Logo Webboard ของ omketa
ติดต่อโฆษณา  |  สมัครใช้งานสุดยอดแห่ง Free Webboard ได้แล้ววันนี้ คลิ๊ก !!  | แจ้งบอร์ดไม่เหมาะสม


  ตำหนักมหาเดวี

  

  Topic : พระแม่ทุรคาทั้ง9ปาง นวทุรคา (navadurga)

Delete
Admin ลบกระทู้
   Page [1] 2   Next >>
  สมาชิกพิเศษ
Shakthikaruni
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดจริง
  
ZAN_LOVE_OO@hotmail.com 124.121.0.214

  โพสต์เมื่อ : 10 ต.ค. 2550 05:12 น.



  

พระแม่ทุรคาทั้ง9ปาง นวทุรคา (navadurga)

เป็นปางต่างทั้ง9ปางที่บูชาในเทศกาลนวราตรี (นิยมบูชาในอินเดียเหนือ)



   Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
 


  10 ต.ค. 2550 05:19 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
Shakthikaruni
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดจริง
  
ZAN_LOVE_OO@hotmail.com 124.121.0.214

  

  1.shailputri
shail แปลว่าภูเขา putri แปลว่าบุตรสาว
พระแม่ปารวตีเป็นธิดาแห่งราชาแห่งขุนเขาหิมาลัย
ทรงถือตรีศูล และดอกบัว มีวัวพาหนะ
ในการอวตาลครั้งแรก พระแม่ศักติได้อวตารเป็นพระนางสตี บุตรีแห่งทักษประชาบดี
ครั้งหนึ่งทักษะได้ประกอบพิธียัญญะ โดยมิได้อัญเชิญพระศิวะเจ้าผู้เป็นสวามี แต่พระนาง
ก็ดื้อที่จะไปร่วมพิธีให้ได้ ในการนั้นทักษะดูหมิ่นพระสวามี พระนางไม่สามารถอดทนได้ จึงเผาตนเอง
โดยใช้ไฟ ในพิธียัญญะนั้น
อวตารครั้งต่อมาทรงมากำเนิดเป็นบุตรีแห่งราชาแห่งหิมาลัย พระนามว่าปารวตี

 


  10 ต.ค. 2550 05:23 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
Shakthikaruni
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดจริง
  
ZAN_LOVE_OO@hotmail.com 124.121.0.214

  

  2.bramcharini
พระหัตถ์หนึ่งถือหม้อ kumbha อีกข้างถือประคำ ผู้เปรี่ยมด้วยความรักและความซื่อสัตย์
ผู้เต็มไปด้วยความรู้ และความสำเร็จ
ครั้งหนึ่งพระนางปารวตีได้รับคำทำนายว่าจะต้องอภิเษกกับพระศิวะ พระนางยินดีมากจึง
ได้บอกกับพระมารดาของพระนางว่าต้องการอภิเษกกับพระศิวะผู้เดียวเท่านั้น หาไม่แล้วก็
จะไม่อภิเษกกับใครอีก จากนั้นพระนางจึงเสด็จออกไปบำเพ็ญตบะ จนเป็นที่พอใจของพระศิวะ
และได้อภิเษกกับพระศิวะ สมดั่งปรารถนา

 


  10 ต.ค. 2550 05:27 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
Shakthikaruni
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดจริง
  
ZAN_LOVE_OO@hotmail.com 124.121.0.214

  

   3.chandraghanta
ทรงได้รับการบูชาในวันที่ 3 ทรงมีพาหนะเป็นเสือ มีผิวพรรณดั่งทองคำ มี 10 กร
8 กร ทรงอาวุธ ที่เหลือทรงมุทรา แห่งการให้สิ่งที่เป็นประโยชน์ และการหยุดสิ่งชั่วร้าย
พระนาม chandra+ghanta หมายความถึงความสุข และความรู้สูงสุด แสดงถึงความสงบสุข
ความร่มเย็น ดั่งแสงพระจันทร์

 


  10 ต.ค. 2550 05:31 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
Shakthikaruni
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดจริง
  
ZAN_LOVE_OO@hotmail.com 124.121.0.214

  

  4.kushmanda
ทรงมี 8 กร ถืออาวุธและประคำ มีเสือเป็นพาหนะ ทรงมีรัศมีส่องสว่าง ไปทั่วทั้ง
10 ทิศ ดั่งพระอาทิตย์

