Logo Webboard ของ qoozaa
ติดต่อโฆษณา  |  สมัครใช้งานสุดยอดแห่ง Free Webboard ได้แล้ววันนี้ คลิ๊ก !!  | แจ้งบอร์ดไม่เหมาะสม


  ข่าวการศึกษา

  

  Topic : \"จาตุรนต์ ฉายแสง\" รมว.ศธ.คนใหม่ ฉายภาพ\"นโยบาย-แนวการทำงาน\" ชู\"ปฏิรูปการศึกษา\"...

Delete
Admin ลบกระทู้
   Page 1
  สมาชิกพิเศษ
qoozaa

  
a_qoo_za@hotmail.com 203.151.140.112:203.113.55.211

  โพสต์เมื่อ : 5 ส.ค. 2548 21:21 น.

"จาตุรนต์ ฉายแสง" รมว.ศธ.คนใหม่ ฉายภาพ"นโยบาย-แนวการทำงาน" ชู"ปฏิรูปการศึกษา"...หัวใจสำคัญ

เมื่อเวลา 06.09 น. วันที่ 4 สิงหาคม ที่กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ เดินทางเข้ากระทรวงมารับตำแหน่งและเริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการวันแรก โดยเริ่มจากเข้าสักการะศาลพระภูมิประจำกระทรวง ก่อนเดินทางไปร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)นัดพิเศษ และเดินทางกลับเข้ามายัง ศธ.อีกครั้งในเวลา 10.00 น. จากนั้นไปสักการะพระพุทธรูปประจำกระทรวง และถวายพานพุ่มพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อด้วยการพบปะบรรดาผู้บริหารระดับสูงและเหล่าข้าราชการของทั้ง 5 หน่วยงานบริหารหลักใน ศธ.ที่มาคอยต้อนรับและแสดงความยินดี

@ เคลียร์อุปสรรคปฏิรูปการศึกษา

นายจาตุรนต์ได้กล่าวเชิงให้นโยบายและบอกกล่าวถึงแนวทางการทำงานกับผู้มาคอยต้อนรับภายในห้องประชุมกระทรวงศึกษาฯว่า "ผมเต็มใจและมีความพร้อมที่จะมารับหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาฯ เพราะที่ผ่านมาได้ดูแลงานการศึกษามาโดยตลอด ทำให้มีโอกาสรับรู้และเข้าใจงานการศึกษา ทั้งยังคุ้นเคยกับผู้บริหารใน ศธ.เป็นอย่างดี ซึ่งในงานการปฏิรูปการศึกษาจะทำให้ดีจำเป็นจะต้องอาศัยความร่วมมือและรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน ดังนั้น แนวทางการทำงานของผมจะเน้นความร่วมมือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ซึ่งจากนี้ไปผู้บริหารสามารถเดินเข้ามาติดต่อหรือเปิดประตูเข้ามาหารือกับผมได้ตลอดเวลา ผมจะทำงานแบบเปิด ให้โอกาสคนภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงาน โดยถึงขั้นให้คนภายนอกมาร่วมกำหนดนโยบายด้วย ทั้งนี้ ในการประชุม ครม.นัดพิเศษ นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้กำชับว่ารัฐมนตรีทุกคนให้ทำหน้าที่กำกับและผลักดันยุทธศาสตร์หลักของรัฐบาล ไม่ใช่ทำงานรายวันหรืองานประจำ"

"งานการศึกษาในภาวะปัจจุบันต้องถือว่าเป็นความสำคัญต่อประเทศอย่างมาก เพราะจำเป็นต้องพัฒนาคนให้มีคุณภาพอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขและแข่งขันกับนานาประเทศได้ แต่ยังต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่าการปฏิรูปการศึกษาไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนแปลงทีละเล็กทีละน้อย หรือค่อยๆ เปลี่ยน เพราะนั่นเป็นเพียงการพัฒนาและปรับปรุง แต่การปฏิรูปการศึกษาคือการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในเวลาไม่นาน"

"ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาฯก็ทำงานปฏิรูปการศึกษามามาก งานใดที่ทำมาแล้วสอดคล้องกับนโยบายปฏิรูปการศึกษาของรัฐบาล นโยบายของนายกรัฐมนตรี ตลอดจนยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมติ ครม.มาแล้ว ก็ให้เดินหน้าต่อ แต่เรื่องอะไรที่ยังไม่สอดคล้องก็ต้องแก้ไข ซึ่งผมจะมาทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น และจัดลำดับงานเร่งด่วนที่จะต้องทำก่อนหลังตามคำแนะนำของนายกรัฐมนตรี ที่มอบนโยบายให้จัดลำดับความสำคัญของงาน รวมทั้งหากเห็นว่างานใดให้น้ำหนักน้อยเกินไปก็จะมาเพิ่มความสำคัญให้กับงานนั้นๆ"

"งานเร่งด่วนที่ผมเห็นว่าต้องรีบทำเป็นลำดับแรกในเวลานี้ คือการเคลียร์ประเด็นที่เป็นปัญหาอุปสรรคในการปฏิรูปการศึกษา โดยเฉพาะที่เกิดมาจากความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน ความเข้าใจกฎหมายที่แตกต่างกัน หรือเรื่องภาระทางงบประมาณที่เกิดจากการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย ซึ่งปัญหาอุปสรรคเหล่านี้จำเป็นจะต้องระดมผู้เกี่ยวข้องมาหารือเพื่อหาทางแก้ปัญหาร่วมกัน โดยนำหลักสมานฉันท์มาใช้ในการทำงานร่วมกัน และยึดหลักใช้ทางออกที่เกิดผลกระทบน้อยที่สุด และเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมมากที่สุด"

"เราคงจะต้องมีการทำความเข้าใจกับผู้เกี่ยวข้องด้วยว่า หัวใจของการปฏิรูปการศึกษาคือการหาวิธีจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ และสอดคล้องกับความต้องการของประเทศ เพราะฉะนั้น หัวใจสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาก็คือการปฏิรูปการเรียนรู้ แต่ว่าเรื่องนี้ก็ยังมีความเข้าใจที่ไม่ตรงกันอยู่มาก ซึ่งมีผลกระทบไปถึงสังคมด้วย โดยเฉพาะเรื่องหลักสูตรที่ผมเห็นชัดเจนว่า แต่ละฝ่ายยังเข้าใจเรื่องหลักสูตรไม่ตรงกัน จึงต้องเร่งทำความเข้าใจให้ตรงกัน และนอกจากเรื่องการปฏิรูปการเรียนรู้และการปรับหลักสูตรแล้ว ผมยังเห็นว่าเรื่องการพัฒนาครูก็ยังมีการให้ความสำคัญน้อยเกินไป จะต้องเพิ่มความสำคัญกับการพัฒนาครูทุกประเภทและทุกระดับการศึกษา"

"ทั้งนี้ ผมจะขอให้ทางกระทรวงช่วยจัดทำรายละเอียดมาว่าประเด็นที่ยังเป็นปัญหาในการปฏิรูปการศึกษามีอะไรบ้าง และในวันที่ 15 สิงหาคม จะนัดประชุมเพื่อประเมินผลการปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมา โดยจะใช้ผลการประเมินนี้เป็นข้อมูลในการวางแผนทำงานต่อไป"

