Logo Webboard ของ soundofstreet


ติดต่อโฆษณา  |  สมัครใช้งานสุดยอดแห่ง Free Webboard ได้แล้ววันนี้ คลิ๊ก !!  | แจ้งบอร์ดไม่เหมาะสม


  POLITICAL SIN

  

  Topic : อุดมการณ์ทางการเมืองในลักษณะต่างๆ

Delete
Admin ลบกระทู้
   Page [1] 2   Next >>
  สมาชิกพิเศษ
be-endure
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดจริง
  
be_endure@hotmail.com 203.156.71.177

  โพสต์เมื่อ : 11 ก.ค. 2549 21:50 น.

วันนี้เอาอุดมการณ์ทางการเมืองของลัทธิต่างๆมาให้อ่านเรียกน้ำย่อยกันก่อนน่ะ เพราะบทความที่นานะให้มาชั้นยังแปลไม่เส็ดเลย

ช่วงนี้งานยุ่งนิดหน่อยยังไงจะพยายามให้เส็ดในเร็ววันี้น่ะจ้ะ

 

เริ่มด้วยเสรีนิยมเลยล่ะกัน

เสรีนิยม (Liberalism)

คํ าว่าเสรีนิยมไม่ได้ถูกนํ ามาใช้เฉพาะทางการเมืองเท่านั้น แต่มันยังหมายถึงอุดมการณ์ที่เกี่ยวข้องค่านิยมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุดมการณ์ในเรื่องสิทธิเสรีภาพ ไม่ว่าจะเป็นการต่อต้านลัทธิทหาร และต่อต้านรัฐสวัสดิการ อุดมการณ์เสรีนิยมยังได้ถูกนํ ามาใช้ในความหมายว่าใจกว้าง (Generous) นักปฏิวัติ (Reformist) หรือนักทดลอง(Experimental) อีกด้วยต้นกํ าเนิดของอุดมการณ์เสรีนิยมซึ่งสามารถย้อนกลับไปได้ถึงช่วงศตวรรษที่ 17 ในช่วงการการปฏิวัติอันรุ่งโรจน์ (Glorious Revolution) เพื่อต่อต้านการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ นักคิดคนสํ าคัญในอุดมการณ์นี้คือจอนห์ ล็อค (John Locke) ซึ่งเขาได้สร้างพื้นฐานของแนวความคิดแบบเสรีนิยม ซึ่งยังเป็นที่ใช้การกันอยู่ในปัจจุบันเราสามารถมองแนวความคิดเรื่องเสรีนิยมได้เป็นดังนี้

1. เสรีภาพส่วนบุคคล (Individual Liberty)

เสรีภาพส่วนบุคคลเป็นสิ่งแรกและเป็นสิ่งสํ าคัญที่สุดของพวกเสรีนิยม เสรีภาพส่วนบุคคลหมายถึงเสรีภาพที่คนแต่ละคนมีในตัวเอง สามารถทํ าอะไรก็ได้ด้วยความเต็มใจ โดยไม่มีอํ านาจใด ๆ เข้ามามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของปัจเจกบุคคล เป็นที่น่าสังเกตว่า แนวความคิดเรื่องเสรีภาพส่วนบุคคลนี้มักจะนํ าเข้ามาจากตะวันตก ไม่ได้มีต้นกํ าเนิดในตะวันออก เพราะทางตะวันออกเชื่อว่า หากทุกคนมีเสรีภาพส่วนบุคคลแล้ว สังคมอาจจะเดือดร้อน เพราะแต่ลคนทํ าตามความต้องการของตัวเอง สํ าหรับชาวตะวันออกเชื่อกันว่าบุคคลจะต้องให้ความเคารพต่อสังคมก่อน เมื่อไม่มีใครละเมิดสิทธิของสังคม บุคคลก็จะไม่ได้รับการละเมิดสิทธิ สังคมตะวันออกจึงให้ความสํ าคัญกับสังคมโดยรวม มากกว่าบุคคลนี่เองเป็นึความแตกต่างที่นํ าไปสู่การโต้เถียงอย่างไม่มีวันจบในเรื่องเสรีภาพในคํ าจํ ากัดความของตะวันตกและตะวันออก

2. ธรรมชาติของมนุษย์ (Human Nature)

พวกเสรีนิยมเป็นพวกที่มีทัศนคติที่ดีต่อธรรมชาติของมนุษย์ พวกนี้มองธรรมชาติของมนุษย์ว่าเกิดมาเป็นคนดีอยู่แล้ว แต่ละคนมีความสมบูรณ์อยู่ในตัวเองโดยที่ไม่จํ าเป็นต้องมาอยู่ร่วมกัน การรวมตัวกันเป็นสังคมของมนุษย์เกิดขึ้นเพราะต้องการให้เกิดรัฐบาลที่จะทํ าสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถทํ าเองได้ อาทิเช่นการแก้ไขปัญหาภัยธรรมชาติ การจัดการศึกษา สุขภาพหรือการสาธารณูปโภค ความเชื่u3629 .ที่ว่า มนุษย์เกิดมาดีอยู่แล้วนี้ ทํ าให้พวกเสรีนิยมเชื่อมั่นในตัวมนุษย์เป็นอย่างมาก