 


  10 ต.ค. 2550 05:36 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
Shakthikaruni
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดจริง
  
ZAN_LOVE_OO@hotmail.com 124.121.0.214

  

  5.skandmata
ทรงมีสิงโตเป็นพาหนะ ทรงอุ้มพระขันธกุมารไว้บนตัก ทรงมีตรีเนตร 4 กร

 


  10 ต.ค. 2550 05:43 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
Shakthikaruni
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดจริง
  
ZAN_LOVE_OO@hotmail.com 124.121.0.214

  

  6.kaatyayani
ทรงสิงโตเป็นพาหนะ มีตรีเนตร มี 4 กร ถือดาบ และดอกบัว มือประทานพร และประทานอภัย

 


  10 ต.ค. 2550 05:47 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
Shakthikaruni
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดจริง
  
ZAN_LOVE_OO@hotmail.com 124.121.0.214

  

   7.kaalratri
ทรงมีผิวสีดำ หรือน้ำเงิน มี 4 กร มีพาหนะเป็นลา ทรงเป็นผู้ทำลายความมืด
และความโง่เขลา ทรงมีตรีเนตรอันงดงาม และสว่างไสว

 


  10 ต.ค. 2550 05:52 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
Shakthikaruni
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดจริง
  
ZAN_LOVE_OO@hotmail.com 124.121.0.214

  

    8.mahagauri
ทรงวัวเป็นพาหนะ มี 4 กร ถือกลองบัณเฑาะว์และตรีศูล ทรงส่าหรีสีขาวหรือเขียว

 


  10 ต.ค. 2550 05:58 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  สมาชิกพิเศษ
Shakthikaruni
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดจริง
  
ZAN_LOVE_OO@hotmail.com 124.121.0.214

  

  9.siddhidatri
ทรงมี 4 กร ถือดอกบัว ทรงเป็นที่เคารพ บูชาของเหล่าเทพ ฤาษี มุนี โยคีและผู้ศรัทธา เพื่อ
ความสำเร็จบรรลุธรรม อีกนัยหนึ่งคือปราบอสูรได้รับชัยชนะทุกครั้ง สำเร็จผลได้รับการสรรเสริญทั่วทั้ง 3 โลก

 


  19 พ.ค. 2551 15:01 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป นายธีระชัย

  125.25.142.73

  

พระแม่ทุราคามหาเดวี ทรงพาหนะเป็นอะไรครับ อยากรู้มากเลย

 


  19 พ.ค. 2551 15:29 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป นายธีระชัย

 UNPRA_MAN77@HOT MAIL.COM 125.25.142.73

  

พระแม่ทุรคาขี่เสือชื่ออะไรครับ แล้วพระแม่ทุราคาขี่สิงห์ชื่ออะไรครับ และพระแม่

ทุรคามหาเทวี มีพาหนะเป็นอะไรครับ

 


  19 ก.ย. 2551 13:21 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป แสงมุนีตรีภพ

 pongshiva@hotmail.com 222.123.152.182

  

เสือ ชื่อ โสมนนทิ

สิงห์ ชื่อ  สีหะพานาราช ครับ

 


  19 ก.ย. 2551 13:26 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป แสงมุนีตรีภพ

 pongshiva@hotmail.com 222.123.152.182

  

พระแม่ทุรคา คือ เทวีสักติขององค์ พระศิวะ ทรงเป็นเทวีแห่ง ไชยชนะ

 

 


  30 ต.ค. 2551 16:06 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป ศรัทธา

 OAOUM999@HOTMAIL.COM 125.25.130.238

  

มีดอกไม้ชนิดใดที่ห้ามบูชาเทพฮินดู ที่รู้คือเยียบีร่า และมีดอกไม้อื่นอีกหรือไม่ ช่วยกรุณาตอบด้วยครับ ตอนนี้กระผมบูชาเทพฮินดูทุกพระองค์ โดยเฉพาะพระศิวะ ผมจะรักและศรัทธามากที่สุดกว่าเทพองค์อื่น

          

                                                                               จาก ผู้ศรัทธาเทพฮินดู

 

 

 


  27 ม.ค. 2552 16:05 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป ศรีเคารีปุตรายะมหาคเณศ

