Logo Webboard ของ pkkmmm


ติดต่อโฆษณา  |  สมัครใช้งานสุดยอดแห่ง Free Webboard ได้แล้ววันนี้ คลิ๊ก !!  | แจ้งบอร์ดไม่เหมาะสม


  เส้นทางสร้างอาชีพ

  

  Topic : ลายทอง ฟักทองยุคใหม่ ปลูกได้ทั่วถิ่น ให้ผลตอบแทนดี

Delete
Admin ลบกระทู้
   Page [1]
  สมาชิกพิเศษ
inlove
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดจริง
  
bathx@yahoo.com 203.146.115.24

  โพสต์เมื่อ : 17 ก.พ. 2548 23:03 น.

ฟักทอง เป็นพืชผักที่อยู่คู่ครัวคนไทยมานาน ทั้งนี้เพราะฟักทองเป็นพืชสารพัดประโยชน์

ยามใดที่ฟักทองมียอดยาว เจ้าของจะเด็ดมาแกงเลียง ลวกจิ้มน้ำพริก แก่งอ่อม รวมทั้งอาหารชนิดอื่นๆ

สำหรับผลฟักทองนั้น ใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่ผลมีขนาดอ่อนๆ อาจจะแกง ต้มจิ้มน้ำพริก

ผลแก่ของฟักทองเก็บได้นาน ซึ่งหากอุณหภูมิปกติจะอยู่ได้นานกว่า 2 เดือน

ในบรรดาพืชผักด้วยกัน เนื้อฟักทองให้วิตามินเอสูงมาก ในเนื้อฟักทอง 100 กรัม จะมีโปรตีน 1.63 ไขมัน 0.2 กากใย 0.88 คาร์โบไฮเดรต 10.1 วิตามินเอ 2,220 หน่วยสากล และพลังงาน 48.7 กิโลแคลอรี

ยุคเก่าก่อน งานปลูกฟักทองทำได้ไม่ยากนัก เกษตรกรที่หักร้างถางพงทำไร่ ยามเผาไร่ เพียงแต่นำเมล็ดฟักทองที่ตนเองเก็บไว้อย่างดี เหน็บลงไปยังดินที่มีความชุ่มชื้น อาณาบริเวณที่เลือกเหน็บ ควรมีที่ให้ฟักทองเลื้อยเกาะ อาจจะเป็นกอไผ่ ขอนไม้

เมื่อความชื้นพอเหมาะ บรรยากาศพอดี เมล็ดฟักทองก็จะงอกงามขึ้นมา แล้วเลื้อยพันไปตามกิ่งไม้

ครั้นได้เวลารักษาพันธุกรรม ก็จะผลิดอก ติดผล ห้อยระโยงระยาง รอเจ้าของเก็บผลผลิตไปใช้ประโยชน์ โดยที่ปัจจัยการผลิตไม่มีอะไรใส่เติมให้เลย เป็นผลผลิตที่ปลอดจากสารพิษโดยแท้

เข้าใจว่า การผลิตอย่างที่แนะนำมา ยังคงมีอยู่ อาจจะเป็นมุมใดมุมหนึ่งของหมู่บ้านกะเหรี่ยง ที่จังหวัดอุทัยธานี หรือที่ริมแม่น้ำโขง อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี งานลักษณะนี้เป็นการผลิตที่ไม่ได้ดูแลพิถีพิถัน เป็นการผลิตเพื่อนำผลผลิตไว้บริโภคในครัวเรือน มีเหลือก็แบ่งปันแลกเปลี่ยนกัน ซึ่งสายพันธุ์ที่เกษตรกรมีอยู่ ก็เหมาะสมในสภาพท้องถิ่น

ฟักทองนั้น เป็นพืชผักที่ได้รับความนิยมบริโภคกันไม่น้อย

ดูได้จากตลาดผัก ที่ตลาดสี่มุมเมืองและตลาดไท

จะมีผู้ค้า มีแผงขายฟักทองโดยเฉพาะ ขายมานาน จำนวนผู้ค้าที่ขายอยู่ ไม่ใช่คนสองคน แต่ละตลาดนั้นมีมากกว่า 10 แผง เหมือนอย่างแผงขายกล้วยขายผักอย่างอื่น

แน่นอนเหลือเกิน ผลผลิตที่ออกมามากอย่างที่เห็น งานผลิตไม่ได้ทำแบบดั้งเดิมแน่นอน แต่เกษตรกรต้องผลิตในแนวใหม่ โดยที่สายพันธุ์ก็ต้องมีการปรับปรุงให้เข้ากับแนวทางการผลิต เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และที่สำคัญนั้น ให้เข้ากับเทคโนโลยีการผลิต และปัจจัยการผลิตสมัยใหม่



ฟักทองยุคใหม่

มีบริษัทเอกชนหลายแห่งที่พัฒนาสายพันธุ์ฟักทองขึ้นมา เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อ ซึ่งนับวันตลาดเริ่มขยาย

