Logo Webboard ของ sartsaksit
ติดต่อโฆษณา  |  สมัครใช้งานสุดยอดแห่ง Free Webboard ได้แล้ววันนี้ คลิ๊ก !!  | แจ้งบอร์ดไม่เหมาะสม


  ติดตามย้อนรอยเหล็กไหล

  

  Topic : สนิมเหล็กไหล

Delete
Admin ลบกระทู้
   Page [1]
  ผู้ชมทั่วไป นาย Happy man

  125.24.142.175

  โพสต์เมื่อ : 19 ก.ค. 2550 11:02 น.

สนิมเหล็กไหล

ข่าวจากหนังสือนิตยสาร “พระเกจิ” ปีที่ 2 ฉบับที่ 28 วันที่ 20 ต.ค. 37 โดยสำเริง มณีวงศ์ ได้เขียนลงในคอลัมย์ “ทางกรรม” เมื่อคราวไปเขียนเรื่องประวัติและเรื่องราวของ “ถ้ำเชียงดาว” ในปลายปี 2535 เพื่อลงในนิตยสารฉบับหนึ่ง

คุณเพชร กันทาดี ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ในขณะนั้นได้อำนวยความสะดวกในการเดินทางให้เป็น อย่างดี ช่วงหนึ่งในขณะที่รับประทานอาหารร่วมกัน ได้มีโอกาสสนทนากันถึงเรื่องราวประหลาดเรื่องหนึ่งซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมา และเกี่ยวข้องกับตัวคุณเพชรพอสมควรในฐานะผู้อยู่ร่วมและรับรู้ด้วย

เมื่อคุณเพชร กันทาดี เดินทางไปรับตำแหน่งประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่แรก ๆ ประมาณ ปี พ.ศ. 2535 ก็ได้รับฟังเค้ามูลของเรื่องน่าสนใจอยู่เรื่องหนึ่งนั่นคือ “ข่าวของเหล็กไหล” ร่ำลือกันว่ามีกะเหรียงคนหนึ่งอยู่แถบชายแดนไทย-พม่าของอำเภอฝาง สามารถพาผู้ต้องการซื้อไปพบเจ้าของเหล็กไหลได้และยินดีจะให้พิสูจน์ เหล็กไหล ทุกอย่างเพื่อให้เกิดความแน่ใจก่อนตกลงซื้อขายกันในราคาตั้งแต่หนึ่งล้านบาทขึ้นไป

ข่าวเหล็กไหลสร้างความสนใจอย่างมากกับคุณเพชร บังเอิญระหว่างนั้นอาจารย์พงศ์เทพ ชูพินิจ (ปัจจุบันถึงแก่กรรมแล้ว) เดินทางจากเมืองแพร่โดยพาเสี่ยผู้ร่ำรวยมาจากกรุงเทพฯดั้นค้นขึ้นไปถึงเมืองฝาง ทั้งนี้ด้วยการส่งข่าวเรื่องเหล็กไหลจากลูกน้องคนหนึ่งของอาจารย์นั่นเอง

เมื่อทุกอย่างพร้อมก็มีการเดินทางจากตัวอำเภอฝางไปตามเส้นทางของ กรป.กลางที่สร้างไว้ไปสู่หมู่บ้านคนโรคเรื้อนที่ทางการเปลี่ยนชื่อเสียใหม่ว่า..”หมู่บ้านอรุโณทัย” อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของตำรวจตระเวณชายแดนจนไปสิ้นสุดเอาที่หมู่บ้าน “หนองอุ๊ก” สุดเขตแดนสยาม หมู่บ้านแห่งนี้เต็มไปด้วยพวกจีนฮ่อทั้งนั้นแต่ฟังและพูดภาษไทยพอรู้เรื่อง