  125.27.195.230:192.168.1.13

   ไม่หรอกคับ  มีเพียงดอกเยียบีร่าอย่างเดียวคับ  ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ามีอีกหรือป่าว แต่เท่าที่ผมทราบก็มีเพียงชนิดนี้ชนิดเดียวที่ไม่ให้เอามาบุชาเทพฮินดู  โดยเฉพาะพระคเณศห้ามเอามาบูชาอย่างเด็ดขาดคับผม

 


  11 ก.พ. 2552 08:29 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป nidnoy

 wilai0071@hotmail.com 58.147.52.113:192.168.50.117

  

จริงหรือเปล่าค่ะที่่องค์พระแม่ทุรคาทรงลงประทับร่างของมนุษย์

 


  13 ก.พ. 2552 08:48 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป 007

  117.47.100.122

   ทรงเสือ คือ พระแม่อุมา ทรงสิงโต คือ พระแม่ทุรคา ทุรคาเป็น 1 ในอารมณ์แห่งองค์อุมา เจ้า ในการทำสงครามกับเหล่าอสูร จริงที่มีประทับร่างมนุษย์ แต่ไม่แนะนำ แนะนำให้บูชาเทวรูปที่บ้านก็พอ

 


  8 มี.ค. 2552 17:00 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป ปืน

 chanakan_th@hotmail.com 125.26.2.192

  

ผมได้คุยกะพี่คนหนึ่งคับ เขาทักว่าแม่ทุรคาได้มาอยู่กะผม (หมายถึงทรงเจ้า) ผมก็ยังงงๆ ใครรู้หรือสามารถสื่อได้ช่วยบอกผมที 0820764014

 


  14 มี.ค. 2552 03:55 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป The Magician

 bert@hotmail.com 203.156.28.111

  

  

คุณปืนครับ

เรื่องร่างทรงองค์เทพ
มนุษย์เกิดมามีองค์บารมีคุ้มครองสังขารกันทุกคน จะเป็น องค์เทพ องค์พรหม หรือ สัมภเวสี ก็แล้วแต่กุศลมูลเดิมหรือสัญญาที่ได้ทำเอาไว้ในอดีต เราไม่สามารถที่จะเลือกองค์บารมีประจำสังขารได้ บุคคลใดที่พูดว่าเทพองค์นั้นองค์นี้เสด็จมาประทับในร่างของตนนั้น เป็นการพูดเพื่อยกตนให้สูงขึ้นโดยไม่รู้จริง องค์เทพที่เจ้าตัวได้คุยเอาไว้นั้น แม้แต่ช่วยตัวร่างเองก็ไม่ได้แล้ว จะมีฤทธิ์ช่วยเหลือมนุษย์อื่นได้หรือ?

การเชิญองค์บารมีของตนเองมาประทับร่าง หรือเรียกว่า “การเปิดพระโอษฐ์” ใช่ว่าเมื่อเปิดแล้วจะเป็น “คนทรง” หรือ “ร่างทรง” กันทุกคน

เพราะว่าเทพแต่ละองค์ท่านจะทำหน้าที่ไม่เหมือนกัน บางองค์ลงมาเพื่อสร้างบารมีโดยการช่วยเหลือมนุษย์ เช่น รักษาโรคภัยไข้เจ็บ เปิดพระโอษฐ์ ไล่ผีปราบมาร ปราบคุณไสย หรือชี้แนะในโชคชะตาราศี เทพส่วนมากจะลงมาคุ้มครองร่างของตนเองเท่านั้นโดยจะไม่ยอมช่วยเหลือใคร

มีสำนักทรงจำนวนมากที่เทพของตนไม่มีหน้าที่ หรือว่าร่างทรงไม่มี “บารมี”พอที่จะเปิดพระโอษฐ์ได้ แต่จะใช้คำพูดเพื่อที่จะให้พ้นๆ ตัวไปว่า “ยังไม่ถึงเวลา” คือถ้าหากจะพูดว่าตัวเองเปิดไม่ได้ก็จะทำให้คุณค่าของตนเองตกต่ำลง ทำให้ศิษย์เกิดการหลงทางโดยบอกว่าองค์ของศิษย์เป็นเทพองค์ใหญ่ ไม่จำเป็นต้องเชิญท่านลงมาประทับ ท่านจะสื่อสังขารเข้ามาหาภายในจิตเอง อย่างนี้เป็นต้น