เหตุที่ตลาดขยายนั้น เป็นเพราะผู้บริโภคคำนึงถึงสุขภาพอนามัยของตนเอง

บริษัท เพื่อนเกษตรกร จำกัด ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเอกชนรายหนึ่ง ที่พัฒนาพันธุ์ฟักทองมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน แต่บางสายพันธุ์อาจจะเหมาะกับอากาศที่เชียงใหม่

สำหรับลายทอง เป็นฟักทองที่ปลูกได้ในสภาพอากาศทั่วไป แถมรูปลักษณ์ยังแปลกใหม่น่าซื้อหา

คุณสุคนธ์ จีนประดับ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เพื่อนเกษตรกรฯ เล่าเรื่องฟักทองของบริษัทให้ฟังว่า ทางบริษัทวิจัยและเผยแพร่ฟักทองมานานแล้ว เริ่มต้นวิจัยกันที่ไต้หวัน โดยบริษัทแม่ จากนั้นนำมาทดสอบในเมืองไทยหลายๆ พื้นที่

ฟักทองชุดแรกที่นำเข้ามาปลูก เหมาะกับสภาพอากาศเย็นอย่างภาคเหนือตอนบนและทางอีสานบางจังหวัด

สายพันธุ์ฟักทองที่มีอยู่ ได้แก่

หนึ่ง...อีสเทิร์นไรส์ เป็นฟักทองที่ผิวเปลือกสีส้ม รสชาติหวานจัด

สอง...เฟิสเทสต์ เปลือกสีเขียว สไตล์ของญี่ปุ่น ยิ่งทิ้งไว้นานยิ่งหวาน

สาม...ทองแท้ ผิวเปลือกสีหม่น จุดเด่นอยู่ที่รสและกลิ่นคล้ายเกาลัด คนจะรู้จักพันธุ์นี้อีกชื่อหนึ่งว่าเกาลัด

สี่...เออรี่ไพรซ์ ผิวผลเป็นริ้ว

ห้า...ลายทอง ผิวผลสีทองสลับเขียว

สายพันธุ์ที่ หนึ่ง-สามนั้น เป็นฟักทองที่มีรสชาติยอดเยี่ยมมาก ส่วนใหญ่ขายในตลาดบน สนนราคาค่อนข้างสูง แต่ข้อจำกัด ต้องปลูกในที่อากาศค่อนข้างเย็น อย่างทางภาคเหนือตอนบน

สำหรับสายพันธุ์ที่สี่และห้า เป็นฟักทองอเนกประสงค์ ปลูกได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ปลูกได้ทั้งปี ตลาดทุกระดับยอมรับ



ลายทอง

ปลูกได้ทั่วไป

คุณสุคนธ์ เล่าถึงฟักทองสายพันธุ์ใหม่ "ลายทอง" ว่า งานวิจัยเบื้องต้น อยู่ที่ไต้หวัน

ต่อมาได้นำพันธุ์มาปลูกทดสอบในประเทศไทย เช่นที่เชียงใหม่ กาญจนบุรี สกลนคร กาฬสินธุ์ และจังหวัดอื่นๆ ผลการทดลองปรากฏว่า ฟักทองเจริญเติบโตเป็นปกติ ให้ผลตอบแทนดี จึงมีการเผยแพร่สู่ผู้สนใจ

ลายทอง มีผลขนาด 2-3 กิโลกรัมโดยเฉลี่ย ผิวเปลือกสีเขียวลาย สลับสีน้ำตาลอ่อน ผิวเรียบเป็นมัน ทรงยาวรี

เนื้อแน่นหนา สีเหลืองทอง รสชาติหวานมัน นอกจากบริโภคสดแล้วยังสามารถเข้าโรงงานเป็นฟักทองอบแห้งได้

ลายทองปอกเปลือกง่าย ติดผล 4-6 ผล ต่อต้น

"จุดเด่นของพันธุ์นี้ทรงยาวรีเหมือนรักบี้ ทำให้ปอกเปลือกง่าย ทรงนี้พันธุ์อื่นไม่มี ผลแก่เมื่อเก็บจากไร่ เก็บได้นาน เมื่อนำมาปรุงอาหาร สามารถทำได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะเมื่อนึ่ง ใช้เวลา 13 นาทีก็สุกแล้ว ฟักทองลายทองหากนึ่งกินได้ทั้งเปลือก เดิมฟักทองรูปแบบนี้เป็นของยุโรป เรามาปรับให้เข้ากับบ้านเรา ผลผลิตขายทุกระดับ ทั้งระดับล่าง กลาง และบน เมล็ดพันธุ์ที่เราขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 10,320 บาท กิโลกรัมหนึ่งมีอยู่ 13,000 เมล็ด ราคาขนาดนี้ เมื่อคิดเป็นต้นทุนไม่แพง โดยภาพรวม ประเทศไทยปลูกฟักทองปีหนึ่งประมาณ 2 หมื่นไร่ มีผลผลิตรวม 2 แสนตัน" คุณสุคนธ์อธิบาย



