุคไอที จึงทำให้คนในสังคมมีจิตใจต่ำทราม เพราะไม่มีโอกาศึกษา ปฏิบัติหลักธรรมในทางพุทธศาสนานั่นเอง เมื่อเป็นเช่นนี่ จึงมักพากันใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยมีแต่การแข่งขันกัน ต่อสู้กัน เพื่อหาเงินทอง มาสนองความใคร่ของตนเอง

ปัญหาการประพฤติผิดพระวินัยมีมาในสมัยพุทธกาลแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่เกิดขึ้นในเดือนนี้ ในวันนี้เท่านั้น แต่ปัญหาต่างๆเหล่านั้น ล้วนมีเหตุปัจจัยทั้งสิ้น จึงทำให้เกิดวิกฤติศรัทธตามมา ประเด็นปัญหาที่หลายท่านยังไม่ได้ทราบ หรืออาจทราบบ้างแล้ว แต่ไม่รู้วิธีดำเนินการหรือหาทางออกอย่างไรเท่านั้นเอง เพราะทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้น มันจึงมีเหตุให้เกิดขึ้น กล่าวคือ

1.ประการแรก พระภิกษุบางรูปอาจมีความประพฤติเสียหาย ไม่เหมาะสมจริง เช่น พระใบ้หวย  ซึ่งเป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธ แต่หากไม่มีสื่อมวลชนนำไปตีแผ่ ลงข่าวพาดหัว รายงานทุกต้นชั่วโมง คงไม่ทำให้เรื่องนั้นๆบานปลายออกไป จนทำให้เกิดวิกฤติศรัทธาตามมาแน่  แม้สื่อมวลชนเองก็ตามมักอ้างว่า ตนเองเสนอไปตามหน้าที่ของสื่อ แท้ที่จริงไม่ใช่ มีเจตนาทำลายพุทธศาสนาอย่างชัดเจน บางฉบับจึงพยายามวิ่งเต้นหาแหล่งเงินทุน หรือรับเงินจากต่างศาสนาเพื่อให้พวกตนอยู่ได้ แต่ลืมจรรยาบรรณของสื่อ ลืมบทบาทหน้าที่ของสื่อที่ดีไป เพราะสื่อบางสื่อมีเจตนาทำลายพุทธศาสนาให้ย่อยยับ มีเจตนาเดียวก็คือทำไปเพียงเพื่อเสนอข่าวที่สร้างความเสียหายให้พระสงฆ์เท่านั้น

ประการที่ 2 .การลงข่าวที่เสียหายกับพระสงฆ์นั้น ยืนยันได้ว่า มีกลุ่ม คณะองค์กร และบุคคลที่ชัดเจน มีการวางเป้าหมาย จุดมุ่งหมายปฏิบัติการกับพระสงฆ์เพื่อให้พุทธศาสนาเกิดวิกฤติศรัทธา มีการทำงานเป็นทีม มีการวางแผนเป้าหมายไว้หลายปีว่า จะจัดการอย่างไร จะดำเนินอย่างไร เพื่อให้เกิดวิกฤติศรัทธาอย่างรุนแรง และต่อเนื่อง บางครั้งซื้อได้ก็ซื้อ ทำลายได้ก็ทำลาย เพื่อให้ศาสนาพุทธเสื่อมเสียไปจากประเทศไทยให้จงได้ ซึ่งแผนการทำลายพุทธศาสนาในเมืองไทยจะได้เปิดโปงให้บรรดาพระสังฆาธิการและพุทธศาสนิกชนได้รับทราบในเร็วๆนี้  

อย่างไรก็ตามเป็นสิ่งที่น่ายินดียิ่ง เมื่อมหาเถรสมาคม ได้พิจารณาลงมติเห็นชอบให้มีคณะสงฆ์รุกการทำงานเชิงข่าวขึ้นมา 1 คณะ มีคณะเลขานุการคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช รับผิดชอบในการดำเนินการ และให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยกองพุทธสารนิเทศ ประสานด้านการข่าวทางพระพุทธศาสนาจากแหล่งต่างๆ เพื่อเผยแพร่กิจกรรมที่คณะสงฆ์และชาวพุทธจัดขึ้น ผ่านสื่อต่างๆ แต่สิ่งที่สายด่วน..เสนอเพื่อประสานไปยังผู้รับผิดชอบในเรื่องที่เหมาะสมก็คือ ควรรับสมัครหรือระดมพระภิกษุสงฆ์ที่มีความรู้ เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์งานด้านการข่าว และพระศาสนา สามารถอุทิศตนเพื่อส่วนรวมอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้งานเกิดประสิทธิภาพได้  ปัจจุบันมีพระภิกษุสงฆ์หลายรูป ผู้มีความรอบรู้ เชี่ยวชาญงานด้านการข่าว มีความประสงค์อยากอุทิศตนทำงานสนองพระมหาเถรสมาคม คณะสงฆ์ และพุทธศาสนา เพียงแต่รอการประสานงานเข้าเป็นคณะทำงานเท่านั้น หากทำได้จริงอาจทำให้ภาพพจน์ของคณะสงฆ์ และพระพุทธศาสนามีภาพลักษณ์ที่โดดเด่น สามารถอธิบายสิ่งเป็นไป และเกิดขึ้น ผ่านสื่อมวลชนได้เป็นอย่างดี และเชื่อว่า อาจทำให้พระพุทธศาสนามีความมั่นคงอย่างไม่เหลือวิสัยเป็นแน่



   Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
 


ร่วมแสดงความคิดเห็น (กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ)
  โพสต์โดย
  Email
  Post ภาพ

ขนาดของไฟล์ภาพไม่เกิน 100 kb. เฉพาะไฟล์ jpg, gif หรือ swf เท่านั้น
  Security code:
 กรุณากรอกรหัสที่เห็นเพื่อยืนยันการโพสต์


บริการฟรีเว็บบอร์ดจาก YimWhan.com :: copyrights © 2009-2010