ซึ่งจะเป็นการยกย่องศิษย์คนนั้นไปในตัวเพื่อที่จะผูกมัดใจให้ศิษย์คนนั้นให้หลงอยู่กับเจ้าสำนัก จะได้พาญาติสนิทมิตรสหายมาเพื่อหวังลาภสักการะ

องค์บารมีประจำสังขาร ถ้าเปรียบกับพระไตรปิฎก คือ คนมีไว้แต่ไม่เปิดอ่าน หรือเปิดอ่านแต่ไม่เข้าใจ หากว่าเข้าใจก็คงไม่ต้องมีพระสงฆ์มาแปลถ่ายทอดอีกถึงแม้ว่าจะได้เรียนรู้พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าที่ได้ตกทอดกันมา ๒๕๔๗ ปีแล้วก็ตาม หากไม่ได้ปฏิบัติตาม ก็คงจะไม่เกิดประโยชน์ต่อผู้อ่านพระไตรปิฎก

องค์บารมีก็เช่นเดียวกัน เมื่อไม่ได้เปิดองค์ลงประทับร่าง ก็มีไว้เพียงคุ้มครองเจ้าของร่างได้บางคนเท่านั้น (ไม่ทุกคน)

หากองค์บารมีคุ้มครองสังขารได้ทุกคน คนเราก็คงจะไม่ประสบกับเคราะห์กรรม เจ็บป่วย ไม่ประสบอุบัติเหตุ ไม่ถูกผีเข้า หรือถูกคุณไสย และอีกประการหนึ่ง องค์บารมีไม่สามารถป้องกันร่างจากเจ้ากรรมนายเวร จากอดีตชาติตามมาทวงหนี้ในชาตินี้ได้

การเปิดพระโอษฐ์ หรือการเปิดให้พูดภาษาเทพนั้น จะทำให้เทพที่คุ้มครองร่างเราสามารถลงมาประทับร่างเราได้ บางคนได้สร้างสมบารมีไว้ในอดีตชาติมามาก มีกุศลมูลเดิมมาก เมื่อเปิดแล้วจะพูดภาษาได้คล่องแคล่วภายในเวลาอันรวดเร็ว ไม่นานก็จะสามารถสื่อกับองค์ในเป็นภาษามนุษย์ได้

คนที่ไม่ได้มีบารมีมาตั้งแต่อดีตชาติ และในชาตินี้ไม่ได้สร้างตนโดยการสวดมนต์ ไหว้พระ นั่งสมาธิกรรมฐาน ก็จะเปิดให้พูดภาษาเทพได้ยาก(ต้องทำพิธีหลายครั้ง)

ส่วนมากองค์เหล่านี้จะลงมาเพื่อคุ้มครองร่างเท่านั้น บางคนเปิดออกมาแทนที่จะเป็นองค์สังขารบารมี กลับกลายเป็นวิญญาณแฝงเข้ามา อาจจะเป็นวิญญาณทั่วไปหรือเป็นวิญญาณของเจ้ากรรมนายเวรก็ได้

ผลพลอยได้จากการเปิดพระโอษฐ์

๑.

ทำให้ทราบว่ามีวิญญาณของบรรพบุรุษที่เรียกว่า “ผีปู่ย่า” วิญญาณทั่วไป หรือวิญญาณผีตายโหง ซึ่งส่งมาด้วยวิชาคุณไสยอยู่ในร่างของผู้เปิด หรือไม่?

๒.

บรรพบุรุษบางท่านมีเชื้อสายจีน ถ้าลูกหลานไม่ทำบุญทำทานไปให้ก็จะมาเกาะกินกับลูกหลาน เป็นวิญญาณที่อดอยาก เพราะไม่ได้รับส่วนบุญส่วนกุศล แทนที่จะมาช่วยร่างกลับกลายเป็นว่าไม่เป็นผลดีกับลูกหลานเลย วิญญาณประเภทนี้แก้ไขด้วยการทำสังฆทาน กรวดน้ำส่งไปให้ แต่ไม่สามารถที่จะไปขับไล่ท่านได้เลย

๓.