@ จัดทัพผู้บริหารศธ.ใหม่ภายในสิงหาฯ

วันเดียวกัน นายจาตุรนต์ได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของ ศธ. พร้อมให้สัมภาษณ์ภายหลังเลิกประชุมว่า "ผมได้ซักซ้อมถึงวิธีการทำงานและมอบการบ้านแก่บรรดาผู้บริหาร โดยขอให้เตรียมคิดยุทธศาสตร์แผนการทำงานในด้านต่างๆ โดยให้ยึดนโยบายรัฐบาลด้านการศึกษา การพัฒนาคนและสังคม ยึดคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่เคยสั่งการมายัง ศธ. และยึดยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาที่เป็นมติ ครม.อยู่แล้ว ซึ่งมีนโยบายสำคัญที่ต้องรีบคิดกัน เช่น การปฏิรูปการเรียนรู้ การพัฒนาครู และการปรับปรุงโรงเรียน ซึ่งจะเชื่อมโยงไปถึงเมกะโปรเจ็คต์ขนาดใหญ่ของรัฐบาลทางด้านการศึกษา ซึ่งคงจะต้องทำให้เกิดความชัดเจนทั้งกระบวนการทำงานและเป้าหมาย เช่นว่าจะดำเนินการสำเร็จเมื่อไร ด้วยวิธีใด และต้องการให้ครูเป็นอย่างไร และเรื่องหลักสูตรกลางและหลักสูตรท้องถิ่นใครจะมีหน้าที่ทำอะไร ทั้งในระดับส่วนกลาง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) และท้องถิ่น ควรมีหน้าที่แค่ไหน เป็นต้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้ในขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน"

"ในเรื่องของอุดมศึกษาก็ยังมีเรื่องค้างคาอีกหลายเรื่อง จึงให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ไปคิดว่าจะร่วมงานกับประชาคมมหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐและเอกชนกันอย่างไร และให้ทำความเข้าใจร่วมกันถึงโจทย์สิ่งที่ประเทศต้องการจากอุดมศึกษา ทั้งในแง่ของคุณภาพบัณฑิต ผลงานวิจัย และการเพิ่มมาตรฐานมหาวิทยาลัย ซึ่งจะต้องมาร่วมกันทำข้อตกลงให้มหาวิทยาลัยต่างๆ ขับเคลื่อนต่อไปด้วยความสมัครใจ ส่วนงานอาชีวศึกษามีเรื่องของระบบคุณวุฒิวิชาชีพที่จะเสนอ ครม.ให้มีสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งผมต้องการให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ได้ประสานกับภาคเอกชนเพื่อทราบถึงความต้องการกำลังคนของภาคเอกชน และทำให้เป็นกระบวนการที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้"

"สำหรับเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงของ ศธ. ถือเป็นการดำเนินการตามฤดูกาลอยู่แล้ว ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ว่าผมเข้ามาแล้วมาทำทันที โดยนายกฯทักษิณได้มอบนโยบายในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายจะต้องทำให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งผมจะขอดูประวัติ ความเป็นมา และฟังความเห็นจากหลายฝ่าย ซึ่งคงจะเน้นพิจารณาตามความสามารถ การผลักดันยุทธศาสตร์ และการปฏิรูปการศึกษา เป็นลำดับแรกๆ ส่วนเรื่องความอาวุโสคงจะพิจารณาประกอบเท่านั้น ผมคิดว่าภายในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนสิงหาคม คงจะต้องให้เกิดความชัดเจนในเรื่องนี้"

@ ไม่ลืมเด็กยากจนเรียนฟรี12ปี

นายจาตุรนต์ยังได้ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนโยบายนายกฯทักษิณที่ต้องการให้เด็กยากจนได้เรียนฟรี 12 ปี อย่างแท้จริงว่า "เรื่องนี้คืบหน้าไปพอสมควร โดยทิศทางการอุดหนุนการศึกษาขั้นพื้นฐานที่นักเรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย จะต้องพยายามไม่ให้ประชาชนทั่วไปเดือดร้อน แต่สำหรับผู้มีฐานะมีกำลังสามารถออกค่าใช้จ่ายได้ ก็จะส่งเสริมให้มีมากขึ้น ซึ่งรายละเอียดเรื่องนี้คงต้องพูดจากันให้เกิดความชัดเจน"

@ ฟันธงยังไม่ปรับโครงสร้างศธ.