การติดต่อเจรจาซื้อขายเหล็กไหลดังกล่าวจะต้องผ่านหน้าม้าซึ่งเป็นกะเหรี่ยง โดยกลุ่มที่เดินทางไปซื้อต้องลงทุนเดินด้วยเท้าเปล่าอีกทอดหนึ่งในป่าลึก แล้วพักรออยู่บนกระท่อมหลังหนึ่งของชาวกะเหรี่ยง ปล่อยให้กะเหรียงหน้าม้าเดินลัดป่าไปหาเจ้าของเหล็กไหลกินเวลากว่า 3 ชั่วโมง ทั้งกะเหรียงหน้าม้าและเจ้าของเหล็กไหลถึงได้มาถึงกระท่อม ผู้ที่เป็นเจ้าของเหล็กไหลเวลาพูดคุยกันมักไม่ค่อยสบหน้า ปล่อยให้หน้าม้าอธิบายสลับกัน

สรุปแล้วก็ตกลงที่จะให้ทดลองความศักดิ์สิทธิ์กันด้วยการทำพิธีเสียก่อน จากนั้นก็จะให้ผู้ซื้อจ่อยิงเหล็กไหลในระยะใกล้ตามแต่จะเลือก ถ้ากระสุนไม่ออกก็เป็นอันตกลงซื้อขายกันในราคาหนึ่งล้านบาท แต่มีเงื่อนไขว่าสถานที่ทดลองและทำพิธีนั้นจะต้องทำกันที่ลานกว้างโดยเจ้าของเหล็กไห
ลจะเป็นฝ่ายพาไป

ทุกคนเดินทางกันเป็นกลุ่มตามเจ้าของเหล็กไหลซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ห่างไปทางตะวันตกอันเป็นที่ราบเชิงเขา ก่อนที่จะมีการทดลองนั้น เจ้าของได้เปิดตลับสีน้ำเงินเข้มกำมะหยี่ออกมา ซึ่งตลับนี้ซุกซ่อนอยู่ในกระบอกไม้ไผ่มีผ้าดิบพันปากกระบอกอีกชั้นหนึ่ง เจ้าของค่อยบรรจงหยิบวัตถุก้อนหนึ่งสีทึบคล้ายทับทิมขนาดเท่าเม็ดลำใยให้ทุกคนดู อย่างระทึก เมื่อขอจับดูรู้สึกหนักและเย็นชื้นเหมือนก้อนน้ำแข็งสมกับของหายากยิ่งที่ทุกคนปรารถ
นาเมื่อได้สัมผัสของจริงกันถ้วยทั่วพอใจแล้วพิธีจึงเริ่มขั้น

บริเวณลานกว้างนั้น ด้านหน้าออกไปมีการตั้งแท่นบูชาสูงราวหนึ่งเมตร มีผ้าขาวคลุมโต๊ะจรดพื้นดิน บนแท่นนี้มีพานสีเหลืองวางอยู่ ผู้ทดสอบจะต้องเดินไปที่แท่นนี้แล้ววางปืนไว้บนพานเหลือง แล้วเดินหันหลังออกมาเจ็ดก้าวรอจนกว่าการกล่าวคาถาพิธีเสร็จจึงค่อยหันหลังกลับไป หยิบปืนได้ คาถาศักดิ์สิทธิ์นี้เพื่ดอความคมขลังของเหล็กไหลมีความยาวเกือบสิบนาที

ผู้ที่จะทำหน้าที่ทดสอบครั้งนี้คือ คุณเพชร กันทาดี ผู้มีความถนัดในเรื่องการใช้ปืนสั้นเพราะได้รับความเห็นชอบจากทุกคน ปืนพกรีวอลเว่อร์จุด 38 กระบอกห้านิ้วนั้นเป็นปืนพกประจำตัวของเสี่ยจากกรุงเทพฯ ผู้ที่จะซื้อเหล็กไหลนั่นเองมีประสิทธิภาพร้อยเปอร์เซ็นต์ เมื่อได้เวลาก็เริ่มทำพิธีโดยเพชร กันทาดี เดินถือปืนกระบอกนั้นไปวางไว้บนพานเหลืองแล้วหันหลังกลับมาช้า ๆ ระหว่างนั้นตัวเจ้าของเหล็กไหลก็เริ่มสวดคาถาซึ่งฟังแปลก ๆ ไม่รู้เรื่องยาวนานเกือบสิบนาทีทีเดียว พอเสร็จสิ้นก็ให้สัญญาณ ให้เพชร กันทาดี ไปหยิบปืนได้ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่เดินอาด ๆ เข้าไปยังแท่นพิธีหยิบปืนพกกระบอกนั้นขึ้นมาพร้อม ๆ กับเจ้าของเหล็กไหลเริ่มเปิดตลับนำเอาไปวางไว้บนตอไม้ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งมองเห็น วัตถุสำคัญนั้นถนัดชัดเจน ทุกคนกรูกันเข้ามุงดู เพชร กันทาดี ยกปืนขึ้นจ่อเหล็กไหลในระยะใกล้เพียงกึ่งฟุตแล้วสับไกทันที