3. เหตุผล (Reason)

เสรีนิยมให้ความสํ าคัญต่อการใช้เหตุผล และเชื่อมั่นว่าหากมีการใช้เหตุผล ปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสงครามผู้ก่อการร้าย ยาเสพติด หรือการแย่งชิงทรัพยากรจะต้องแก้ไขได้ นอกจากนี้พวกเขายังเชื่อว่าสงครามเกิดขึ้นเพราะการเข้าใจผิดหรืออาจะเป็นการใช้เหตุผลไม่เพียงพอ ดังนั้นหากสามารถเพิ่มช่องทางในการติดต่อสื่อสารเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการเข้าใจผิดได้ อาชญากรรมเกิดขึ้นไม่ใช่เพราะคนเลว แต่เป็นเพราะภาวะบีบขึ้นทางสังคมหากสังคมดีก็จะไม่มีอาชญากร

 

 

4. ความก้าวหน้า (Progress)

พวกเสรีนิยมมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับความก้าวหน้า พวกเขาเชื่อมั่นว่าหากขยายความรู้และเหตุผลและปรับปรุงเศรษฐกิจ สังคมจะพัฒนาไปด้วยกันเป็นเส้นตรง นอกจากนี้คนเราจะต้องหันหน้าออกจากความเชื่อเหนือธรรมชาติไปสู่ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์

5. ความเท่าเทียมกัน (Equality)

พวกเสรีนิยมสนับสนุนความเท่าเทียมกันของโอกาส (Equality of Opportunities)และมีความเชื่อมั่นว่าหากทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน แต่ละคนจะดึงความสามารถของตัวเองนํ ามาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากที่สุด

6. ความเป็นสากล (Universalism)

ถึงแม้ว่าพวกเสรีนิยมจะสนับสนุนให้แต่ละคนสามารถคิดได้ด้วยตัวเอง แต่พวกเสรีนิยมกลับไม่ค่อยยอมรับความแตกต่างของแนวความคิดที่ตรงกันข้ามกับพวกเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่นพวกเสรีนิยมเชื่อว่าสิทธิมนุษยชนสามารถใช้ได้เหมือนกันทั่วโลก และพยายามกดดันให้ประเทศอื่น ๆ ยอมรับในแนวความคิดของตัวเอง เพราะแนวความคิดของตัวเองใช้การได้ทั่วโลก ตัวอย่างเช่นเรื่องสิทธิมนุษยชน ที่เป็นที่ถกเถียงกันจนถึงปัจจุบันว่าเป็นสิ่งสากลตามที่บางกลุ่มกล่าวอ้าง หรือเป็นวัฒนธรรมของแต่ละชาติ

7. ค่านิยมต่อรัฐบาล (Government)

อุดมการณ์เสรีนิยมถูกสถาปนามาด้วยความเชื่อที่ว่า รัฐบาลจะต้องปกปักรักษาซึ่งความมีเสรีภาพของแต่ละบุคคล โทมัส เพนท (Thomas Paine) นักปฏิวัติคนแรก ๆ ของสหรัฐอเมริกา เขียนไว้ในหนังสือชื่อCommon Sense

 ไว้ว่า …Society in every state is a blessing, but government, even in it’s best state, is but a necessary evil… สังคมในทุก ๆ รัฐเป็นสังคมที่ดีอยู่แล้ว แต่แม้กระทั่งรัฐบาลที่ดีที่สุดก็คือปิศาจที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

8. เสรีภาพทางเศรษฐกิจ (Economic Freedom)

อุดมการณ์แบบเสรีนิยมสนับสนุนการค้าเสรี (Laissez-faire) ในศตวรรษที่ 17 แนวความคิดแบบการค้าเสรีเกิดขึ้นมาเพื่อต่อต้านลัทธิพาณิชย์นิยม (Mercantilism) ซึ่งสนับสนุนการค้าแบบผูกขาดโดยรัฐบาลเสรีนิยมเป็นอุดมการณ์ที่เกิดขึ้นมาในศตวรรษที่ 17 ซึ่งในปัจจุบันสภาพสังคมและเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงไปมากมาย พวกเสรีนิยมในปัจจุบันจึงรับเอาแนวความคิดของพวกอนุรักษ์นิยมมาปรับโดยเฉพาะในเรื่องเศรษฐกิจ ตัวอย่างเช่น พวกเสรีนิยมใหม่ยอมรับ

ความจํ าเป็นที่จะต้องสร้างรัฐที่มีความเข้มแข็งเพื่อชี้นํ าธุรกิจและสร้างรัฐสวัสดิการ นอกจากนี้พวกเขายังสนับสนุนให้รัฐบาลช่วยกํ าจัดสิ่งปฏิกูลของระบบทุนนิยม เช่น ปัญหาสังคม การไร้ที่อยู่อาศัย และการว่างงาน เป็นต้น

 



   Admin ลบความคิดเห็นนี้