วิญญาณที่มาเกาะหรือแฝงอยู่ในตัวจะทำให้ผู้นั้นไม่สบาย ปวดหัว ปวดแขนปวดขา กลายเป็นคนอ่อนเปลี้ยเพลียแรง วิญญาณพวกนี้จะต้องไล่ออกไปเพราะว่ามิใช่ให้โทษเฉพาะการเจ็บป่วยเท่านั้น แต่จะส่งผลให้กิจการการค้าและครอบครัวมีแต่ความวุ่นวาย เสียหายไปหมดทุกอย่าง ไม่มีความเจริญก้าวหน้าใดๆ ในชีวิตของคนผู้นั้นเลย

๔.

วิญญาณระดับสูงที่อยู่ในขั้นเทวดาฝ่ายมาร ต้องเรียกท่านว่า “มารเบื้องสูง” ซึ่งสังขารที่ที่มารเหล่านี้สิงสถิตอยู่ จะเป็นมนุษย์ขี้คุยโม้โอ้อวด อ้างว่าตนเองมีเทพองค์ใหญ่ๆ ทั้งนั้นลงมาประทับ มารประเภทนี้มีฤทธิ์มากพอสมควร ร่างทรงไม่สามารถปราบได้นอกจากร่างทรงที่มีบารมีสูงเท่านั้น (แต่หาได้ยากมาก)

๕.

วิญญาณประเภทเจ้าพ่อ เจ้าแม่ หรือปู่ทั้งหลาย ถ้ามิใช่ “พ่อปู่ใหญ่” หรือ “พระฤาษี ๑๐๘ องค์” ถือว่าเป็น “สัมภเวสี” วิญญาณประเภทนี้เป็นวิญญาณที่มาสร้างบุญช่วยเหลือมนุษย์ มีดีบ้างไม่ดีบ้างแล้วแต่สังขารที่สิงอยู่ ผู้ที่ไปหาคนทรงประเภทนี้ต้องใช้สติปัญญา จริงหรือไม่จริงควรสังเกตดูจากผลงานที่ท่านได้รับจากการทำพิธีของเจ้าทรงเหล่านี้ ซึ่งบางท่านกว่าจะรู้ตัวก็หมดเงินทองไปหลายพันหลายหมื่นบาท “เพราะฉะนั้นกรุณา ดู ฟัง ใช้สติปัญญาคิด ไตร่ตรองดูก่อนจึงค่อยเชื่อ ก็ยังไม่สายเกินไป”

ศิษย์ที่อาจารย์เปิดปากให้พูดภาษาเทพได้ โดยมาก “พูดภาษาเทพได้ แต่ว่าฟังไม่รู้เรื่อง” อยากแปลภาษาเทพได้

เทพเทวดานั้น มนุษย์จะสื่อกับท่านได้รู้เรื่อง จะต้อง
๑.

เป็นผู้ที่มีจิตใจสะอาดพอสมควร

๒.

มีบารมีสะสมมาจากอดีตชาติ

๓.

ศรัทธาในองค์บารมีประจำสังขารของตนเอง

๔.

ปฏิบัติตน สร้างบารมีเพื่อหาความรู้เพิ่มเติม

ไม่ปฏิบัติตน ในที่สุดก็จะห่างเหินจากองค์บารมีของตนเอง แล้วจะพูดภาษาเทพไม่ได้อีกเลย และในที่สุดก็จะไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากองค์บารมี