แช๊ะ แช๊ะ แช๊ะ แช๊ะ แช๊ะ แช๊ะ

ทุกคนระทึกตื่นเพริดเพราะลูกกระสุนไม่ระเบิดจากลำกล้องแม้สักนัดเดียว พากันขนลุกเกรียวไปตาม ๆ กันและเชื่อในอภินิหารความศักดิ์สิทธิ์ของเหล็กไหลอย่างท่วมท้น โดยเฉพาะเสี่ยผู้ซื้อเขาถึงกับกระโดดโลดเต้นด้วยความยินดีปรีดา เมื่อพิสูจน์เหล็กไหลกันแล้วก็นัดหมายการจ่ายเงินกัน ผู้ขายขอรับเพียงเงินสดอย่างเดียว รุ่งขึ้นทุกอย่างก็เรียบร้อยโดยจ่ายกันสด ๆ ในเมืองฝางผ่านหน้าม้าชาวกะเหรี่ยงที่ได้รับมอบหมาย

เมื่อเล่ามาถึงตรงนี้ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่หยุดชั่วครู่ด้วยการยกแก้วเบียร์
ที่เย็นเจี๊ยบขึ้นดื่ม สอดดวงตามองมายังผู้เขียนอย่างหนักหน่วงเหมือนจะคาดคั้นคู่สนทนาที่กำลังตื่นเต้นกับ
เรื่องที่เล่า

“ก็คงจบแค่นี้”

ผมสรุปเอาดื้อ ๆ เมื่อเห็นว่าผู้ซื้อผู้ขายต่างก็สมปรารถนาของตนแล้ว แต่ “มันเป็นของเก๊”

เพชร กันทาดี เผยเคล็ดลับอย่างต่อเนื่องอีกว่า เสี่ยจากกรุงเทพฯพอได้ของดีไปแล้วก็บินกลับเข้าเมืองหลวงจัดพิธีเลี้ยงพรรคพวกใหญ่โต
นำเหล็กไหลที่ได้มาหนึ่งล้านบาทออกมาโชว์ด้วยแถมท้าใครต่อใครให้พิสูจน์ คราวนี้เหล็กไหลวิเศษแหลกย่อยยับแทบเป็นผุยผงเมื่อเจอเข้ากับลูกตะกั่วจากลำกล้อง 357 สีเงินยาว เสี่ยใหญ่หน้าแตกจนแทบเสียสติเป็นบ้า ร้อนถึงอาจารย์พงศ์เทพผู้อาสาพาไปซื้อ ต้องหวุดหวิดเข้าคุกด้วยข้อหาร่วมกันหลอกลวง ทั้ง ๆ ที่ตัวอาจารย์ก็ถูกหลอกไปด้วย

ในที่สุดก็ได้ความจริงว่าเป็นแก๊งที่หลอกต้มคนมาหลายครั้งแล้ว หาใช่เป็นกะเหรี่ยงจีนฮ่อแต่ประการใด คนไทยด้วยกันนี่แหละปลอมเป็นพวกชาวเขาเพื่อให้ดูขลังสมจริง

“ฮ้าว ทำไมตอนทดลองครั้งแรกปืนจึงไม่ลั่น”

เพชร กันทาดี มองหน้าผู้เขียนอย่างละห้อยละเ***่ย เอ่ยอย่างเหน็ดเหนื่อย

“ความจริงสภาพปืนในวันนั้นดีทุกอย่าง แต่ถูกคมตะไบเฉือนที่ปลายนกจนทู่มันจะเสียบถึงลูกได้ยังไง”

“อ้าว”