ปลูกกันอย่างไร

คุณบุญลือ สุขศรีมงคล ผู้จัดการสำนักงานภาคกลาง (แผนกขาย) บริษัท เพื่อนเกษตรกรฯ เล่าถึงวิธีปลูกฟักทองให้ฟังว่า

ฟักทองลายทองปลูกได้ทั้งปี แต่หน้าแล้งควรมีน้ำให้

งานปลูกฟักทอง เริ่มต้นจากการเพาะเมล็ดในถาด

จากนั้นเตรียมดิน โดยไถดะ แล้วคราดให้ดินร่วนละเอียด จึงยกแปลงให้กว้าง 6-7 เมตร เว้นระยะแปลงเพื่อเป็นร่องน้ำให้กว้าง 50 เซนติเมตร หากเกษตรกรรายใดมีพลาสติกคลุมก็จะดีมาก เพราะช่วยรักษาความชื้น ป้องกันวัชพืช และช่วยไล่แมลงทางอ้อม

เมื่อต้นกล้าที่เพาะได้ 7-12 วัน ย้ายลงปลูก โดยปลูกที่ขอบแปลงทั้งสองข้าง เมื่อปลูกตรงนี้ ยามให้น้ำ ต้นจะได้รับน้ำ

ส่วนระยะระหว่างต้นนั้น ห่างกัน 80 เซนติเมตร สำหรับระหว่างแถวจะห่างกันราว 6 เมตร เพราะปลูกที่ขอบแปลง เนื่องจากแปลงกว้าง 7 เมตร

สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงในการปลูกฟักทองนั้นคือเรื่องปุ๋ย

คุณบุญลือบอกว่า ช่วงที่เตรียมดิน ต้องรองพื้นด้วยปุ๋ยสูตร 15-15-15 จำนวน 25 กิโลกรัม ต่อไร่ สิ่งที่ไม่ควรลืมควรใส่ปุ๋ยคอกให้ด้วย โดยใส่ได้ตามความเหมาะสม มีมากใส่มาก มีน้อยใส่น้อย

เมื่ออายุ 40 วัน ฟักทองเริ่มมีดอก ให้ปุ๋ยสูตร 13-13-21 จำนวน 25 กิโลกรัม ต่อไร่

ปุ๋ยครั้งที่ 3 หรือครั้งสุดท้าย เมื่อฟักทองผลขนาดใหญ่กว่ากำปั้น ใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 จำนวน 25 กิโลกรัมต่อไร่

เรื่องโรคและแมลงนั้น คุณบุญลือบอกว่า ไม่ค่อยพบนัก โดยเฉพาะเขตที่ไม่เคยปลูกฟักทองมาก่อน

แต่หากพบก็ควรฉีดพ่นสารป้องกันกำจัด โดยเฉพาะโรคราน้ำค้างควรระวังเป็นพิเศษ

สำหรับระบบน้ำ ได้รับคำแนะนำว่า ปล่อยตามร่อง

ระยะเก็บเกี่ยวของฟักทองลายทอง ตั้งแต่เพาะเมล็ดจนเก็บได้ ใช้เวลา 85 วัน

คุณสุคนธ์และคุณบุญลือร่วมให้ข้อมูลว่า ผลผลิตของลายทอง เก็บได้ 8-10 ตัน ต่อไร่ ราคาขายจากแปลงปลูกกิโลกรัมละ 4-5 บาท จะมีรายได้ราว 40,000-50,000 บาท ต้นทุนไร่ละ 10,000 บาท และอาจจะมีกำไรไร่ละ 30,000 บาท

การคำนวณรายได้ ซึ่งมีกำไรไร่ละ 30,000 บาท เป็นการคำนวณบนพื้นฐานที่เกษตรกรมีความชำนาญ มีปัจจัยในการผลิตพร้อม หากปัจจัยไม่พร้อมแล้ว รายได้คงไม่สูงอย่างที่แนะนำไว้ ผู้สนใจปลูกอย่าได้นำตัวเลขที่คำนวณไว้ เป็นตัวตัดสินใจเพื่อผลิตทันทีทันใด แต่ควรศึกษาอย่างรอบด้านเสียก่อน

คุณสุคนธ์บอกว่า ปัจจุบัน ผลผลิตฟักทองลายทองออกสู่ตลาดยังไม่มากนัก ผู้สนใจแ***ไปได้ที่ตลาดพืชผักเมืองหนาว ตลาดไท เป็นแผงของวัชมน โทร.(04) 081-3922 คงพอมีผลผลิตให้ชิม

สำหรับเกษตรกรที่สนใจการผลิต ถามได้ที่ คุณสุคนธ์ จีนประดับ โทร.(053) 211-773 คุณบุญลือ สุขศรีมงคล โทร.(06) 674-0008 คุณศุภชัย จุลบุญญาสิทธิ์ โทร.(01) 489-8815

http://www.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=0507150248&srcday=2005/02/15&search=no



   Admin ลบความคิดเห็นนี้