ก่อนที่เราจะรับขันเรามีสาเหตุต่างๆกันมาใช่หรือไม่
และเราเชื่อเราก็เลยไปรับ พอรับมาแล้วไม่สมดังใจใช่มั้ยเลยจะเอาขันไปลอยน้ำบ้างไปทิ้งบ้าง เพราะคิดว่าองค์เทพท่านไม่ช่วย ก็เลยไม่รู้จะคบไปทำไม
จริงๆแล้วการรับขันเป็นเรื่องที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อสร้างความรู้สึกเคารพแบบครูบาอาจารย์ระหว่างผู้มอบขันกับผู้รับขัน เพราะคนในสมัยโบราณมาไม่ค่อยจะได้รู้หนังสือ ไม่ค่อยจะมีความรู้ ส่วนเจ้าตำหนักนั้นมีประสบการณ์เยอะก็จะได้มาปรึกษาขอคำแนะนำ และให้ช่วยเหลือกันในบางครั้ง ก็เลยกลายเป็นประเพณีและกลายเป็นเครื่องมือหากินของเจ้าตำหนักที่คิดไม่ซื่อในปัจจุปัน
ถามว่าถ้าไม่รับขันองค์ลงได้มั้ย คำตอบคือลงได้ เพราะการที่เรามีองค์นั้นหมายถึงเรามีอดีตชาติร่วมกันมา เราเคยบูชาท่าน เราเคยเป็นลูกศิษย์ท่าน เมื่อเรามาเกิดใหม่ท่านก็ตามเรามา ถามว่าตามยังไง ท่านก็ตามดินน้ำลมไฟที่ประกอบเป็นสังขารของเรานี้แหละ หรือเรียกง่ายๆว่าท่านตามกระดูกเรามา และท่านมาอยู่กับเราเมื่อไร มาอยู่ก่อนรับขันสักปีสองปีหรือเปล่า คำตอบคือไม่ใช่ ท่านตามมาตั้งแต่เราเกิดครับ ดังนั้นเมื่อท่านอยู่กับเราแล้วเราจะรับขันหรือไม่รับขันมันก็เรื่องของเรา แต่ท่านจะดูแลเราแบบไหนมันก็เรื่องของท่าน ท่านอาจจะมาคุมเป็นองค์บารมีประจำสังขาร หรือจะมาแบบประทับทรง เราห้ามท่านไม่ได้
ส่วนการรับขันแล้วต้องไปเสริมใหม่หรือเปล่า ถ้าอ่านมาตลอดก็คงจะรู้ว่าในเมื่อขันก็ไม่จำเป็นต้องรับแล้วทำไมจะต้องไปเสริม เว้นแต่เราพอใจที่จะไป หรืออีกกรณีหนึ่ง เนื่องจากองค์เทพท่านต้องการจะให้เราไปรับขัน กรณีท่านจะมาเข้าฝันหรือมาบอก โดยเหตุผลของท่านซึ่งเราไม่รู้ แต่ให้จำไว้ว่าท่านมาบอกเราโดยเรารู้เอง ไม่ใช่เจ้าตำหนักมาสะกิดแล้วบอกเอ็งมีองค์เองต้องรับขัน ถ้าอย่างนั้นใช้ไม่ได้ครับ เพราะเราต้องรู้มาจากตัวของเราเอง
คราวนี้ถามว่าถ้าเราไปรับขันแล้วจะเป็นการเปิดทางให้วิญญาญทุกวิญญาณทั้งดีและร้ายเข้าร่างหรือเปล่า คำตอบคือไม่ใช่ เพราะคนไม่รับขันผีเข้าก็มีมากมาย ถ้าผีมันจะเข้ามันก็เข้าครับ ไม่ต้องไปเปิดทางใดๆทั้งสิ้น
สรุป รับขันหรือไม่รับขันผลที่เกิดขึ้นต่างกันดังนี้
1.รับขันต้องเสียเงิน
2.รับขันจากครูบาอาจารย์ดีๆเราก็จะมีครูบาอาจารย์ไว้คอยปรึกษา แต่ถ้าไปรับจากครูบาอาจารย์ชั่วก็ซวยไป (เลยย้ำว่าหากจำเป็นต้องรับต้องเป็นคำสั่งจากองค์ที่เรารู้ได้สัมผัสได้เท่านั้น อย่าไปเชื่อคนอื่นบอก และท่านจะสั่งให้ไปรับกับใคร ท่านจะบอกทั้งหมด)
3 ถ้าไม่รับขันเวลามีปัญหาหรือไม่เข้าใจเวลาองค์ท่านประทับก็ไม่รู้จะถามใคร เพราะไม่มีครู
ส่วนกรณอื่นนั้น ไม่ต้องวิตกหรอกทุกคนที่เป็นร่างครั้งหนึ่งหรือหลายครั้งเคยคิดเช่นคุณ เพราะคิดว่าเราเป็นร่าง ทำไม่องค์ไม่ประทานความร่ำรวยมาให้แบบตั้งตัวไม่ทัน ประเภทถูกหวยยี่สิบล้าน ซ้ำร้ายบางวันเงินจะใช้ยังไม่มี ขอพรไปกี่ครั้งกี่หนก็ไม่ได้ เลยจะลาออกจากความเป็นร่าง หุหุ แต่พอถึงเวลามันก็ต้องเป็นอีก เพราะหนีไม่พ้น เพราะคนเกิดมามีหน้าที่ต่างกัน มีบุญบารมีต่างกันบางคนมาสายพุทธ เค้าอาจไม่ต้องเกี่ยวกับร่าง ไม่เกี่ยวกับองค์เทพ เค้าก็ถือศีลกินปฎิบัติธรรมไป แต่บางคนมาสายบารมี ก็จะมีหลายอย่างที่นอกเหนือเช่นครูบาอาจารย์บางท่านสามารถเปิดวิชาใหม่ได้เช่นวิชาธรรมกายของหลวงพ่อวัดปากน้ำ วิชาเปิดกรรมของหลวงพ่อคง วิชามโนมยิทธิของหลวงปู่ฤาษี ซึ่งใหม่ๆก็โดนต่อต้านว่านอกหลักการของพระพุทธศาสนาทั้งนั้น เพราะไม่มีในตำราที่เคยเรียนมา แต่ต่อมาบางกลุ่มก็ให้การยอมรับ
ส่วนสายร่างทรงองค์เทพนั้นมีทั้งปลอมมีทั้งจริง มั่วกันไปหมด ก็เลยรับกันไม่ได้ และกลายเป็นการแหกตาไปในที่สุด แต่เมื่อเรามาทางนี้อดีตชาติเราเคยบูชาท่านและเคยสัญญากันไว้เราก็ต้องอยู่กับท่าน แต่ท่านมาอยู่กับเราเพื่อท่านจะมาสร้างบารมีร่วมกับเรา ท่านไม่ได้มาเพื่อให้เรารวยขึ้น เจ๋งขึ้น ยกเว้นเรามีบุญเก่าดีและสมควรจะได้รับท่านจะมาเร่งหรือมาเตือนให้ได้รับเท่านั้น เราไม่ได้มีอภิสิทธิใดๆเพิ่มขึ้น
วิธืการที่จะหนีท่านมีอย่างหนึ่งที่ทำได้ คือเราต้องมีบารมีมากกว่าท่าน ถ้าเราสร้างบารมีได้มากกว่าท่านท่านจะไม่มายุ่งเลย
ถ้าคุณปฎิบัติและนั่งสมาธิบ่อยคุณจะได้ตาที่สาม และคุณสามารถที่จะสัมผัสท่านได้โดยไม่ต้องปรึกษาใคร เพราะร่างที่ปฎิบัติดีปฎิบัติชอบส่วนใหญ่ท่านจะเปิดตาที่สามให้เพื่อให้เราพิสูจน์ความจริงในโลกวิญญาณและสื่อกับท่านโดยตรงครับ และนั้นคือความจริงแท้ที่พิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง โดยบอกใครไม่ได้ เพราะพวกที่สัมผัสไม่ได้มันจะหาว่าคุณเป็นบ้าไปแล้ว