ผู้เขียน งง เหมือนตาบอดคลำหัวเหน่า

“เรื่องมันเป็นยังงี้ ตอนที่ผมเดินหันหลังกลับจากวางปืนบนพานทองเหลืองแล้ว คนที่ซ่อนตัวอยู่หลังโต๊ะซึ่งซ่อนตัวอยู่หลังโต๊ะซึ่งซ่อนตัวอยู่ในหลุมที่ขุดเตรียม
การณ์ก็โผล่มือขึ้นมาคว้าปืนลงไปในหลุมและทำการใช้ตะไบฝนนกปืนจนทู่เสร็จแล้ว รีบเอาขึ้นมาไว้อย่างเดิม มันทำงานรวดเร็วมาก ถึงว่ามันย้ำว่าถาคาทำพิธียาวถึงเกือบสิบนาที เพิ่งรู้”

แต่ผลกรรมตามทันเพราะเสี่ยที่เสียรู่้ไปหนึ่งล้านนั้น อยู่ไม่นานก็ร่ำรวยจากกิจการได้มากกว่าหลายเท่า เก็บความแค้นไว้เงียบ ๆ ไม่ประโตกประตากเป็นข่าวทางสื่อมวลชนเพราะกลัวไก่จะตื่นเสียก่อน

“เสี่ยทำยังไงครับ”

เพชร กันทาดี หัวร่อหึ ๆ ในลำคอ ดวงตาลุกเป็นประกายวาวขึ้นมาฉับพลัน

“เสี่ยทิ้งระยะเวลาผ่านเงียบไปช่วงหนึ่ง ก็จ้างนักฆ่ามืออาชีพปลอมตัวไปเจรจาซื้อถึงที่ ผ่านการทดสอบทำพิธี แล้วก็จับมัดกะเหรี่ยงปลอมและผู้ร่วมแก๊งทั้งหมดเอาเหล็กไหลอันวิเศษของพวกมันซึ่งทำ
จากแก้วธรรมดายัดใส่ปากให้อมเพื่อทดสอบความขลัง ลากตัวขึ้นรถตู้ควบตะบึงไปทางดอยสะเด็ดที่เปลี่ยว นำตัวเอามานอนเรียงกันแล้วจ้างนักขับแรกเตอร์ชั้นเซียนบดขยี้ด้วยตีนล้อยักษ์ จมธรณีไปหลายศอก เป็นข่าวที่เงียบที่สุดหนังสือพิมพ์ไม่เคยรู้ เรื่องนี้เอาไปเขียนได้แต่อย่างระบุชื่อจริงของเสี่ย ผมนั้นไม่เสียหายเพราะไม่มีส่วนร่วมรู้การฆ่าคนพวกนี้ ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น เพราะเล่าลือกันมาอย่างนั้น”

นั่นคือเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับการ ซื้อ-ขาย เหล็กไหลที่ปรากฏเป็นข่าวก็มี รู้กันในวงแคบ ๆ ไม่แพร่งพรายต่อบุคคลภายนอกก็มาก จึงเป็นข้อคิดสะกิดเตือนใจท่านผู้แสวงหาเหล็กไหล ได้โปรดใช้วิจารณญาณของท่านพิจารณาให้ดี เพราะเมื่อมีของจริงของปลอมก็ย่อมมีได้เหมือนกัน



   Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
 


  6 ม.ค. 2554 16:53 น. Admin ลบความคิดเห็นนี้ 
  ผู้ชมทั่วไป ติ๊ก

 mutter-070930@hotmail.com 125.25.189.27

   ขายเหล็กไหลชนิดสีดำนิลเก่ามาก087-8475806

 


page [1]

ร่วมแสดงความคิดเห็น (กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ)
  โพสต์โดย
  Email
  Post ภาพ
* สมาชิกเท่านั้น
ขนาดของไฟล์ภาพไม่เกิน 100 kb. เฉพาะไฟล์ jpg, gif หรือ swf เท่านั้น
  Security code:
 กรุณากรอกรหัสที่เห็นเพื่อยืนยันการโพสต์


บริการฟรีเว็บบอร์ดจาก YimWhan.com :: copyrights © 2009-2010