นายจาตุรนต์ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องการปรับโครงสร้าง ศธ.ว่า "ผมไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.) ที่เสนอให้ ศธ.จัดโครงสร้างเป็น 3 ทบวง คือ ทบวงการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทบวงการอาชีวศึกษา และทบวงการอุดมศึกษา โดบยุบรวมสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) เข้ากับสำนักปลัดกระทรวง เพราะว่า ศธ.ใช้เวลาถึง 4 ปี ในการปรับเข้าสู่โครงสร้างใหม่ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน จึงควรจะใช้โครงสร้างเดิมทำงานต่อไปก่อน อย่างน้อยควรให้เวลาอีก 3 ปี แล้วค่อยมาประเมินโครงสร้างปัจจุบันว่า สมควรจะต้องปรับเปลี่ยนในส่วนใดบ้างหรือไม่ แต่เวลานี้ควรใช้วิธีการปรับปรุงจุดบกพร่องของโครงสร้างปัจจุบันให้ดีขึ้นก่อน"

"เรื่องนี้คงต้องหารือกับทาง ก.พ.ร.ว่า เวลานี้ ศธ.ยังไม่ควรปรับโครงสร้างอีก เพราะจะเป็นการจมปลัก ติดกับดักในเรื่องของการปฏิรูปโครงสร้างเท่านั้น ในขณะที่ประเทศกำลังต้องการปฏิรูปการศึกษา ไม่ใช่ปฏิรูปโครงสร้าง ไม่ใช่ทำเรื่องปฏิรูปโครงสร้างเป็นเรื่องถาวร ทำตลอดเวลา แล้วทำงานปฏิรูปการศึกษาเป็นเพียงงานอดิเรกเท่านั้น"

@ พร้อมถ่ายโอนร.ร.ให้อปท.

นายจาตุรนต์ยังกล่าวถึงเรื่องการถ่ายโอนสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ว่า "เรื่องนี้มีกฎหมายเกี่ยวข้องอยู่ 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และ พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. จึงต้องหาจุดสมดุล ระหว่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ เพื่อนำมากำหนดทิศทางในเรื่องการถ่ายโอน ซึ่งผมในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าใจว่าคณะกรรมการกระจายอำนาจไม่ได้ต้องการให้มีการถ่ายโอนสถานศึกษาให้ อปท.จำนวนมากในคราวเดียวกันและอย่างรวดเร็ว หากแต่ต้องการให้ทยอยถ่ายโอนสถานศึกษาให้กับ อปท.ที่มีความพร้อมก่อน แต่ถ้าไม่ถ่ายโอนสถานศึกษาให้ อปท.เลยก็จะเป็นปัญหาเช่นเดียวกัน เพราะเท่ากับว่างบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรตรงให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ จะหมดไปกับโครงการสร้างถนนหรือเรื่องกายภาพอื่นๆ ที่ไม่ได้ช่วยในเรื่องของการศึกษาเลย นอกจากนี้ ยังจะต้องสร้างความชัดเจนในมาตรการรองรับเส้นทางความก้าวหน้าทางวิชาชีพครูที่สมัครใจถ่ายโอนไปอยู่กับ อปท.ด้วย"

จากหนังสือพิมพ์ มติชน ฉบับวันที่ 5 สิงหาคม 2548 หน้า 30


   Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
 


ร่วมแสดงความคิดเห็น (กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ)
  โพสต์โดย
  Email
  Post ภาพ
* สมาชิกเท่านั้น
ขนาดของไฟล์ภาพไม่เกิน 100 kb. เฉพาะไฟล์ jpg, gif หรือ swf เท่านั้น
  Security code:
 กรุณากรอกรหัสที่เห็นเพื่อยืนยันการโพสต์


บริการฟรีเว็บบอร์ดจาก YimWhan.com :: copyrights © 2009-2010