แต่ถ้าอยากรู้ได้ด้วยตัวเองและเห็นเองแถมมีคนเป็นพยาน

ผมแนะนำให้คุณไปถือศีลที่วัดเขาสมโภชน์ อำเภอชัยบาดาล จังหวัด ลพบุรีครับ ...

โชคดีนะครับ :)

 

 


  22 พ.ค. 2552 23:01 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป โอ

 okim_ming@hotmail.com 119.42.65.138

  

ในสิ่งที่คุณปืนบอกว่าแม่ทุรคา อยู่กับคุณนั้นนะฉันว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง

ไม่ได้ลบหลู่นะ แต่ท่านลงมาประทับทรงน่ะเปงเรื่องจิง

แต่สิ่งที่เราอยากจะบอกก้อคือ มีเพียงมนุษย์เพียงคนเดียวและร่างเดียวที่แม่ศรีลงมาโปรด และเราเคารพแม่ศรีมากๆ

 


page [1] 2   Next >>

ร่วมแสดงความคิดเห็น (กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ)
  โพสต์โดย
  Email
  Post ภาพ

ขนาดของไฟล์ภาพไม่เกิน 100 kb. เฉพาะไฟล์ jpg, gif หรือ swf เท่านั้น
  Security code:
 กรุณากรอกรหัสที่เห็นเพื่อยืนยันการโพสต์


บริการฟรีเว็บบอร์ดจาก YimWhan.com :: copyrights © 2009-2010